ในช่วงซัมเมอร์แบบนี้ จะมีอะไรอินเทรนด์ไปกว่าการเที่ยวทะเล รับคลื่นลมอันสดชื่นขณะนอนใต้ร่มไม้ชิลๆ บนชายหาด! ประเทศที่มีทะเลสวยๆ นั้นมีอยู่มากมายเหลือเกินในแถบเอเชีย แต่รู้หรือไม่ว่าประเทศมาเลเซียก็มีเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติเช่นกัน นั่นก็คือซาบาห์ (Sabah) เป็นรัฐที่อยู่ทางตะวันออกสุดของมาเลเซีย เราได้มีโอกาสไปที่นี่พอดี เลยได้ทำการจองวันเดย์ทริปสั้นๆ ไปเที่ยวเกาะมานูกันและเกาะซาปี ซึ่งเป็นเกาะชื่อดังของซาบาห์ วันนี้เลยจะมารีวิวเดย์ทริปนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวทะเลในฤดูร้อนนี้กัน

เราจองทริปล่วงหน้ามาก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ พอกดชำระเงินเรียบร้อยแล้วก็จะได้ใบ voucher ภายใน 12 ชั่วโมง โดยจะส่งมาทางอีเมลและในแอพพลิเคชั่น KKday เราก็เก็บ voucher นี้ไว้เอาไปแสดงยืนยันตัวตนกับไกด์ในวันเดินทาง

ก่อนวันเดินทาง 1 – 2 วัน ทางบริษัททัวร์ในท้องถิ่นจะติดต่อเรามาผ่านทาง Line หรือ Whatsapp ตามที่เรากรอกข้อมูลไปตอนจอง โดยเขาจะยืนยันวันเวลาเดินทาง และบอกข้อมูลจุดนัดพบ, ชื่อไกด์, และทะเบียนรถให้ พอถึงวันเดินทางก็ไปตามเวลาและจุดนัดพบที่แจ้งมา โดยของเรานัดเวลา 8:20 น. ที่ป้ายรถบัส Centre Point Sabah อยู่บริเวณกลางเมืองซาบาห์เลย แถมไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพักด้วย ส่วนป้ายรถก็มองหาง่ายมากเพราะมีแบนเนอร์ KKday สีฟ้าเด่นมาแต่ไกล

พอมาถึง ไกด์ก็จะรอเราอยู่แล้วพร้อมรถตู้คันเล็กที่จะพาเราไปส่งที่ท่าเรือ (ในรูปเป็นคนขับรถเฉยๆ นะคะ ไม่ใช่ไกด์ 😂) ทริปนี้ของเราเป็นแชร์ทริป คือจะต้องเดินทางร่วมกันนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ ด้วย วันนี้มีผู้ร่วมทางทั้งหมดประมาณ 20 คน มีทั้งคนเกาหลี เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และคนมาเลเซียเลย ถือเป็นโอกาสดีๆ ในการพบปะผู้คนใหม่ๆ พอมากันครบแล้วก็ขึ้นรถตู้แบ่งกันไป ระหว่างทางไปท่าเรือเขาจะแวะรับนักท่องเที่ยวคนอื่นที่โรงแรมด้วย เสียเวลาไม่นานค่ะ

มาถึงท่าเรือแล้ว นั่งรถมาแปปเดียวเท่านั้น โดยรถจะจอดให้ลงหน้าทางเข้า แล้วเราก็เดินตามไกด์เข้าไปเลยค่ะ ไกด์ของเราพูดภาษาอังกฤษได้ดีนะคะ เพราะฉะนั้นหมดห่วงเรื่องภาษาได้เลย ก่อนขึ้นเรือไกด์ก็จะแจกจ่ายเสื้อชูชีพให้กับทุกคน บริเวณท่าเรือก็มีของขายอยู่ประปราย ไม่ว่าจะเป็น ชุดว่ายน้ำ กระเป๋ากันน้ำ ขนม ของกิน นอกจากนี้ก็มีห้องน้ำให้บริการด้วย ใครที่อยากเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำหรือเดรสไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ ก็จัดการได้เลย

เรือที่นั่งเป็นเหมือนกึ่งๆ สปีดโบ้ท ไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่เบียดกันค่ะ พี่ไกด์ก็จะไปดีลกับคนขับเรือให้เราเองทั้งหมด เราแค่เดินตามเขาไปก็พอ สบายมากๆ 😂

นั่งเรือรับลมเย็นๆ มาได้ประมาณ 10 นาทีเท่านั้นก็มาถึงจุดหมายแรกของทริปนี้กันแล้ว นั่นก็คือเกาะมานูกัน (Manukan Island) นั่นเอง! เกาะนี้ตั้งอยู่ในอุทยานทางทะเลทุนกูอับดุลราห์มัน (Tunku Abdul Rahman Park) เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อมากทีเดียวในซาบาห์ นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร แต่ไม่ถึงกับแน่นหรือถ่ายรูปออกมาแล้วติดหัวคนเต็มไปหมดนะคะ

พอมาถึงแล้วไกด์จะพาเราเดินไปที่บริเวณจุดพัก/จุดรวมพลที่อยู่ทางฝั่งริมๆ ของเกาะ ตรงนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ life guard/คนดูแลเกาะเข้ามาบอกกฎระเบียบต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ โดยหลักๆ ก็จะแจ้งให้ทราบว่าบริเวณไหนสามารถลงเล่นน้ำได้ ตรงไหนไม่ควรลง เพราะไลฟ์การ์ดจะดูแลเฉพาะฝั่งหน้าเกาะเท่านั้น

นอกจากนี้เขาก็จะแนะนำกิจกรรมทางน้ำที่ทางเกาะมีให้บริการที่ต้องเสียเงินเพิ่ม โดยจะมีทั้งหมด 5 กิจกรรมด้วยกัน คือ

  1. บานาน่าโบ้ท (Banana Boat) นั่งได้ 4 คน (ราคา 50 MYR ต่อคน)
  2. พาราไกลดิ้ง (Paragliding) ผู้ใหญ่นั่งด้วยกันได้ 2 คน ใช้เวลาเล่นทั้งหมด 10 นาที ไม่รวมเวลาที่ขึ้นเรือไปกลางทะเล (ราคา 100 MYR ต่อคน)
  3. เจ็ทสกี (Jet Ski) การขับเจ็ทสกีของที่นี่จะต้องนั่งกับคนดูแลไปด้วย เพื่อความปลอดภัยค่ะ (ราคา 200 MYR ต่อคน)
  4. เดินชมทะเลใต้น้ำ (Sea Walking) ใช้เวลา 30 นาทีในการชมใต้ทะเล ไม่รวมเวลาที่ขึ้นเรือไปกลางทะเล โดยจะชมใต้น้ำที่ความลึก 5 เมตร Sea Walking นี้จะใส่เป็นหมวกสูญญากาศ คนที่เล่นจึงไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำหรือดำน้ำเป็น เพราะสามารถหายใจได้ปกติเลย และน้ำไม่เปียกหน้าด้วย สาวๆ ที่ลงเครื่องสำอางมาไม่ต้องกลัวเมคอัพไหลค่ะ (ราคา 250 MYR ต่อคน)
  5. ดำน้ำ (Diving) ดำน้ำที่เกาะมานูกันไม่ขอใบอนุญาตดำน้ำ คนที่ไม่เคยดำน้ำนมาก่อนก็สามารถเข้าร่วมได้ โดยจะใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง 20 นาที ข้อแม้อย่างเดียวก็คือ ถ้าหากใครมีไฟลท์บินในวันเดียวกันหลังจากดำน้ำ จะห้ามเข้าร่วม เพราะความดันอากาศบนเครื่องบินจะทำให้เจ็บหูได้ (ราคา 280 MYR ต่อคน)

ถ้าใครไม่ได้ไปเล่นกิจกรรมไหนใน 5 อย่างข้างบน ก็สามารถยืนหน้ากาก snorkel ฟรี ไปดำน้ำตื้นกันได้ แต่ต้องเอามาคืนด้วยนะคะ พอคนดูแลแนะนำทุกอย่างเสร็จ พี่ไกด์ก็มานัดแนะเวลาทานข้าวกลางวัน ตอน 12:15 น. เราสามารถวางของต่างๆ ไว้ที่โต๊ะที่จุดรวมพลนี้ได้เลย พี่ไกด์จะนั่งเฝ้าให้ค่ะ แล้วก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการได้เลย

โดยใครที่ต้องการเล่นกิจกรรมที่เสียเงินเพิ่ม ให้มาลงชื่อและจ่ายเงินที่พี่ไกด์ แล้วเขาจะไปจัดการนัดแนะให้เราเอง ส่วนเราเลือกไปเล่นพาราเซลลิ่งค่ะ เพราะอยากลองมานานแล้ว อยู่ไทยไม่เคยเล่นซักที ไหนๆ มาถึงมาเลฯ แล้วต้องขอหน่อย! พอลงชื่อจ่ายเงินเรียบร้อยพี่ไกด์บอกว่าอีก 15 นาทีจะไปลงเรือ เราก็โอเค ขอตัวไปเดินเล่นซักหน่อยแล้วค่อยกลับมา

