ใครกำลังกังวลเกี่ยวกับการไปเที่ยวมหานครนิวยอร์ก (New York) คร้งแรกให้มาอ่านบทความนี้เลยค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวมากมายในนิวยอร์ก และแจกแผนเที่ยว 5 วัน 4 คืนแบบไม่รวมเที่ยวบินให้ด้วย เหมาะกับคนที่เพิ่งเคยเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งแรก เช็คอินแลนด์มาร์กต่างๆ ในนิวยอร์ก ตั้งแต่รูปปั้นเทพีเสรีภาพ ไปจนถึงไทม์สแควร์และดูบรอดเวย์!

ภาพรวมแผนเที่ยวนิวยอร์ก 5 วัน

เที่ยวบินจากกรุงเทพ ไปนิวยอร์กใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าแวะพักเปลี่ยนเครื่องนานแค่ไหน รวมใช้เวลาเดินทางข้ามซีกโลกเกือบเต็มวันเลย ดังนั้นเราเลยแยกเวลาเดินทางประมาณ 2 วัน ออกจากแผนเที่ยว 5 วันของเราให้ค่ะ (รวมเป็นทริป 7 วัน)

วันที่ 1  Central Station → Times Square  →  Broadway
วันที่ 2  Statue of Liberty  → Brooklyn Bridge  → Wall Street  → National September 11 Memorial & Museum
วันที่ 3  Chelsea Market  → Gunsboat Market  → Soho → 5th Avenue
วันที่ 4  Natural History Museum, Metropolitan Museum, Guggenheim Museum  → Central Park, Empire State Building
วันที่ 5  Woodberry outlet


วันที่ 1: เริ่มชีวิตแบบชาวนิวยอร์กเกอร์

1. สถานีแกรนด์เซ็นทรัล Grand Central Station

สถานีแกรนด์เซ็นทรัล (Grand Central Station) สถานีแกรนด์เซ็นทรัล (Grand Central Station)

สถานีแกรนด์เซ็นทรัลในนิวยอร์กเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีถึง 44 ชานชาลา และ 67 เส้นทาง ขนส่งผู้โดยสารหลายแสนคนต่อวัน ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ที่สวยงามวิจิตรตระการตามากๆ พื้นในสถานีปูด้วยหินอ่อนและบนเพดานก็วาดลวดลายหมู่ดาวนักษัตร จุดเด่นอีกอย่างของสถานีก็คือนาฬิกาสี่ด้านที่หน้าปัดทำจากโอปอล มูลค่ามากกว่า 10 ล้านเหรียญดอลล่าร์

2. ไทม์สแควร์ Times Square

ไทม์สแควร์ (Times Square)

ไทม์สแควร์เป็นเหมือนศูนย์กลางของมหานครนิวยอร์ก โดยตั้งอยู่ในเกาะแมนฮัตตัน จัตุรัสแห่งนี้ถูกเรียกด้วยชื่อไทม์สแควร์ตอนที่หนังสือพิมพ์ New York Times มาก่อตั้งสำนักงานใหญ่ที่นี่ในปี 1904 พื้นที่แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยผู้คนตลอดเวลา ถือเป็นสีสันและชีวิตชีวาให้กับนิวยอร์ก มีโรงภาพยนตร์และร้านค้า local และแบรนด์เนมต่างๆ มากมาย รวมไปถึงป้ายโฆษณาและยังเป็นสถานที่จัดอีเว้นท์ต่างๆ ตลอดปี

KKday แนะนำร้านอาหาร: Hard Rock Cafe

เมื่อมาถึงไทม์สแควร์ทั้งที ก็ต้องไปลิ้มรสอาหารและวัฒนธรรมการกินดื่มแบบนิวยอร์ก! เราขอแนะนำร้าน Hard Rock Cafe เลยค่ะ เป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารอันโด่งดังไปทั่วโลก เมนูที่ห้ามพลาดก็คือเบอร์เกอร์ชิ้นโตเข้ากันดีกับซอสและชีส นอกจากรสชาติอาหารแล้ว ที่นี่เพื่อนๆ ยังได้ดื่มด่ำกับการตกแต่งภายในแนวร็อค ที่ได้แรงบันดาลใจจากวงการดนตรี เช่น Beatles, Elvis Presley, เครื่องดนตรี และชุดการแสดงของ Madonna เพราะฉะนั้นใครเป็นแฟนเพลงฝั่งอเมริกันน่าจะอินกันค่ะ

3. ย่าน Broadway Theater

ย่าน Broadway Theater

บรอดเวย์เป็นถนนที่มีโรงละครมากมาย และเป็นศูนย์กลางความบันเทิงด้านละครเวทีและมิวสิคคัล ถ้าได้มานิวยอร์กแล้วก็ไม่ควรพลาดมาชมละครบรอดเวย์ซักเรื่องค่ะ

  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1, 2, 3, 7, N, Q, R, W ไปยังสถานี Times Sq-42nd Street Station หรือสาย E ไปยังสถานี 50th Street Station

KKday แนะนำละครบรอดเวย์: 


วันที่ 2: สัมผัสอเมริกา

1. เทพีเสรีภาพ Statue of Liberty

เทพีเสรีภาพน่าจะเป็นสิ่งแรกที่คนนึกถึงเลยเมื่อพูดถึงนิวยอร์กหรืออเมริกา เทพีตั้งอยู่บนเกาะลิเบอร์ตี (Liberty Island) โดยเทพีมือขวาชูคบเพลิง มือซ้ายถือแผ่นจารึกคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ เป็นสถานที่ที่ต้องมาให้ได้เมื่อมาถึงนิวยอร์กค่ะ ไม่งั้นก็เหมือนมาไม่ถึงเลย

ถ้าจะไปดูเทพีแบบใกล้ๆ ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ไปที่เกาะลิเบอร์ตี เพื่อนๆ สามารถจองตั๋วเรือล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ได้ แล้วเลือกขึ้นเรือจากท่าเรือในนิวยอร์ก ซึ่งตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ Battery Park ค่ะ

2. สะพานบรูคลิน Brooklyn Bridge

สะพานบรูคลินเชื่อมระหว่างเกาะแมนฮัตตันและบรูคลิน ทั้งยังเป็นสะพานแขวนที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ประวัติยาวนานกว่า 100 ปี นอกจากนี้ที่สะพานแห่งนี้ยังเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังอีกมากมาย เช่น “Godzilla”, “In Magic”, “I am Legend” และ “Step Up” โดยเพื่อนๆ สามารถเดินขึ้นไปสะพานได้เลย อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ว่ารูปและวิวที่ได้คุ้มค่าแน่นอนค่ะ

  • วิธีการเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Brooklyn Bridge-City Hall Station (สาย 4, 5, 6)

3. ถนนวอลสตรีท Wall Street

ถนนวอลสตรีท Wall Street

เรามักได้ยินชื่อวอลสตรีทหลายต่อหลายครั้ง ทั้งจากในภาพยนตร์ ซีรีส์ และหนังสือพิมพ์ ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลกเลย เพราะว่าเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เราจะได้เห็นหนุ่มสาวมากมายเดินใส่สูทบนถนนที่รายล้อมไว้ด้วยอาคารสำนักงานตึกระฟ้า

ถนนวอลสตรีท Wall Street

ไฮไลท์สำคัญของถนนวอลสตรีทก็คือรูปปั้นวัวกระทิง หรือที่เรียกว่า Charging Bull ค่ะ เป็นสัญลักษณ์อของตลาดทุนนิยม และยังมีความเชื่ออีกด้วยว่า ถ้าได้ลูบไข่ของรูปปั้นวัวกระทิงจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง (เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าจะเจอนักท่องเที่ยวไปมุงกันอยู่ที่ก้นกระทิงค่ะ 😂)

  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 2, 3, 4, 5 ไปยังสถานี Wall Street Station

4. 9/11 Memorial and Museum

9/11 Memorial and Museum

พิพิธภัณฑ์รำลึกเหตุการณ์ 9/11 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมและก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 ตั้งอยู่บริเวณตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เดิม (World Trade Center) โดยทุกคนสามารถเข้าไปแสดงความอาลัยและเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ 9/11 ได้ผ่านรูปภาพและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ค่ะ

KKday แนะนำร้านอาหาร: Shake Shack Burger

เดินเลยพิพิธภัณฑ์ 9/11 มาประมาณ 2 บล็อก เพื่อนๆ จะเจอกับร้าน Shake Shack Burger เป็นร้านแฟรนไชส์เบอร์เกอร์ชื่อดังประจำนิวยอร์ก ราคาย่อมเยาแต่อร่อยคุณภาพดี ตัวเนื้อเบอร์เกอร์นั้นหอมอร่อยมากๆ ถ้าได้มานิวยอร์กแล้วต้องมาลองให้ได้เลยค่ะ (แผนที่)


วันที่ 3: เดินเที่ยวตลาดและชอปปิ้ง

1. ตลาดเชลซี Chelsea Market

ตลาดเชลซี Chelsea Market

ตลาดเชลซีคืออีกหนึ่งทีสถานที่ที่ควรไปเยือนในนิวยอร์ก ตลาดแห่งนี้มีของมากมายเลย ตั้งแต่ของจิปาถะ ไปจนถึงของที่ระลึกเก๋ๆ และแน่นอนว่าอัดแน่นไปด้วยร้านอาหารแสนอร่อยมากมาย แล้วเพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วตลาดเชลซีเป็นจุดกำเนิดของโอรีโอ้คุกกี้ด้วย! โดยทุกวันนี้ตึกโรงงานเก่าก็ยังคงตั้งอยู่ค่ะ ไปเดินชอปปิ้งและกินให้หนำใจในบรรยากาศสไตล์ retro เล็กๆ

2. ตลาดแกนส์วอร์ท Gansevoort Market

ตลาดแกนส์วอร์ท Gansevoort MarketVisualhunt | afagen

จะเรียกว่าเป็นตลาดก็ไม่เชิง เพราะแกนส์วอร์ทมาเก็ทเป็นเหมือนฟู้ดคอร์ทเสียมากกว่า มีร้านอาหารฮิปๆ จากนานาชาติหลากหลาย เหมาะมากกับคนที่ต้องการไปสำรวจเทรนด์อาหารที่กำลังฮิตในนิวยอร์ก โดยในตอนแรกตลาดตั้งอยู่ใกล้กับ Whitney Museum of American Art แต่ย้ายมาอยู่แถวเชลซีตอนปี 2016

3. ย่านโซโห SoHo

ย่านโซโห SoHo

โซโหเป็นย่านที่มีการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบ Cast-iron Architecture ไว้มากที่สุดในโลก อาคารต่างๆ มักเคยเป็นโรงงานเล็กๆ หรือโกดังมากก่อน แต่ต่อมาก็กลายเป็นย่านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดอันดับต้นๆ ในนิวยอร์ก เป็นย่านที่คนรักงานศิลปะและการชอปปิ้งต้องมา

แน่นอนว่าโซโหเป็นแหล่งชอปปิ้งในใจคนไทยหลายๆ คนเวลาไปนิวยอร์ก เพราะนอกจากจะมีแบรนด์สินค้าไฮเอนด์แล้ว ก็ยังมีแบรนด์ที่ราคาจับต้องได้มากมาย เช่น H&M, UGG, Victoria Secret, Nike, Adidas, Converse ฯลฯ เดินชอปปิ้งบนถนนที่เต็มไปด้วยตึกสวยๆ มีหมื่นหมดหมื่นแน่นอนค่ะ 🤑

  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย N, Q, R, W ไปยังสถานี Canal Street Station, Prince Street หรือ Prince Street station

4. ถนน Fifth Avenue

ถนน Fifth Avenue

ถ้าใครมีงบไม่จำกัด และชอบของ High-end สุดๆ ต้องไปที่ถนน 5th Avenue เลยค่ะ โดยร้านสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ จะอยู่ตั้งแต่ใต้เซ็นทรัลพาร์ค (Central Park) ลงมาตลอดสาย เหมาะกับการไปช้อปให้กระเป๋าฉีก หรือจะแค่ไปเดินดูของหรูๆ จากหน้าร้านก็ยังได้ค่ะ

  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย N, R, W ไปยังสถานี 5th Avenue Station

วันที่ 4: เรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรม

1. เที่ยวชม 3 พิพิธภัณฑ์ใหญ่ของนิวยอร์ก

American Museum of Natural History

American Museum of Natural History

ถ้าใครอยากไปตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในนิวยอร์กต้องห้ามพลาดที่นี่เลย เพราะพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา หรือ AMNH เป็นที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Night at the Museum เพื่อนๆ จะได้พบกับโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ และช้างแมมมอธแบบในหนังเลย

American Museum of Natural HistoryVisualhunt | vagueonthehow

พิพิธภัณฑ์จัดแสดงตัวอย่างและเอกสารต่างๆ ไว้มากกว่า 36 ล้านชิ้น มีห้องจัดนิทรรศการหลายประเภทมาก เช่น ดาราศาสตร์ มานุษยวิทยา ชีววิทยา ไปจนถึงสัตว์และพืชดึกดำบรรพ์ มีห้องจัดแสดงทั้งหมด 46 ห้อง ดังนั้นเราขอแนะนำให้ทุกคนคิดไปก่อนเลยว่าอยากดูอะไร ไม่อย่างนั้นคงหลงเดินทั้งวันก็ไม่พอแน่นอนค่ะ

The Metropolitan Museum of Art

The Metropolitan Museum of Art

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิตัน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า The Met เป็นมิวเซียมที่คนรักงานศิลปะต้องไปให้ได้สักครั้งค่ะ เพราะที่นี่เป็นหอศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีจำนวนคนเข้าชมมากที่สุดในโลก The Met เก็บผลงานศิลปะไว้มากกว่า 2 ล้านชิ้น และยังมีส่วนเฉพาะที่จัดแสดงผลงานคลาสสิกมากมาย เพื่อนๆ สามารถเข้าไปชื่นชมผลงานชิ้นเอกจากหลากหลายช่วงยุคสมัย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ทั้งจากยุโรปและอเมริกา

Solomon R. Guggenheim Museum

Solomon R. Guggenheim Museum Solomon R. Guggenheim Museum

พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์มีชื่อเสียงเรื่องสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น ในอาคารออกแบบเป็นบันไดวน เพื่อนๆ จึงสามารถเดินชื่นชมผลงานศิลปะได้ตลอดการเดินขึ้นหรือลงทางลาด โดยที่กุกเกนไฮม์นิวยอร์กจัดแสดงผลงานศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ และศิลปะร่วมสมัย

  • เวลาทำการ: 10:00 – 17:45 น. (วันเสาร์ปิด 19:45 ปิดทำการทุกวันพฤหัสบดี)
  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 4, 5, 6 ไปยังสถานี 86 Street Station
  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

2. เซ็นทรัลพาร์ค Central Park

เซ็นทรัลพาร์ค Central Park

เซ็นทรัลพาร์คเป็นเหมือนปอดและโอเอซิสของนิวยอร์กค่ะ เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดที่ชาวนิวยอร์กนิยมมาเดินเล่น ปิกนิก หรือวิ่งออกกำลังกายกัน ถ้ามีโอกาสไปนิวยอร์กแล้วก็ควรไปเยือนสักครั้งค่ะ

  • เวลาทำการ: 06:00 – 01:00 น.
  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1, 2 ไปยังสถานี Columbus Circle Station หรือสาย A, B, C ไปยังสถานี 72 Street Station หรือ 81 St-Museum of Natural History Station
  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

3. ตึกเอ็มไพร์สเตท Empire State Building

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่โผล่มาแทบในทุกรูปของเมืองนิวยอร์ก ตึกเอ็มไพร์สเตทคือตึกที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ในอเมริกา แน่นอนว่าเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดค่ะ ด้านบนตึกชั้น 86 และชั้น 102 มีหอชมวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมวิวมหานครนิวยอร์กกันอย่างเต็มๆ ตา รับรองว่าทุกคนจะต้องหลงรักนครที่ไม่เคยหลับใหลนี้เข้าไปอีกค่ะ

  • จองบัตรเข้าชม
  • เวลาทำการ: 08:00 – 02:00 น.
  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 4,6 ไปยังสถานี 33 Street Station หรือเดิน 3 นาทีจากสถานี 34 Street–Herald Square Station (สาย B, D, F, M, N, Q, W)

วันที่ 5: ชอปปิ้งทิ้งท้ายก่อนกลับ

วู้ดเบอร์รี่ เอาท์เล็ท Woodbury Common Outlet

วู้ดเบอร์รี่ เอาท์เล็ท Woodbury Common Outlet

วันสุดท้ายนี้เราจะเดินทางไปเอ้าท์เล็ตขนาดใหญ่นอกเกาะแมนฮัตตัน เพื่อไปชอปปิ้งของฝากและแบรนด์เนมราคาประหยัดกันอีกครั้งก่อนบินกลับไทยค่ะ โดย Woodbury Common Outlets มีร้านค้ามากถึง 220 ร้าน เป็นแบรนด์ชื่อดังจากทั่วโลก มีตั้งแต่ Gucci, Fendi, Armani, และ Polo ซึ่งจะเอามาลดราคากันอย่างหนักหน่วง 50% เลยก็มีค่ะ 😍


ของต้องมีเมื่อไปเที่ยวนิวยอร์ก