เกาะเชจู (Jeju Island) หรือ ที่ชาวเกาหลีเรียกว่า “เชจูโด” เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศ นอกจากเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ยังเป็นเกาะที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้เกาะนี้อุดมสมบูรณ์ ยิ่งในเรื่องของธรรมชาตินั้นสวยงามมาก เพราะภูมิประเทศมีลักษณะเด่นเฉพาะจากการระเบิดของภูเขาไฟ จึงดูแปลกหู แปลกตาไปจากภูมิภาคอื่นๆ ของเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นหินรูปร่างต่างๆ เนินเขาสวยงาม และปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว

นอกจากธรรมชาติอันสวยงามของเกาะแล้ว เรื่องวัฒนธรรมเกาหลี ที่นี่ก็มีไม่น้อยหน้าเช่นกัน ประกอบกับอากาศที่เกาะนี้ดีแทบจะทั้งปี ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป จึงทำให้เกาะเชจูเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่พากันหลั่งไหลมาชื่นชมธรรมชาติ หรือแม้แต่คู่รักที่มักจะจัดทริปมาฮันนีมูนกันที่นี่

การเดินทางในเกาะเชจู:

เนื่องจากเกาะเชจูนั้นยังไม่มีระบบรถไฟเข้าถึง การเดินทางหลักๆ จึงต้องอาศัย รถบัส รถแท็กซี่ รถยนต์ หรือซื้อทัวร์แบบเดย์ทริป ในการเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ

รถบัส

รถบัสถือว่าเป็นการเดินทางที่ถูกที่สุดในเกาะเชจู สามารถจ่ายค่าโดยสารได้ด้วยบัตร T-Money (ซื้อบัตร https://bit.ly/2UM3N9f) รถบัสบนเกาะเชจูมีให้บริการ 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

Credit | Visit Jeju

  • City Bus: เป็นรถบัสที่ให้บริการทั้งแบบระหว่างเมือง กับในตัวเมือง เช่นสาย 201 วิ่งรอบเกาะไปทางทิศตะวันออกของเกาะ มีรถออกทุกๆ 15-30 นาที  (Jeju Bus Station – Seongsan Ilchulbong – Seogwipo Bus Station)  และสาย 202 วิ่งรอบเกาะไปทางทิศตะวันตกของเกาะ มีรถออกทุกๆ 15-30 นาที เช่นกัน (Jeju Bus Station – Gosan – Seogwipo Bus Station) ค่ารถเริ่มต้นที่ 1,200 KRW

Credit | Visit Jeju

  • Tourist Shuttle Bus: เป็นรถบัสที่วิ่งผ่านตามสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของเกาะเชจู โดยจะแบ่งเป็น 2 สาย คือสาย 810 วิ่งทางฝั่งตะวันออก และ สาย 820 วิ่งทางฝั่งตะวันตก ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 1,150 KRW

Credit | Visit Jeju

  • Airport Limousine Bus: รถบัสสาย 600 เริ่มให้บริการจากต้นสาย สนามบินเชจู ไปสิ้นสุดที่ Seogwipo ใช้เวลาวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที รถออกให้บริการทุกๆ 18-20 นาที

แท็กซี่

สำหรับใครที่คิดว่าการเดินทางด้วยรถบัสนั้นยุ่งยาก ที่เกาะเชจูก็มีรถแท็กซี่ให้บริการเช่นกัน โดยค่าโดยสารเริ่มต้นตั้งแต่ 2,200 – 3,800 KRW ขึ้นอยู่กับประเภทของแท็กซี่และระยะทาง

รถเช่า

ถ้ามีใบขับขี่สากล การเช่ารถยนต์ขับในเกาะเชจูก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ไปไหนก็ได้ตามใจเราเอง

การซื้อทัวร์

การเลือกซื้อทัวร์แบบหนึ่งวันก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทำให้เราสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าถึงยาก หรือแม้แต่สถานที่ที่รถสาธารณะเข้าไม่ถึง ทั้งยังช่วยให้ประหยัดเวลาในการหาวิธีเดินทาง ไม่ต้องมาวุ่นวายกับการวางแผนท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีไกด์ที่จะคอยเล่าเรื่องราว และความเป็นมาของสถานที่เหล่านั้นให้ฟังอีกต่างหาก

ทัวร์เกาะเชจูที่น่าสนใจ


สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเช็คอินในเกาะเชจู 

1. พิพิธภัณฑ์ชาซุลล็อค(O’Sullac Tea Museum)

พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลล็อคแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภูเขาฮัลลาซาน เป็นไร่ชาเขียวขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะเชจู ภายในมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากชาเขียวเช่น ไอศกรีม ขนม เบเกอรี่ และเครื่องดื่มให้ลองชิม และตัวอาคารยังล้อมรอบไปด้วยทุ่งชาเขียวขนาดใหญ่ ทำให้เป็นหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่นิยมไปแวะเวียน หรือถ่ายรูปกัน

การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 820-2 ลงป้าย O’Sullac Tea Museum

2. เขาซองซาน อิลซูลบง(Seongsan Illchulbon)

ภูเขาซองซาน อิลซูลบง เป็นภูเขาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาใต้น้ำมากว่า 1,000 ปี และว่ากันว่าที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามทางธรรมชาติ จนได้ชื่อว่า “ยอดเขาแห่งรุ่งอรุณ หรือ Sunrise Peak” ด้านบนของภูเขายังสามารถชมวิวกว้างขวางของเมืองซงซานโพ และซอพจิโกจิ

การเดินทาง : จาก Jeju Intercity Bus Terminal นั่งรถบัส Dongilju คันที่ไป Seongsan  ลงที่ป้าย Seongsallipgu

3. น้ำตกชอนเจยอน (Cheonjeyeon Waterfall)

เป็นน้ำตกที่ถือว่าสวยและใหญ่ที่สุดในเกาะเชจู มีความสูงกว่า 22 เมตร และลึกประมาณ 20 เมตร เนื่องจากในตอนกลางคืนน้ำตกแห่งนี้จะมีการเปิดไฟประดับประดาสวยงาม นักท่องเที่ยวจึงสามารถมาเที่ยวน้ำตกในตอนกลางคืนได้ด้วย

การเดินทาง : จาก Jeju Intercity Bus Terminal นั่งรถบัสสาย 516 ปลายทาง Seoguipo ลงที่ป้ายสุดท้าย แล้วต่อแท็กซี่ หรือ ต่อรถบัสสาย 1 ลงป้ายสุดท้าย

4. หน้าผาจูซังจอลลี (Jusang Jeolli Cliff)

หน้าผาจูซังจอลลี หรือแดโพ จูซังจอลลี ที่นี่ถูกกำหนดให้เป็นอนุสาวรีย์ธรรมชาติ หมายเลข 433 เป็นหน้าผาเสาหินทรงหกเหลี่ยมสีดำต้นเล็กเรียงต่อกันเป็นแนว รับรองว่าจะต้องประทับใจกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวิวของคลื่นทะเลที่กระทบฝั่ง

การเดินทาง : จาก Jeju Intercity Bus Terminal นั่งรถบัส Jungmun Express Bus ไปลงที่ป้าย Jungmun Tourist Complex แล้วต่อแท็กซี่ไปที่ทางเข้าหน้าผา

5. สวนคาเมลเลีย (Camellia Hill) 

อีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับสายตากล้องถ่ายรูปแบบละมุนๆ ที่สวนดอกคาเมลเลีย ภายในสวนนั้นมีดอกคาเมลเลียมากกว่า 500 ชนิดหลากหลายสีสัน นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ป่าอื่นๆ อีกมากมายให้ทุกคนได้ไปสัมผัสและถ่ายรูปสวยๆ กลับมา

วิธีการเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 780 ไปลงที่ป้าย Sangchang-ri Village Bus Station แล้วข้ามถนนไปต่อรถบัสสาย 940 เพื่อไปลงที่ป้าย Dongbaekdongsan Station จากนั้นเดินต่ออีก 5 นาที

>จองตั๋วเข้าสวนคาเมลเลีย<

6. วัดยอกชอนซา(Yakcheonsa Temple)

Flickr | Malcolm Arouza

ชื่อวัดหมายถึง “วัดน้ำศักดิ์สิทธิ์” เป็นวัดทางพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีชื่อเสียงเกี่ยวกับน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ แหล่งบ่อน้ำแร่ที่ยังคงมีให้ชาวพุทธมาเพื่อดื่มน้ำศักด์สิทธินี้ บริเวณทางบันไดทางขึ้นของวัดจะมีสวนและบ่อน้ำสวยๆ ให้เก็บภาพบรรยากาศกันได้อีกด้วย

วิธีการเดินทาง : จาก Jeju Intercity Bus Terminal นั่งรถบัสสาย 600 มาลงที่ป้าย Yakchunsa Temple Stop และเดินต่อเข้ามาอีก 300 เมตร

7. อุทยานแห่งชาติภูเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park)

ฮัลลาซานเป็นภูเขาไฟใจกลางเกาะเชจู เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเชจูเลยก็ยังได้ โดยที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO แล้วเป็นที่เรียบร้อย ชาวเกาหลีจะนิยมมาปีนเขาฮัลลาในช่วงฤดูร้อน และมาชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงค่ะ 

วิธีการเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 740 ไปลงที่ป้าย Eorimok 


เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเที่ยวเชจู