แอบถ่ายสัตว์ที่พบได้ทั่วไปบนเกาะมานูกันค่ะ มีน้องแมวอยู่เยอะเลย แล้วก็มีน้องตัวเงินตัวทองเยอะเช่นกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติก็คือตื่นเต้นกันใหญ่ เราก็ตื่นเต้นเพราะไม่คิดว่าน้องจะมาอยู่บนเกาะ 😂

บรรยากาศชายหาดที่เกาะมานูกัน ร่มรื่นดีมากๆ มีคู่รักมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งด้วย สำหรับใครที่ไม่อยากได้ผิวแทนกลับบ้านก็มานั่งชิลๆ ใต้ร่มไม้ได้ ส่วนใครที่อยากอาบแดดให้สุดก็เขยิบไปนอนใกล้ทะเลหน่อยค่ะ

มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำให้บริการบนเกาะด้วย ขนาดใหญ่พอสมควร แบ่งฝั่งชาย-หญิงชัดเจน ใช้บริการฟรีค่ะ

เดินเล่นบนชายหาดแปปๆ ก็ถึงเวลาไปลงเรือออกไปเล่น Paragliding พี่เจ้าหน้าที่ก็มาอธิบายวิธีการเล่นและระเบียบความปลอดภัยต่างๆ ให้เราฟัง แล้วก็เดินไปท่าเรือขึ้นเรือเล็กๆ ออกไปกลางทะเลได้เล้ย! บนเรือจะมีเจ้าหน้าที่ 2 คน คนนึงขับเรือ อีกคนคอยจัดการเรื่องพาราไกลดิ้ง

บริเวณท้ายเรือจะเปิดโล่งแบบนี้ค่ะ เอาไว้ปล่อยตัวเราขึ้นฟ้านั่นเอง บนเรือมีนักท่องเที่ยวอีก 2 คู่ที่จะไปพาราไกลดิ้งด้วยกัน ก็นั่งคุยกันไปพลาง สักพักพี่เจ้าหน้าที่ก็เอาสาย safety มาใส่เตรียมให้ค่ะ ก่อนขึ้นเขาจะถามเราว่าอยากเปียกมั้ย? อยากเปียกจะเปียกระดับไหน มีเปียกถึงระดับเอวกับเปียกถึงระดับไหล่ ถ้าไม่อยากเปียกก็บอกได้เช่นกัน แล้วก็สอนสัญญาณมือว่ายกนิ้วขึ้น 👍 คือให้เอาเราขึ้นไปสูงอีก ยกนิ้วโป้งลง 👎 คือให้เอาลงต่ำ เอามือไขว้กัน 🙅‍♀️ คือไม่ ส่วนเราขอเลือกไม่เปียกค่ะ

ขึ้นเขียง เอาสายรัดไปคล้องกับร่มชูชีพ นั่งยืดขา เตรียมตัวลอยฟฟ้าเลยย! I believe I can flyyyyyy~!

ตอนขึ้นไปเล่นเขาไม่แนะนำให้เอาโทรศัพท์หรือกล้องขึ้นไปด้วย เพราะถ้าตกน้ำเขาจะไม่รับผิดชอบในการช่วยหาค่ะ แต่สามารถฝากกล้อง/โทรศัพท์ไว้ที่พี่เจ้าหน้าที่หรือเพื่อนนักท่องเที่ยวในเรือได้ โดยรูปที่ได้ก็อย่างที่เห็น พี่เจ้าหน้าที่รู้มุมมาก น่ารักสุดๆ ได้มาเกือบร้อยรูป 😆 10 นาทีผ่านไปไวมากๆ พี่คนขับเรือจะมีลูกเล่นให้เราตื่นเต้นตลอด เช่น ขับตีโค้ง ขับช้าๆ ให้ร่มมันตกวืบลงมาเบาๆ แล้วค่อยเร่งให้เราไปสูงๆ และเขาจะคอยถามว่าอยากลงน้ำไหม หรืออยากสูงอีก เราก็ใช้สัญญาณมือตอบไปเลยค่ะ ตอนลงให้ยกขาเหยียดยาว เพื่อจะได้ลงอย่าง smooth และขาไม่กระแทกเรือ

ใช้เวลารวมทั้งหมดในการออกไปพาราไกลดิ้งประมาณ 40 นาที เพราะเราต้องรอนักท่องเที่ยวคนอื่นเล่นด้วย พอเป็นตาคนอื่นเล่น เราก็ช่วยกันถ่ายรูป ช่วยกันเชียร์ สนุกมากๆ ค่ะ พอมาถึงท่าเรือเกาะมานูกันก็มีเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก่อนถึงเวลากินข้าว ช่วงนี้ก็ไปเล่นน้ำต่อกันได้ตามสะดวก

เที่ยง 15 นาทีเขาก็เรียกเราไปต่อแถวรับข้าวกลางวันค่ะ จะมีหนุ่มๆ ชาวเกาะมาตักอาหารให้แบบนี้ เราก็ยกจานมารับไปได้เลย เมนูก็เป็นอาหารมาเลเซีย กึ่งๆ อาหารจีน

หน้าตาจานข้าวกลางวันของเราในทริปนี้ ประกอบไปด้วย หมี่ผัด สะเต๊ะ ปีกไก่ย่าง เนื้อแกะตุ๋น แกงกะหรี่ลูกชิ้นปลา ผัดเต้าหู้ ผัดฝักทอง และผัดผักกาดขาว รสชาติจืดเสียส่วนใหญ่ เมนูจึงอาจไม่ถูกปากเท่าไหร่สำหรับคนไทยที่ชอบอาหารรสจัด แต่ก็แก้หิวหลังจากเล่นน้ำมาอย่างเหน็ดเหนื่อยได้อยู่ค่ะ ส่วนน้ำที่พี่ไกด์เอาแจกเป็นน้ำมะนาวผสมบ๊วย อร่อยมากกก ชื่นใจสุดๆ นอกจากนี้ก็มีขนมหวานมาเลเซีย รสชาติเหมือนข้าวเหนียวมูน (อร่อยดี) และผลไม้ให้ทานตบท้ายมื้อกลางวันกันด้วย

เดินเล่นย่อยอาหารอีกซักพักก่อนเดินทางไปเกาะต่อไปตอน 13:15 น. อย่าลืมเอาเสื้อชูชีพของตัวเองไปด้วยนะคะ ห้ามทิ้งไว้

เดินตามพี่ไกด์ไปขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าไปเกาะซาปี (Sapi Island) กันต่อ

เกาะซาปีจะเล็กกว่าเกาะมานูกันมาก แต่น้ำใสเห็นตัวปลาเลย เราจะใช้เวลาที่เกาะนี้ 1 ชั่วโมงก่อนมาขึ้นเรือกลับฝั่ง ใครที่ยังไม่เหนื่อยก็สามารถไปเล่นน้ำได้อีกรอบ ที่เกาะนี้พี่ไกด์ก็จะหาจุดรวมพลและวางกระเป๋าให้เราเหมือนเดิม เราก็เดินตัวปลิวไปไหนมาไหนได้ตามต้องการเลยค่ะ (มันสบายตรงนี้!)

วิวพาโนราม่าของเกาะซาปี ตรงนี้เราเดินซนมาจนสุดหน้าหาดเลย จะเดินไกลไปอีกก็ได้ แต่มีคนมาเตือนว่าถ้าเดินไปไกลกว่านี้จะเป็นถิ่นน้องตัวเงินตัวทองแล้ว อาจจะอันตรายได้ เราเลยหยุดแค่ตรงนี้ค่ะ 😂 ก็สงบไปอีกแบบเหมือนกัน

ส่วนตรงนี้เป็นฝั่งขวาสุดของชายหาด น้ำใส ลมเย็น เราก็แอบเอนหลังตรงนี้สักพัก นั่งชิลๆ รอเวลาค่ะ ถ่ายไอจีสตอรี่แล้วแฮชแทค slow life ได้เลย

14:50 น. เราก็ไปลงเรือกลับท่าเรือเดิมในซาบาห์ พอลงแล้วก็เอาเสื้อชูชีพไปคืนที่เดิม เวลาบ่าย 3 โมงนิดๆ รถตู้ก็มาส่งเราที่โรงแรมแล้วค่ะ (จริงๆ แล้วรถตู้ต้องไปส่งเราที่จุดนัดพบค่ะ แต่มีคนมาเลเซียในทริปที่พักโรงแรมเดียวกันช่วยคุยกับคนขับให้ แล้วเขาก็ใจดีไปส่งที่โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากป้ายรถบัสให้ได้ล่ะ) เป็นอันจบทริปเที่ยวทะเลในประเทศมาเลเซียสั้นๆ ของเรา

ใครที่อยากไปทริปนี้แบบเรา ก็สามารถจองเดย์ทริปได้ที่ KKday เลย >>คลิกเพื่อไปจอง<< ราคาเริ่มต้นที่ 1,2XX บาท รวมค่ารถไป-กลับป้ายรถ Centre Point Sabah, ค่าเรือ, และอาหารกลางวัน แต่ไม่รวมกิจกรรมทางน้ำนะคะ การสื่อสารต่างๆ ในทริปนี้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด คนขับเรือที่ไปเล่นกิจกรรมทางน้ำเขาก็จะเลือกคนที่พูดภาษาอังกฤษได้มาให้ค่ะ


เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย