KKday Thailand Blog
JAPANTRAVEL GUIDE

10 สถานที่ที่คนรักสัตว์ไม่ควรพลาดในประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นอีกประเทศนึงที่รักสัตว์มากๆ โดยเฉพาะสัตว์ที่น่ารักและขนปุกปุย ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา หรือร้านขายของชำต่างก็มีอาหารสัตว์ เสื้อผ้าสัตว์ และชั้นวางอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

1. คาเฟ่แมว

การไปเที่ยวคาเฟ่แมวเป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของกรุงโตเกียวในหมู่ชาวต่างชาติและคนรักสัตว์ชาวญี่ปุ่นค่ะ เนื่องจากอพาร์ทเมนต์ญี่ปุ่นจำนวนมากไม่อนุญาตให้ผู้เช่าเลี้ยงสัตว์ในอาคาร ทำให้คาเฟ่แมวเป็นอีกหนึ่งที่ที่คนรักสัตว์ต้องแวะไปพักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของน้องเหมียวกันค่ะ

แม้หลายๆ ที่จะเป็นคาเฟ่น้องแมวน่ารักทั่วไป แต่บางที่ก็มีความเป็นเอกลักษ์ของตัวเองมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่แมวที่เลี้ยงแมวเฉพาะสายพันธ์แมวดำ หรือคาเฟ่แมวที่ช่วยเหลือน้องแมวจรจัด นอกจากเราจะเพลินกับการเล่นกับน้องแมวแล้ว ยังได้ดื่มชา กาแฟ และทานขนมอร่อยๆ ได้ด้วย

ร้านแนะนำในโตเกียวคือ Cat Café Calico คาเฟ่ 2 ชั้นตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ ขึ้นชื่อว่าเป็นคาเฟ่แมวที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เพราะว่ามีแมวอยู่ถึง 50 ตัวเลยทีเดียว (พิกัด)

2. เกาะกระต่าย (Bunny Island)

เกาะโอคุโนชิมะ (Okunoshima Island) หรือเกาะกระต่ายของประเทศญี่ปุ่น บนเกาะนี้มีกระต่ายกว่า 250 ตัวเดินเล่นได้อย่างอิสระ แถมน้องๆ ก็ค่อนข้างเชื่องและเข้าหาคนสุดๆ เลย โดยที่นี่เป็นเขตปลอดสุนัขและแมวนะคะ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของน้องกระต่ายเลยทีเดียว

แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความน่ารักเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีร่องรอยของประวัติศาสตร์และอดีตที่แสนเศร้าอีกด้วย เพราะครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นสถานที่ทดลองอาวุธเคมี ทำให้ปัจจุบันมีซากปรักหักพัง โรงไฟฟ้า และสถานีวิจัยมากมาย และเคยมีการทดสอบเคมีโดยใช้กระต่ายอีกด้วย

3. สวนกวางนารา

เมืองนาราเป็นอีกหนึ่งอดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นค่ะ ดังนั้นที่นี่จึงเต็มไปด้วยแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ศาลเจ้า และวัดต่างๆ อันสวยงาม เหมาะกับการมาเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่สำหรับคนรักสัตว์ทุกเพศทุกวัยแล้ว จะพลาดไม่ได้เลยกับน้องกวางซีก้า ในสวนกวางนารา ที่น่ารัก เป็นมิตร และเดินอย่างอิสระในลานกว้าง อีกทั้งยังได้รับการดูแลและปฏิบัติด้วยความเคารพ เพราะปัจจุบันน้องกวางเหล่านี้ได้กลายเป็นสมบัติประจำชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ใครที่แวะไปเมืองนาราก็อย่าลืมแวะไปป้อนอาหารและถ่ายรูปกับน้องกันนะคะ

ใครคิดจะไปสวนกวางนาราาแล้ว ก็อย่าลืมแวะเที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (ศาลเทพเจ้าจิ้งจอก), วัดคินคะคุจิ (วัดทอง), และอาราชิยาม่ากันด้วยนะคะ บอกเลยว่าทริปนี้จัดให้เที่ยวภายใน 1 วันได้ด้วย ใครสนใจก็ลองไปดูทริปนี้กันได้ค่ะ

4. ชมสัตว์พื้นเมืองที่เกาะฮอกไกโด

ฮอกไกโดเป็นเกาะที่อยู่ทางเหนือสุดของญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องเทศกาลหิมะซัปโปโรซึ่งจัดขึ้นที่นี่ทุกฤดูหนาว แต่คนที่รักสัตว์หรือคนที่ไม่ชอบสัตว์ก็ตามรับรองว่าจะต้องใจละลายแน่นอน เพราะที่นี่มีสัตว์เล็กๆ น่ารักน่ากอด ขนปุกปุยมากมายค่ะ

เริ่มจาก Ezo Momonga หรือกระรอกบินญี่ปุ่น ที่อาจเป็นสัตว์ที่น่ารักที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้, นก Shima Enaga เป็นนกที่มีใบหน้าที่ไร้เดียงสา, Ezo Risu หรือ Hokkaido Squirrel เป็นกระรอกสีแดงน่ารักไม่ซ้ำใครกับหูยาวแหลม, สุนัขจิ้งจอกฮอกไกโดซึ่งเป็นหนึ่งในสองสายพันธุ์ของจิ้งจอกแดงที่พบในญี่ปุ่น, Ezo Fukuro นกฮูกตัวเล็กตัวน้อยที่สุดที่เคยมีมา, Iizuna พังพอนตัวเล็กสีขาว สายพันธุ์ที่พบได้ในสภาพภูมิอากาศหนาว

น่ารักขนาดนี้พลาดไม่ได้แล้วล่ะค่ะ

5. จิโกกุดานิ ออนเซ็น (Jigokudani Onsen)

