ในยุคปัจจุบัน เทรนด์ของการท่องเที่ยวต่างแดนได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากที่คนเคยซื้อทัวร์เพื่อเดินทางไปยังที่ต่างๆที่ไม่คุ้นเคย เปลี่ยนแปลงไปเป็นการวางแผนท่องเที่ยวด้วยตนเอง ซึ่งหนึ่งในปัจจัยหลักที่มีผลต่อการวางแพลนเที่ยวแต่ละครั้งก็คือ “ค่าเดินทาง”

ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยว และยังเป็นประเทศที่การขนส่งสาธารณะทั่วถึงสะดวกสบาย เหมาะแก่การจัดแพลนเที่ยวด้วยตนเองเป็นอย่างยิ่ง

หากคุณกำลังมองหาบรรยากาศและประสบการณ์การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ภูมิภาค “คันไซ” คืออีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาด

ใครที่กำลังง่วนจัดคันไซทริปของคุณอยู่  แวะมาดูแพลนท่องเที่ยวคันไซ 4 วัน 3 คืนนี้สักครู่รับรองว่าได้ไอเดียดีๆ กลับไปจัดทริปครั้งนี้อย่างแน่นอน

โดยในการเดินทางในทริปครั้งนี้ เราจะใช้แค่พาสท่องเที่ยวเพียง 2 ใบเท่านั้น! คือ Osaka Amazing Pass (720 บาท) และ Kansai Thru Pass (1,120 – 1,430 บาท) 

  • อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตร Osaka Amazing Pass >> คลิก
  • อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตร Kansai Thru Pass >> คลิก

DAY 1: ไทย → ญี่ปุ่น (โอซาก้า)

จากสนามบิน Kansai International ขึ้นรถที่สถานี Kansai Airport, Wakayamashi และนั่งไปบนสาย Nankai Main Line เพื่อไปลงทีสถานี Namba หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นสายรถไฟที่ใกล้กับที่พักของคุณเพื่อไปเช็คอินและเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเที่ยวในถัดไปค่ะ หรือหากใครเที่ยวบินลงเช้าก็สามารถไปเดินเล่นและหาของอร่อยๆ ทานกันได้เลย

  • ร้าน Wadaya – ร้านชาบูชาบูญี่ปุ่นที่เจ้าของร้านเป็นถึงนักร้องชื่อดัง อย่างคุณ Akiko Wada >> จองโต๊ะ
  • ร้าน Isomaru Suisan – อิซากะยะอาหารทะเลชื่อดังในโอซาก้า สัมผัสไนท์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น >> จองโต๊ะ

DAY 2: เที่ยวเมืองโอซาก้า

ที่สถานที่ดังต่อไปนี้ เมื่อแสดงบัตร Osaka Amazing Pass จะสามารถเข้าชมได้ในราคาพิเศษหรือเข้าชมฟรี! นอกจากนี้ยังใช้บัตรใบเดียวกันนี้ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อีกด้วย

เลโก้แลนด์ (LEGOLAND® Discovery Center Osaka)

Visualhunt|Yang Yu

เลโก้แลนด์เหมาะอย่างยิ่งแก่การทำกิจกรรมครอบครัว เป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้เจ้าตัวน้อยของคุณได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่

วิธีการเดินทาง: เดินทางบนรถไฟสาย Chuo Line และลงที่สถานีปลายทาง Osakako Station จากนั้นเดินอีกประมาณ 5 นาทีก็จะพบกับจุดหมายปลายทาง

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

แวะชมอีกหนึ่งแลนมาร์คของโอซาก้าที่ไม่มาถือว่าพลาด “ปราสาทโอซาก้า” นั่นเอง บอกเลยว่าถ้าหากมาถูกช่วงเวลานอกจากจะได้ชมปราสาทสวยๆ ยังจะได้เห็นดอกซากุระอีกด้วย 

