‘เมื่อไหร่จะมีแฟน?’ หนึ่งในคำถามยอดฮิตติดอันดับหนึ่งของชีวิตคนโสด ซึ่งรอยยิ้มแห้ง ๆ ที่ส่งกลับไป ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ไม่เป็นไร… จะมีเมื่อไหร่ใครก็บอกไม่ได้ แต่ที่ทำได้น่าจะเป็นการหาโอกาสให้ตัวเองเจอกับเนื้อคู่มากกว่า แต่ถ้าลองมาหลากหลายวิธีแล้ว ไม่ว่าจะปัดซ้ายปัดขวาในแอปหาคู่ ปัดเท่าไรก็ไม่เวิร์ก ถ้าอย่างนั้นเรามา ‘ปัดรังควานความโสด’ ให้หมดไป ด้วย ‘การขอคู่’ แบบสายมูเตลูกันดีกว่า เราเลยจะขออาสาพาไปลุยขอพรจาก 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งในไทยและในเอเชีย ที่ว่ากันว่าโด่งดังเรื่องความรัก แถมขอเนื้อคู่ไปก็ไม่มีผิดหวัง! เตรียมตัวหาวันหยุดแล้ววางแพลนจัดทริปกันเลยดีกว่า

1. ศาลพระตรีมูรติ (Trimurti Shrine) หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ – ไทย

Visualhunt | kobetsai

ขอเริ่มต้นด้วยสถานที่แรกในบ้านเราที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ และถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องการไหว้ขอพรเรื่องความรัก ซึ่งภาพที่เราคุ้นตาคงจะเป็นภาพของผู้คนที่หลั่งไหลกันมาขอพรที่นี่กันอย่างไม่ขาดสาย หากยิ่งเป็นช่วงเวลาที่คนนิยมไปขอเรื่องความรักด้วยแล้วล่ะก็ บริเวณหัวมุมด้านซ้ายของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว โดยพระตรีมูรติขึ้นชื่อว่าเป็นเทพที่ประทานพรเรื่องความรัก ใครที่ตั้งใจไปขอก็จะมีแต่สมหวังกลับมาเป็นส่วนใหญ่

แล้วต้องเตรียมอะไรไปบ้าง?

1) เตรียมดอกกุหลาบแดง 9 ดอก พวงมาลัยดอกกุหลาบ 1 พวง
เพราะเชื่อว่ากุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความเป็นมงคล และพลังชีวิต
2) ธูปสีแดง จำนวน 9 ดอก สำหรับคนโสดให้เตรียมเทียนสีแดง 1 เล่ม โดยเชื่อว่าเมื่อขอพรแล้วจะได้พบเนื้อคู่
3) ผลไม้ ถ้าเป็นผลไม้สีแดงจะดีมาก หรือมะพร้าว น้ำอ้อย นมสด หรือของหวาน แต่ห้ามถวายของคาวเด็ดขาด
แต่ถ้าใครไม่มีเวลาเตรียมอะไรไปเลย ที่ศาลก็มีให้บริการชุดไหว้อยู่แล้ว พร้อมกับใบบทสวดด้วยนะ

หากอยากขอคู่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ?

1) ก่อนอื่นต้องเลือกไปช่วงเวลาที่เป็นมงคล คือทุกวันพฤหัสบดี ช่วงเวลาเช้า 9.30 น. และช่วงกลางคืน 21.30 น. เพราะตามความเชื่อช่วงเวลานี้คนนิยมไปขอพรแล้วสมหวังกันมากที่สุด
2) เขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ใส่ในกระดาษใบบทสวดให้เรียบร้อย โดยเคล็ดลับจะอยู่ตรงที่ควรเขียนรายละเอียดของคนที่คุณหมายปองว่าชื่อ นามสกุลอะไร และที่อยู่อยู่ที่ไหน ควรบอกความประสงค์ที่จะขอพรให้ชัดเจนด้วย
3) จุดธูป เทียน ตั้งจิตอธิษฐานให้มั่น แล้วขอพรเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องขอพรแต่เรื่องดี ๆ และถูกต้องตามศีลธรรมเท่านั้นถึงจะสมหวัง แล้วเริ่มสวดตามบทสวดขอพรพระตรีมูรติได้เลย
4) ปักธูปเทียนลงในกระถางใบใหญ่ที่เตรียมไว้ให้ แล้วไปวางดอกกุหลาบหรือผลไม้ที่เตรียมมา เพียงแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

  • เวลาทำการ: เปิดตลอดเวลา
  • วิธีการเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลม ทางออก 9 เดินบน Sky Walk มีทางเชื่อมถึงหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์

2. ศาลเจ้าคาวาโกเอะฮิกาวะ (Kawagoe Hikawa Shrine) – ญี่ปุ่น

Visualhunt |S.R.G – msucoo93

กว่า 1,500 ปีแล้วที่ศาลเจ้าแห่งความรักเก่าแก่ อย่าง ศาลเจ้าคาวาโกเอะฮิกาวะ อยู่คู่กับเมืองมายาวนาน และขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่แห่งการชำระล้างร่างกายและจิตใจที่ไม่สะอาดบริสุทธิ์ แถมยังทำให้ได้พบกับความรักดี ๆ อีกด้วย ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อสักการะบูชาเทพเจ้าถึง 5 องค์ด้วยกัน

และในเทพเจ้าทั้ง 5 นี้ ที่มีคู่สามีภรรยาอยู่ 2 คู่ คนญี่ปุ่นเลยเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก หรือ เทพเจ้าแห่งความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว มาตั้งแต่นั้น ทั้งคนญี่ปุ่นเองหรือนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกก็หลั่งไหลกันเดินทางมาขอพรที่นี่ด้วยเช่นกัน

หากอยากขอคู่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ?

1) ก่อนที่จะผ่านเสาประตูทางเข้าไปให้โค้งทำความเคารพ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการกล่าวทักทายและขออนุญาตต่อเทพเจ้า
2) เดินลอดใต้เสาโอโทริอิขนาดใหญ่เข้ามาในบริเวณศาลเจ้า
3) เมื่อเข้ามาในศาลเจ้าแล้ว ต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ก่อน เพราะฉะนั้นต้องหาจุดที่เป็นซุ้มล้างมือให้เจอ
4) เมื่อเจอแล้วจะมีกระบวยตักน้ำอยู่ ตักน้ำให้เต็ม ราดน้ำที่มือข้างซ้ายก่อนตามด้วยมือข้างขวา รองน้ำด้วยมือซ้ายและบ้วนปาก  ราดน้ำที่มือข้างซ้ายอีกครั้ง สุดท้ายให้เอียงกระบวยโดยให้ปากกระบวยอยู่ด้านบน และราดน้ำลงบนด้าม เป็นการทำความสะอาด
5) จากนั้นให้ไปที่หน้าศาลหลัก ด้านบนของศาลหลักจะมีระฆังขนาดใหญ่ห้อยลงมาจับเชือกที่ห้อยลงมาจากระฆัง แล้วแกว่งให้เกิดเสียง
6) หาเหรียญมาทำบุญบูชาให้กับเทพเจ้า ส่วนมากนิยมใช้เหรียญ 5 เยนในการบูชา เพราะเชื่อว่าเป็นการอธิษฐานให้มีความสัมพันธ์ที่ดีหรือขอให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี ๆ
7) จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนของการอธิษฐานได้เลย โดยเริ่มจากการโค้งคำนับก่อน 2 ครั้ง ตบมือให้เกิดเสียงดัง 2 ครั้ง เมื่อตบมือเสร็จให้ โค้งคำนับอีก 1 ครั้ง แล้วค่อยตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่อยากจะขอ พออธิษฐานเสร็จก็โค้งคำนับอีก 1 ครั้ง ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนการขอพร

Visualhunt |Kasim Yang

แต่ขอพรเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับนะ ที่นี่ยังมีอีกหลายกิจกรรมให้เราทำ อย่าง ตระเวนไหว้พระและสะสมตราประทับของศาลเจ้า การเดินวนรอบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุมากกว่า 600 ปีโดยเชื่อว่าหากเดินวนรอบทางเดินเป็นรูปเลข 8 ก็จะได้รับพลังแห่งจิตวิญญาณ การเดินลอดอุโมงค์เอมะ หรือการตกเซียมซีปลาไทเอาไว้เป็นเครื่องรางที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยและความรัก

และที่เป็นไฮไลต์สำคัญที่เราอยากแนะนำเลยก็คือการซื้อเครื่องรางเสริมดวงด้านความรัก อย่าง ‘ดินสอสีแดงแห่งความรัก’ เพราะนี่เป็นเครื่องรางพิเศษที่มีเฉพาะที่ศาลเจ้าคาวาโกเอะฮิกาวะ เท่านั้น โดยมีลูกเล่นคือด้ายสีแดงแห่งโชคชะตา ที่เชื่อว่าเป็นด้านที่ผูกเชื่อมระหว่างเรากับเนื้อคู่ และด้ายนี้จะทำให้เขามีโอกาสเข้ามาใกล้เราเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่หยิบมาใช้นั่นเอง

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หากใครอยากได้เครื่องรางหายากมากยิ่งขึ้นไปอีก เราแนะนำว่าให้รีบมาแต่เช้า เพราะจะมีการแจก ‘หินเนื้อคู่’ ที่เชื่อกันตั้งแต่อดีตว่า หากนำหินกรวดจากศาลเจ้าแห่งนี้กลับไปแล้วเก็บรักษาเป็นอย่างดีก็จะได้พบกับเนื้อคู่หรือความรักดี ๆ โดยการแจกจะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.00 น. และแจกเพียง 20 ชิ้นเท่านั้น! และหากนำกลับไปแล้ว แล้วสมหวังอย่างที่ตั้งใจ ได้มีความรักดี ๆ และเจอเนื้อคู่ที่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วล่ะก็ ให้นำหินเนื้อคู่กลับมาคืนที่ศาลเจ้าพร้อมกับคนรัก หลังจากนั้นก็จะได้รับเครื่องรางเป็นด้ายสีแดงกลับมาบูชาแทน ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ ใครที่มีแพลนว่าจะไปญี่ปุ่นก็อย่าลืมจดที่นี่ลงในลิสต์ แล้วหาโอกาสไปให้ได้สักครั้งในชีวิตด้วยแล้วกัน!

3. วัดหลงซาน (Longshan Temple) – ไต้หวัน

Visualhunt |Howard C.H Chang

วัดหลงซานเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งในไต้หวัน เพราะสร้างมากว่า 300 ปีแล้ว และมีประวัติว่าเกิดความเสียหายเกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจากการทิ้งระเบิด แต่เจ้าแม่กวนอิมซึ่งอยู่ภายในตำหนักไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด หลังจากนั้นก็มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ไปหลายต่อหลายครั้ง ความศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศทั้งจากชาวไต้หวันเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามา จนถึงทุกวันนี้ แล้วเกี่ยวกับการขอคู่ยังไงล่ะ? ก็สิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ ที่ทำให้ใครต่อใครเดินทางมา ก็อยู่ตรงที่ การขอคู่รักจากเทพเฒ่าจันทรา นี่แหละ

Visualhunt |ni.c

หากอยากขอคู่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ?

1) เลือกช่วงเวลาที่เป็นเหมาะสำหรับการมาขอพร คือ 6.00 น. 8.00 น. และ 17.00 น. เพราะจะมีผู้มีจิตศรัทธามาสวดมนต์อธิษฐานร่วมกัน
2) ให้เดินผ่านประตูมังกรเข้ามา แล้วเจอกับซุ้มขายเครื่องบูชาธูปเทียน โดยทางวัดจะแจกธูปหนึ่งดอกให้ฟรี ใช้สำหรับไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ตั้งอยู่กลางวัด
3) ให้จุดธูปไหว้เทพเจ้าทั้ง 7  โดยจำง่าย ๆ ว่าให้เริ่มวนจากขวาไปจนซ้ายสุด โดยเทพเฒ่าจันทราจะตั้งอยู่ด้านในสุดของวัด
4) เริ่มขั้นตอนการเสี่ยงทายกับเทพเฒ่าจันทรา โดย

  1. เริ่มขอพรจากเฒ่าจันทรา ด้วยการตั้งจิตอธิษฐานและบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเองให้ละเอียด เริ่มจากชื่อ นามสกุล วันเกิด ที่อยู่ ตามลำดับ
  2. หยิบไม้เสี่ยงทายที่มีลักษณะไม้สีแดงรูปพระจันทร์เสี้ยว ด้านหนึ่งนูน ด้านหนึ่งแบนไว้ในมือ แล้วอธิษฐานขอคู่จากเทพเจ้า โดยต้องอธิษฐานเป็นคำถามใช่หรือไม่ใช่ แล้วโยนไม้เสี่ยงทายทั้งสองลง ในกรณีที่ขอพรเรื่องความรักก็ให้อธิษฐานด้วยคำถามว่า จะขอด้ายแดงเพื่อเป็นการเสริมเรื่องความรัก แล้วดูว่าเฒ่าจันทราจะให้ด้ายแดงหรือไม่
  3. แล้วดูคำตอบของไม้เสี่ยงทายกัน…
    • ถ้าหงายทั้งสองชิ้น โดยด้านแบนหงายขึ้นคือ ไม่แน่ใจ ให้โยนอีกครั้ง
    • ถ้าคว่ำทั้งสองชิ้น โดยด้านนูนหงายขึ้นคือ ไม่ใช่หรือไม่ถูกต้อง
    • ถ้าหงายหนึ่งชิ้น และคว่ำอีกหนึ่งชิ้นคือ ใช่หรือถูกต้อง
    • โดยการโยนไม้เสี่ยงทายจะต้องโยนให้เป็นหงายหนึ่ิ้งชิ้นและคว่ำหนึ่งชิ้นติดต่อกัน 3 ครั้ง ถึงจะเป็นคำตอบที่แน่ชัด
  1. หยิบด้ายแดงจากเฒ่าจันทรา แล้วนำไปทำพิธีชุ่นเชียง โดยนำด้ายแดงไปวนขวา 3 รอบที่กระถางธูป เพราะเป็นความเชื่อว่าด้ายแดงนี้จะไปผูกกับเนื้อคู่ของเรา และทำให้มีโอกาสได้เจอกัน

5) เมื่อขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ออกทางประตูเสือ

สำหรับใครที่อยากได้เครื่องรางอะไรติดไม้ติดมือกลับไปสักหน่อยเพื่อความอุ่นใจ ทางวัดก็มีซุ้มขายของที่ระลึกหรือเครื่องรางเพื่อเสริมดวงในหลายด้าน อย่าง การงาน การเงิน การเรียน หรือสุขภาพ ก็เลือกบูชาเพิ่มเติมได้ แต่ถ้าจะบูชาเรื่องความรักแบบเน้น ๆ แน่นอนว่าต้องเลือกเครื่องรางบูชาเทพเฒ่าจันทราเท่านั้น

4. วัดเสียไห่เฉิงหวง (Xia Hai City God Temple, 台北霞海城隍廟) – ไต้หวัน

Visualhunt |waychen_c

ก่อนจะย้ายไปขอคู่ที่ประเทศอื่นต่อ เราขอแนะนำอีกวัดหนึ่งในไต้หวันที่เก่าแก่และโด่งดังเรื่องการขอคู่ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ วัดเสียไห่เฉิงหวง แห่งนี้ โดยมีศาลเจ้าเล็ก ๆ ที่มีพระประธานเป็นเทพเจ้าที่คอยปกปักษ์รักษาเมืองคือ เทพเฉิงหวง นั่นเอง ถือว่าเป็นที่ศรัทธาของผู้คนทั้งชาวไต้หวันเองและชาวต่างชาติ และเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับวัยรุ่นที่มาขอพรเรื่องความรัก และเหล่าภรรยาที่มาขอพรให้มีชีวิตคู่ที่ราบรื่น

Visualhunt |vixyao

หากอยากขอคู่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ?

ต้องเริ่มจากการบูชาด้ายแดงเพื่อเสริมดวงเรื่องความรัก ด้วยวิธีไหว้ขอพรความรักจากเทพเจ้าเยว่เหล่าของศาลเจ้าเสียไห่

1) เดินเข้าไปด้านในของวัดแล้วซื้อชุดไหว้พร้อมเครื่องราง
2) วางของไหว้ไว้บนโต๊ะ นำธูปไปจุด แล้วหันหน้าออกหน้าวัดเพื่อไหว้เทียนกง พร้อมบอกชื่อ นามสกุล อายุ และที่อยู่ แล้วคำนับไหว้ 3 ครั้ง
3) นำของไหว้มาไหว้ด้านใน ไหว้พระประธาน และเทพองค์อื่น ๆ รวมถึงเทพเจ้าเยว่เหล่า ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก พร้อมกับบอกชื่อ นามสกุล อายุ และที่อยู่เหมือนเดิมอีกครั้ง พร้อมบอกลักษณะของเนื้อคู่ที่อยากได้กับเทพเจ้าเยว่เหล่า
4) จากนั้นเดินไปที่ศาลด้านขวา ไหว้อี้หย่งกง เพื่อปัดเป่าคนหวังร้าย ไหว้เฉิงหวงฟูเหริน เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของครอบครัว และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมที่ประดิษฐานอยู่ทางด้านขวา
5) นำธูปที่ไหว้ไปปักที่กระถางหน้าวัด โดยปักลงพร้อมกันทั้ง 3 ดอกในครั้งเดียว
6) นำเครื่องรางที่ได้มา คือด้ายแดงกับเหรียญมงคลไปวนกระถางธูป ตามเข็มนาฬิกา 3 ครั้ง แล้วเก็บติดตัวไว้
7) นำกระดาษไหว้ ใส่ลงในกล่องของทางวัด หลังจากนี้วัดจะนำไปเผา

5. วัดเยี่ยไห่ชิง (Yueh Hai Ching Temple หรือ Wak Hai Cheng Bio) – สิงคโปร์

Visualhunt |chooyutshing

และพิกัดสุดท้าย ก่อนที่ทริปขอคู่นี้จะจบลง เราขอแนะนำวัดลัทธิเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์และขึ้นชื่อเรื่องความรักมาก ๆ อย่าง วัดเยี่ยไห่ชิง ใครที่อยากสมหวังเรื่องความรักกับเขาบ้างสักที ต้องมาไหว้เทพเจ้า Elder of Moon โดยมีวิธีการขอคู่ง่าย ๆ เพียงนำด้ายสีแดงไปคล้องไว้ที่เทพเจ้าและเริ่มตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอพร เรียกว่าเป็นการขอพรง่าย ๆ แต่ได้ผลจนวัดแห่งนี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “The Love Temple” เลยทีเดียว เพราะมีคนจำนวนมากสมหวังหลังจากมาไหว้เทพเจ้า Elder of Moon องค์นี้นี่เอง สำหรับใครที่อยากจะขอเรื่องอื่นควบคู่ไปด้วยภายในวัดยังมีเทพเจ้าองค์อื่น ๆ ให้ขอพรอีกมากมายเลย

Visualhunt |chooyutshing