จิโกกุดานิ ออนเซ็นเป็นออนเซ็นเดียวในโลกที่อนุญาตให้ลิงหิมะลงไปแช่น้ำได้ค่ะ ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก ช่วงที่ดีที่สุดในการมาเยี่ยมชมคือเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม เมื่อพื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ซึ่งเพื่อนๆ จะมีโอกาสในการเก็บภาพสวยๆ มากมายเลย โดยลิงหิมะเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดสุดๆ เลยล่ะค่ะ พวกเค้าเริ่มพัฒนาสำเนียงการพูดที่ไม่เหมือนใคร เรียนรู้ที่จะล้างมือ และล้างอาหารในน้ำด้วย

จองทริปไปดูลิงหิมะแช่ออนเซ็น

6. คาเฟ่นกฮูก

คาเฟ่นกฮูกสามารถหาได้ในโตเกียวและโอซาก้า เพื่อนๆ สามารถเข้าไปจับหรือลูบนกฮูก และป้อนอาหารได้ด้วย ในคาเฟ่แบบนี้ส่วนใหญ่จะปล่อยในนกสามารถบินได้อย่างอิสระ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะน้องนกฮูกเป็นมิตรมาก ถ้าโชคดีเค้าก็จะมาเกาะแช่อยู่ที่ไหล่ของเราด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคาเฟ่นกฮูกแต่ละที่ก็มีกฏเกณฑ์ที่ต่างกัน ส่วนใหญ่จะจำกัดเวลา 1 ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้กอด หรือค่าขนมและน้ำดื่มของเราอาจจะไม่ได้รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทั้งหมด ดังนั้นเพื่อนๆ ควรศึกษาให้ดีก่อนจองค่ะ แต่รับรองว่าการดื่มกาแฟกับนกฮูกจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำสุดๆ เลย

7. เกาะแมว

คนที่รักแมวมีเฮแน่ๆ ค่ะ เพราะที่ญี่ปุ่นมีเกาะแมวอยู่ถึง 13 เกาะ ให้ได้เล่นกับน้องเหมียว โดยเกาะที่คนนิยมไปคือเกาะทาชิโรจิม่า (Tashirojima island) โดยชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวประมงและมักจะดูแลแมวเป็นอย่างดีเพราะเชื่อว่าเป็นสัตว์นำโชค และยังมีรีสอร์ตที่เป็นเหมือนบ้าวแมวน่ารักๆ ด้วย (พิกัด)

เกาะแมวอีกแห่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ เกาะอาโอชิมะ (Aoshima) สำหรับเกาะอาโอชิมะแห่งนี้มีประชากรแมวต่อคนถึง 6 ต่อ 1 โดยเริ่มแรกชาวประมงนำน้องเหมียวมาเพื่อกำจัดประชากรหนูค่ะ แต่ปัจจุบันมีแมวกว่า 200 ตัวบนเกาะแห่งนี้ บนเกาะนี้ไม่มีที่พักหรือร้านอาหาร ยังไงก็ลองแพลนกันดีๆ นะคะ (พิกัด)

8. หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกสะโอ (Zao Fox Village)

จิ้งจอกแดงญี่ปุ่นได้รับความรักอย่างล้นหลามมากๆ จากเหล่าชาวอินเตอร์เน็ตทั้งหลาย ด้วยหน้าตาที่ดูเหมือนยิ้มตาหยีตลอดเวลา เพราะฉะนั้นสาวกน้องๆ ควรมาที่หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกสะโอซักครั้ง โดยหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในเทือกเขาใกล้หมู่บ้านชิโรอิชิ (Shiroishi) ที่นี่มีสุนัขจิ้งจอก 6 สายพันธ์ทุกสีทุกขนาดและสัตว์อื่นๆ กว่า 100 ชนิดโดยสุนัขจิ้งจอกได้รับอนุญาตให้เดินเตร็ดเตร่ได้อย่างอิสระ และผู้เข้าชมสามารถเดินเล่นและให้อาหารพวกเขาได้ และยังมีพื้นที่พิเศษที่สามารถเข้าไปดูจิ้งจอกทารกอีกด้วย 

จองทริปไปหมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก 

9. สวนกระรอก

ในญี่ปุ่นมีสวนกระรอกอยู่หลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีกะรอกสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป แต่ข้อสำคัญควรรู้สำหรับคนที่จะไปคือ ควรใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันกรงเล็บของกระรอกด้วยค่ะ เพราะกระรอกก็คือกระรอก เราไปหยุดเขาไม่ให้ไต่ไปตามตัวคงจะยากใช่มั้ยล่ะคะ

โดยสวนกระรอกที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น คือมาจิดะ (Machida) ในโตเกียว ซึ่งมีกระรอกอยู่กว่า 200ตัว ไม่เพียงแต่กระรอกเท่านั้น ยังมีกระต่าย หนูยักษ์ หนูตะเภา นกแก้ว และสัตว์อีกหลายหลายชนิดเลยค่ะ (พิกัดสวนกระรอกมาจิดะ)

10. คาเฟ่งู

คาเฟ่น้องหมาน้องแมวชิดซ้ายไปเลยนะคะ เมื่อมาเจอคาเฟ่งูในญี่ปุ่น ซึ่งมีงูหลากหลายสายพันธ์ ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงงูขนาดใหญ่อย่างงูเหลือม สำหรับงูที่มีพิษก็จะได้รับการดูแลไว้อย่างดีภายในตู้กระจกที่ปลอดภัย แต่สำหรับน้องงูที่ไม่อันตรายเพื่อนๆ ก็สามารถนำมาคลอเคลีย เลื้อยตามตัวในขณะดื่มชา รับประทานขนมได้เลย

KKday
Your Holiday Expert

ใส่ความเห็น