วิธีการเดินทาง: จากสถานี Osakako ที่ Lego land คุณสามารถนั่งรถต่อบนสาย Chuo Line เพื่อไปยังจุดหมายถัดไป ซึ่งก็คือ Tanimachi 4-Chrome ได้เลย

อุเมดะสกาย (Umeda Sky Building)

การเดินเที่ยวทั่วโอซาก้าภายในเวลา 1 วันอาจเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ที่สถานที่แห่งนี้ คุณจะได้ดื่มด่ำกับวิวแบบ 360 องศา ของเมืองโอซาก้า เรียกได้ว่า มาที่เดียวก็ได้เห็นทั่วเมืองโอซาก้า!

วิธีการเดินทาง: จากสถานี Tanimachi 4-Chrome ขึ้นรถย้อนกลับมาและไปลงที่สถานที่ Honmachi เพื่อเปลี่ยนสายรถไฟ จากนั้นนั่งต่อไปบนสาย Midosuji และไปลงที่สถานี Umeda เท่านี้คุณก็จะพบกับจุดหมายปลายทางถัดไป

เซมบายาชิ (Sembayashi Shopping Street)

แวะเติมพลังให้พร้อมกับการท่องเที่ยวสถานที่ถัดไป ที่แหล่งรวมร้านอร่อยในโอซาก้าอย่าง Senbayashi Shopping Street ที่สถานที่แห่งนี้คุณจะได้ลิ้มลองอาหารรสเลิศหลากหลายอย่าง จนพุงกาง

วิธีการเดินทาง: เดินจากสถานี Umeda เพื่อมาขึ้นรถไฟสาย Tanimachi จากนั้นนั่งรถไฟเพื่อไปลงยังสถานี Senbayashi

ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi)

Visualhunt | hans-johnson

ปิดแพลนวันแรกที่โอซาก้าของคุณที่แหล่งชอปปิ้งชื่อดัง “Shinsaibashi” โดยป้ายผู้ชายวิ่งเข้าเส้นชัยของ Glico ก็คือแลนมาร์คของที่แห่งนี้นั่นเอง

วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถจากสถานี Sembayashi เพื่อไปยัง Taishibashi-Imaichi จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย Imazatosuji เพื่อนั่งตรงไปยัง Kyobashi จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย nagahori tsurumi-ryokuchi และนั่งตรงยาวไปยังสถานี Shinsaibashi ได้เลย

DAY 3: เกียวโต

ถึงเวลาออกไปเที่ยวเมืองเกียวโต อดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นกันแล้ว โดยจากโอซาก้า สามารถใช้บัตร Kansai Thru Pass ขึ้นรถไฟ Hankyu Railway จากสถานี Hankyu Umeda โดยนั่งรถไฟขบวนด่วนพิเศษสายฮันคิวเกียวโต (Hankyu Kyoto Line) ไปลงที่สถานี Kawaramachi ซึ่งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองเกียวโตได้เลย 

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove)

ป่าไผ่แห่งนี้คุณจะได้พบกับความสงบ ที่คุณจะไม่สามารถหาได้ที่เมืองใหญ่ พร้อมทั้งวิวสีเขียวสุดสบายรอบตัว แล้วคุณจะค้นพบว่า ธรรมชาติบำบัดนั้นมีดีอย่างไร

วิธีการเดินทาง: จาก OSAKA ขึ้นรถไฟสาย HANKYU KYOTO เพื่อเดินทางเข้าสู่เกียวโต นั่งยาวไปเปลี่ยนสถานีที่ Katsura ขึ้นสาย Arashiyama และนั่งไปลงที่สถานีสุดสายซึ่งก็คือสถานี Arashiyama นั่นเอง

ย่านริมน้ำพอนโตโชะ (Pontocho)

Visualhunt | bethom33

เกียวโตเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความสวยงามของวิถีชีวิตญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้ นอกจากที่ย่านริมน้ำนี้จะเป็นที่นัดพบ ที่กิน ที่ดื่มของคนญี่ปุ่นแล้ว คุณยังจะได้เสพย์กลิ่นอายสุดคลาสสิคอีกด้วย

วิธีการเดินทาง: นั่งย้อนจากสถานี Arashiyama มาที่ Katsura จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย HANKYU KYOTO เพื่อไปยังสุดสายซึ่งก็คือสถานี Kawaramachi

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ หรือศาลเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าสุดโด่งดังที่ไม่ว่าจะแก่จะเด็กก็ต้องแวะมาขอพร โดยมุมถ่ายรูปที่ทุกคนห้ามพลาดคือ “เสาโทริอิ” หรือ เสาสีแดงเป็นพันต้นที่เรียงกันเป็นแนวยาวจนสุดลูกหูลูกตา

วิธีการเดินทาง: เดินหรือนั่งรถบัสจากสถานี Kawaramachi ไปขึ้นรถที่สถานี Gion-Shijo เพื่อเปลี่ยนเป็นสาย OTO จากนั้นนั่งยาวไปลงที่สถานี Fushimi-Inari

Kibuneguchi

หากคุณยังรู้สึกว่าสถานที่ท่องเที่ยวก่อนหน้านี้ยังไม่ ตอบโจทย์ศิลปะดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นมากพอ และยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง เมืองคิบูเนะก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากเช่นกัน ที่แห่งนี้รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนและศาลเจ้า วัดต่างๆ ที่ถูกออกแบบภายใต้ศิลปะแบบศาสนาพุทธนิกายชินโต รับรองว่าเต็มอิ่มสมใจอยากอย่างแน่นอน

วิธีการเดินทาง: นั่งรถจาก Fushimi-Inari บนสาย OTO ไปยังสถานี Demachiyanagi จากนั้นหารถบัสหรือเดินไปเพื่อเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย Eizan Electric Railway นั่งยาวไปลงที่สถานี Kibuneguchi
*การเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้จะค่อนข้างมีความยากลำบากและซับซ้อนเล็กน้อย โปรดหาข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งไปยังสถานที่ดังกล่าว

DAY 4: นารา

สถานที่ดังต่อไปนี้สามารถเดินทางได้โดยใช้ Kansai Thru Pass

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนารา ส่วนใหญ่แล้วจะกระจุกตัวกันอยู่ที่บริเวณสถานีคินเท็ตสึนารา (Kintetsu Nara) โดยจากเกียวโตคุณสามารถขึ้นรถไฟสายเกียวโต มาลงที่สถานี Yamato-Saidaiji เพื่อเปลี่ยนเป็นสาย Nara จากนั้นนั่งไปจนสุดสายและลงที่สถานี Kintetsu Nara

ในบริเวณแห่งนี้คุณจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวดังต่อไปนี้

สวนกวางนารา (Nara Park)

ประเทศญี่ปุ่นมีระบบการจัดการพื้นที่สาธารณะที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ โดย Nara Park ถือเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเหล่ากวางเป็นขวัญใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศให้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้

 วัดโทไดจิ (Tōdai-ji Temple)

จบทริปคันไซครั้งนี้ของคุณด้วยการขอพรหลวงพ่อโตแห่งเมืองนาราให้เป็นศิริมงคลก่อนกลับ วัดแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ชื่อเสียงระดับจังหวัด แต่เรียกได้ว่าโด่งดังระดับประเทศ ประติมากรรมและศิลปะต่างๆภายในวัดแห่งนี้ คือสิ่งที่เชิดชูให้วัดเป็นที่รู้จักต่อผู้คนมากมาย

การเดินทางกลับจากเมืองนาราเข้าสู่โอซาก้านั้น คุณสามารถใช้บัตรคันไซทรูพาสขึ้นรถไฟสาย Kintetsu Nara นั่งต่อเดียวมาลงที่สถานี Osaka Uehommachi ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง


ตามรอยแผนการเดินทางในงบสุดประหยัดนี้ได้ด้วย: