เวียดนามเป็นประเทศที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยนัก สามารถเดินทางไปโดยการโดยสารเครื่องบินประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว นอกจากนั้นยังใช้งบไม่มาก ไม่เปลืองเงิน แถมอากาศยังดีมากๆ สถานที่ท่องเที่ยวสวย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นักท่องเที่ยวจากไทยหลายคนเลือกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว หากคุณก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากจะไปเที่ยวเวียดนาม แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ขอแนะนำให้ไปเที่ยวเวียดนามใต้ก่อนเลย

การท่องเที่ยวเวียดนามจะแบ่งสถานที่ออกเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ในส่วนของเวียดนามใต้ในอดีตจะเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เราจึงสามารถเห็นศิลปะแบบยุโรปได้จากหลายสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนามใต้ เรามาดูกันดีกว่า ว่าสถานที่ใดบ้างในเวียดนามใต้ที่จะต้องไปเยือนให้ได้หากมีโอกาสได้เดินทางไปค่ะ

1. ดาลัด

ดาลัดเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมเมืองหนึ่งในเวียดนามใต้ มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี พร้อมกับวิวหมู่บ้านสวยๆ มีกลิ่นอายความเป็นยุโรปหน่อยๆ ทำให้คุณเกือบลืมไปเลยว่าอยู่ในเอเชีย นอกจากนั้นยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถทัวร์ เริ่มจากสนามบินเมืองโฮจิมินห์ ก็โดยสารรถแท็กซี่ไปลงที่ย่านฟามงูเหลาแล้วก็ซื้อตั๋วรถบัสเพื่อเดินทางไปยังดาลัด (แนะนำให้ใช้บริการ Phuong Trang bus ตรงถนน PhanNgu Lao) ส่วนการเดินทางภายในเมืองก็สามารถเรียก Grab หรือจะซื้อทัวร์จากโรงแรมหรือเอเย่นต์ที่ไว้ใจได้ในเวียดนามก็ได้ค่ะ

โบสถ์ Domaine De Marie

Flickr | Joseph Nghia

หรือชื่อเต็มว่าโบสถ์ Nhà thờ Domaine De Marie เป็นโบสถ์สีชมพูอมแดงทั้งหลัก เรียกได้ว่าสวยแปลกสุดๆ อีกสถานที่หนึ่งที่ต้องไปก็คือสวนดอกไม้ไฮเดรนเยีย ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะดอกไฮเดรนเยียที่นี้สวยมาก ช่อใหญ่และบานตลอดทั้งปี แต่จะบานเป็นพิเศษในช่วงปลายปีที่อากาศหนาวเย็นมากกว่าช่วงอื่นของปี

Lam Vien Square

นอกจากนั้นหากคุณกำลังมองหาสถานที่เดินเล่นในเมืองสบายๆ ก็สามารถไปเยือน Lam Vien Square หรือจตุรัสกลางเมืองดาลัด มีโดมสองโดมเหมือนดอกไม้อยู่ด้านข้าง ส่วนตรงกลางจะเป็นลานกว้าง ด้านหนึ่งจะติดแม่น้ำ สามารถแวะมาเดินเล่น นั่งพักและถ่ายรูปสวยๆ ได้อยู่

หากคุณเลือกที่จะค้างที่ดาลัดสักคืนหนึ่ง ก็สามารถเที่ยวตลาดกลางคืนที่ใจกลางเมืองดาลัดได้ โดยเค้าจะมีอาหารเสียบไม้ย่าง ราคาไม่แพงให้เลือกลองกินดู มีพิซซ่าเวียดนามที่ห้ามพลาดแล้วก็น้ำเต้าหู้ร้อนๆ ให้ซดก่อนนอน

2. มุยเน่

การเดินทางมามุยเน่ หากเดินทางจากเมืองดาลัดก็สามารถซื้อทัวร์จากโรงแรมได้เลย (ส่วนใหญ่จะมีไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว) แต่ถ้าหากว่าเริ่มจากโฮจิมินห์แนะนำให้ซื้อทัวร์จาก Vietsea Tourist ที่ตั้งอยู่บนถนน PhanNgu Lao จะสะดวกและคุ้มค่าที่สุด

Sand Dune

พูดถึงเวียดนามใต้ จะไม่พูดถึงเนินทรายมุยเน่ไม่ได้ เพราะว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยแปลกไม่เหมือนใคร โดยมีลักษณะเป็นชายหาดที่ทอดยาวประมาณ 10 กิโลเมตร นอกจากนั้นรอบๆ มุยเน่จะมีเนินทรายหลากหลายสีล้อมรอบอยู่ ที่โด่งดังที่สุดก็จะเป็นเนินทรายสีแดงและเนินทรายสีขาว ถ่ายรูปสวยมากเหมือนกับอยู่ในทะเลทรายแถวตะวันออกกลาง หากสาวๆ ได้เดินทางมาที่นี้แล้วอย่าลืมเตรียมชุดสวยๆ พริ้วๆ มาด้วยนะคะ รับรองได้รูปสวยๆ เยอะแยะแน่นอน

Fairy stream

Flickr | DVNTHUAN THUAN

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในมุยเน่ที่สามารถมาเยือนกันได้หากมีเวลาก็คือแคนยอนแห่งเวียดนามหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มีลักษณะเป็นหินผาที่ถูกกัดเซาะด้วยลมและน้ำ หากจะเข้าไปชมต้องถอดรองเท้าและเดินลุยน้ำเข้าไปด้านใน น่าสนุกดีเหมือนกันค่ะ

3. โฮจิมินห์ซิตี้

โฮจิมินห์เป็นเมืองที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเวียดนาม แต่เดิมชื่อว่าไซง่อน สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ไม่ยากจากสนามบินโฮจิมินห์แนะนำให้นั่งรถแท็กซี่เข้าไปได้เลยหรือจะเลือกนั่งรถเมล์สีเขียว สาย152 ตรงเข้าเมืองเลยก็ได้

ไปรษณีย์กลางไซง่อน (Saigon Central Post Office)

โฮจิมินห์ซิตี้มีสถานที่ท่องเที่ยวและสถาปัตยกรรมกลิ่นอายยุโรปตามจุดต่างๆ ของเมือง เช่น Saigon Central Post Office ซึ่งเป็นไปรษณีย์ขนาดใหญ่กลางเมือง เป็นตึกสีเหลืองอ่อนขนาดใหญ่แบบยุโรป ออกแบบโดยสถาปนิกคนเดียวกับที่ออกแบบหอไอเฟลของฝรั่งเศส

โบสถ์ไซง่อนนอร์เทรอดาม (Notre Dame Cathedral)

นอกจากนั้นก็ยังมีโบสถ์ไซง่อนนอร์เทรอดามซึ๋งอยู่ตรงข้ามกับตึกไปรษณีย์กลางไซง่อนเลยทีเดียว โดยโบสถ์นี้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อฝรั่งเศสได้เข้ามายึดเวียดนามเป็นอาณานิคมและนำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเข้ามาเผยแพร่ด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นโบสถ์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็สวยงามคลาสสิค

The Café Apartment

Flickr | Marco Verch

อีกที่ที่สายฮิปสเตอร์น่าจะถูกใจก็คือ The Café Apartment มีลักษณะเป็นอพาร์ทเม้นต์เก่าๆ หลายชั้น แต่ละห้องเปิดเป็นคาเฟ่ ร้านขายของกิ๊ฟช็อปและร้านอาหาร โดยร้านที่หลายๆ คนแนะนำให้ลองไปจิบเครื่องดื่มนั่งชิวๆ ก็มี Partea, Mango tree และ Boo Café

เวียดนามเหมาะกับผู้ที่ต้องการหาวันพักผ่อน เดินทางออกมาผจญภัยที่ต่างประเทศ มาพบกับสิ่งแปลกใหม่ที่คล้ายๆ กับบ้านเราแต่มีหลายอย่างที่ไม่เหมือน เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่เหมือนกันและที่สำคัญคือที่นี้อากาศดีมาก เย็นสบายแบบไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเหมือนได้มารีเซตร่างกายและจิตใจตัวเองเลยล่ะ มีเวลาว่างสัก 2 – 3 วันก็มาได้แล้ว หากพร้อมแล้ว ไม่ต้องรอช้า รีบจองตั๋วเลยจ้า


ไอเทมที่ต้องมีเมื่อไปเที่ยเวียดนาม


 

KKday Travel with Family
โหวตเลือกผู้ชนะกิจกรรม Travel with Family เพื่อชิงของรางวัล
- บัตร T-money 1 ใบ 10 รางวัล
- ส่วนลด 10% วันเดย์ทัวร์เกาหลี 15 รางวัล

วิธีการร่วมสนุก:
1.โหวตเลือกโพสที่คุณถูกใจ (1 บัญชีผู้ใช้สามารถโหวตได้ 1 คะแนนต่อวัน)
2.แชร์หน้าการโหวตไปที่เฟสบุคของคุณ + #KKdayFamily #VoteForFreePrize (อย่าลืมตั้งค่าโพสเป็นสาธารณะ)
โหวตเลย! https://travelwithfamily.act.kkday.com/th/vote?cid=6652