บาหลีเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือนเป็นจำนวนมาก นอกจากจะเดินทางง่าย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ยังเป็นสถานที่ที่น่าหลงใหลแห่งหนึ่งใน อินโดนีเซีย บาหลีเป็นเมืองที่เรียกได้ว่ามีมีมนต์เสน่ห์อย่างมาก ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ใครที่ชอบท่องเที่ยวแบบได้สัมผัสธรรมชาติและเรื่องราววิถีชีวิตของคนที่นี่ ตามไปดูไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

อันดับแรกที่ที่ต้องรู้กันก่อนก็คือ บาหลีเป็นเมืองอยู่ในเขตแถบเส้นศูนย์สูตร จึงเป็นเมืองที่มีแค่ 2 ฤดูกาล คือ ฤดูฝน จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน และฤดูแล้ง จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

สำหรับทริป Check in อิน บาหลี 3 วัน 2 คืน เราจะพาทุกคนไปเช็คอินกันที่สวย ๆ ของบาหลี ที่ใครมาถึงแล้วต้องห้ามพลาด แต่ก่อนจะไปก็อยากลืมซื้อ ซิมการ์ด Asia Unlimited 4G ไปด้วยเพื่อที่จะไม่พลาดอัพเดทรูปสวยๆ กันนะคะ

อีกอย่างที่จะแนะนำคือ การเดินทางในบาหลีด้วยรถสาธารณะอาจจะไม่ค่อยสะดวกสบายมากนัก เนื่องจากยังไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถบัสที่เชื่อมต่อสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง และถนนหนทางที่ค่อนข้างโหด ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่แนะนำให้ติดต่อ รถเช่าพร้อมคนขับ (Bali Private Bus Service) นำเที่ยวจะดีกว่า อยากจะไปที่ไหนบอกคนขับได้เลยค่ะ

สำหรับการแต่งตัว หลายๆ ที่จะต้องแต่งกายสุภาพ ไม่ใส่ขาสั้น หรือเสื้อไม่มีแขน แนะนำซื้อผ้าคลุมหรือชุดของบาหลีใส่ถ่ายรูปให้เข้ากับบรรยากาศดีเลยล่ะค่ะ


DAY 1

หลังจากออกเดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติงูระฮ์ ไร หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ท่าอากาศยานนานาชาติเด็นปาซาร์ (DPS) เราจะหาอะไรกินกันก่อนและเดินทางไปที่ Ulawatu Temple

วัดอูลูวาตู (Uluwatu Temple)

Visualhunt | Fazia_

เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาที่มีสีเขียวของต้นไม้บนหน้าผากับกับสีน้ำเงินของน้ำทะเลที่ซัดเข้ามา ยิ่งไปช่วงเวลาบ่ายจะได้ภาพบรรยากาศที่สวยมากๆ โดยคนจะนิยมไปถ่ายภาพริมหน้าผามีฉากหลังเป็นทะเลและท้องฟ้าสวยๆ กัน

วิธีการเดินทาง : Taxi หรือ Bluebird taxi ใช้เวลา 50 นาที – 1 ชั่วโมง จากสนามบิน ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร
ที่ตั้ง : Pecatu, South Kuta, Badung Regency, บาหลี

Paon Bali Cooking Class

มาถึงบาหลีทั้งทีต้องได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ ซึ่งการเรียนรู้วิถีชีวิตที่เข้าใจง่ายที่สุดคือการเรียนรู้ผ่านอาหาร หรือวัฒนธรรมการกิน ที่จะได้ลงมือทำผ่านอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมแบบแท้ๆ โดยคนท้องถิ่น

จองแพ็คเกจคลาสทำอาหารบาหลี

DAY 2

เกาะนูซาเปอนีดา (Nusa Penida)

เป็นเกาะที่อยู่ห่างจากเกาะบาหลีไปทางตะวันออกประมาณ 1 ชั่วโมง ที่นี่เราจะได้กับธรรมชาติที่สวยงามอย่างเต็มอิ่ม เพราะเกาะนูซาเปอนีดามีหาดและชุดชมวิวหลายจุดให้ได้เช็คอินกัน

1. Keling King Beach

เป็นจุดเช็คอินที่ต้องมา ด้วยเขาที่ยื่นออกไปในทะเลมีสีเขียวของต้นไม้ สีน้ำเงินและสีฟ้าของน้ำทะเล รวมกับสีขาวของหาดทรายด้านล่าง พร้อมกับเขาที่มีลักษณะคล้ายกับไดโนเสาร์ ทำให้เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเช็คอินมากที่สุด สามารถเดินลงไปถึงชายหาดด้านล่างได้ แต่จะต้องระวังหน่อย เพราะทางเดินค่อนข้างแคบและชัน

ที่ตั้ง : Bunga Mekar, Nusa Penida, Klungkung Regency, บาหลี 80771

2. Angel’s Billabong

เดินทางออกจากจุด Keling King Beach ออกมาไม่ไกลก็จะถึง Angel’s Billabong ที่จะมีเป็นทะเลสาบเล็กๆ อยู่ระหว่างเขา 2 ฝั่ง ซึ่งสามารถลงไปเล่นน้ำได้ แต่ถ้าวันไหนเป็นวันที่น้ำขึ้นสูงมาก ๆ ก็ไม่แนะนำให้ลงไปนะคะ

ที่ตั้ง : Sakti, Nusapenida, Klungkung Regency, บาหลี 80771

3. Broken Beach

เดินออกมาไม่ไกลจาก Angel’s Billabong ก็จะเจอ Broken Beach เป็นเขาที่โดนน้ำทะเลกัดเซาะจนกลายเป็นช่องน้ำไหลผ่านได้ ซึ่งก็เป็นอีกชุดเช็คอินที่ใครที่ข้ามมาเกาะนี้แล้วต้องมาถ่ายรูป

ที่ตั้ง : Bunga Mekar, Nusapenida, Klungkung Regency, บาหลี 80771

Uma Pakel Agro

Visualhunt | Artem Bali

หลังจากไปเช็คอินวิวทะเลสวย ๆ กันที่เกาะ Nusa Penida กันไปแล้วก็กลับมาที่ฝั่งบาหลีเช็คอินชมวิวป่า วิวต้นไม้ วิวธรรมชาติกันบ้าง หลาย ๆ คนอาจเคยเห็นรูปที่นั่งชิงช้าลอยอยู่เหนือแบล็คกราวน์ป่าต้นมะพร้าว หรือเป็นเหมือนรังนกที่เราสามารถเข้าไปนั่งได้ คือที่ Uma Pakel Agro Tourism & Swing ที่นี่นอกจากจะมีชิงช้าและจุดชมวิวไว้ให้ได้ถ่ายรูปกันแล้ว ยังเป็นร้านกาแฟให้คุณได้พักผ่อนจิบชา จิบกาแฟผ่อนคลาย หรือระหว่างรอคิวนั่งชิงช้านี่ ต่อ 1 คนจะใช้เวลาประมาณ 10 นาทีบนชิงช้า ให้คุณได้ถ่ายรูปอย่างจุใจทั้งหันด้านหน้า หันด้านหลัง ปล่อยมือ โดยจะมีทางเจ้าหน้าที่คอยกำกับและหาช็อตสวย ๆ ให้คุณได้แน่นอนค่ะ

ที่ตั้ง : Jalan Raya Tegallalang, Tegallalang, Kabupaten Gianyar, Bali 80561

นาขั้นบันไดจาตีลูวีห์ (Jatiluwih Rice Terraces)

นาขั้นบันได วิถีชีวิตอีกอย่างหนึ่งของชาวบาหลี พวกเขาไม่ได้ปลูกข้าวบนผืนนาที่พื้นราบเหมือนกับประเทศไทย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่มีพื้นที่ราบน้อย เป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ ทำให้การปลูกข้าวแบบนาขั้นบันไดที่บาหลีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกด้วย

ที่ตั้ง : Jalan Jatiluwih No No.Desa, Jatiluwih, Penebel, Kabupaten Tabanan, Bali 82152

DAY 3

Pura Lempuyang Luhur

ปิดท้ายบาหลีด้วยการเข้าวัดเช็คอินกันบ้าง เริ่มต้นที่ประตูสู่สวรรค์ที่วัด Lempuyang Luhur ตั้งอยู่บนเขาทางตะวันออกสุดของเกาะบาหลี วัดนี้เป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นดินและพื้นฟ้าของบาหลีเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะวิวตรง Gateway to Heaven ยิ่งถ้าฟ้าสวย อากาศแจ่มใส เห็นวิวของภูเขาไฟอากุงด้านหลังแล้วล่ะก็ เพอร์เฟคสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ที่ตั้ง : Jl. Pura Lempuyang Luhur, Tri Buana, Abang, Kabupaten Karangasem, Bali 80852

Pura Tirta Empul

วัดฮินดูที่มีสื่อเสียงอีกวัดหนึ่งตั้งอยู่ใจกลางเกาะบาหลี ด้วยการอาบน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งใครที่ได้อาบก็จะเป็นการเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตและเป็นการป้องกันสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามาได้อีกด้วย ได้เรียนรู้ ได้ลองสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบาหลีไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : Jl. Tirta, Manukaya, Tampaksiring, Kabupaten Gianyar, Bali 80552

Pura Tanah Lot

วัดสุดท้ายของทริปนี้ เป็นวัดที่เป็นแลนด์มาร์กของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาบาหลี วัด Tanah Lot เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนโขดหินที่เหมือนวางซ้อนทับกันและยื่นออกไปในทะเล ทำให้วัดนี้เป็นวัดที่สวยงามเพราะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้และคลื่นทะเล

ที่ตั้ง : Beraban, Kediri, Tabanan Regency, Bali 82121


 

KKday Travel with Family
โหวตเลือกผู้ชนะกิจกรรม Travel with Family เพื่อชิงของรางวัล
- บัตร T-money 1 ใบ 10 รางวัล
- ส่วนลด 10% วันเดย์ทัวร์เกาหลี 15 รางวัล

วิธีการร่วมสนุก:
1.โหวตเลือกโพสที่คุณถูกใจ (1 บัญชีผู้ใช้สามารถโหวตได้ 1 คะแนนต่อวัน)
2.แชร์หน้าการโหวตไปที่เฟสบุคของคุณ + #KKdayFamily #VoteForFreePrize (อย่าลืมตั้งค่าโพสเป็นสาธารณะ)
โหวตเลย! https://travelwithfamily.act.kkday.com/th/vote?cid=6652