ฮอกไกโด เมืองทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ที่มีอากาศหนาวเกือบทั้งปี อุดมไปด้วยภูเขา ธารน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวในธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดในโลก นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังแล้ว ฮอกไกโดยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเมืองที่มีของกินอร่อย ไม่ว่าจะซาซิมิสด ๆ  ขาปูยักษ์ และนมวัว ซึ่งไม่แปลกเลยที่ที่แห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันที่หลาย ๆ คนอยากไปเยือน 

วันนี้ KKday ได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานไว้สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวฮอกไกโด ตั้งแต่การเดินทาง อาหาร ที่เที่ยว และข้อมูลน่ารู้อื่น ๆ ไว้ให้ทุกคนในบทความนี้แล้ว ไปอ่านกันต่อได้เลยค่ะ

ฤดูกาลท่องเที่ยว

ฮอกไกโดมีทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่ 

  1. ฤดูหนาว ช่วงธันวาคม – กุมภาพันธ์ ทั้งเมืองจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ใครที่อยากสัมผัสความหนาวเย็นของหิมะต้องไป
  2. ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงมีนาคม – พฤษภาคม มีอากาศเย็น เหมาะแก่การชมซากุระ
  3. ฤดูร้อน ช่วงมิถุนายน – สิงหาคม เหมาะแก่การชมทุ่งดอกลาเวนเดอ และดอกไม้หลากสี 
  4. ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงกันยายน – พฤศจิกายน ชมความงามของดอกไม้เปลี่ยนสี

การเดินทาง

ฮอกไกโด มีสนามบินด้วยกันหลายแห่ง แต่สนามบินที่ใหญ่ สะดวกต่อการเดินทางสำหรับคนไทยอย่างเรา ๆ คือ สนามบินชินชิโตเซะ (New Chitose Airport) ในเมืองซัปโปโร ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพ ฯ

การเดินทางภายในฮอกไกโด

Credit | city.sapporo.jp

1. รถไฟใต้ดิน (Sappora City Subway)

ซัปโปโรมีรถไฟใต้ดิน 3 สายหลักด้วยกัน คือ สายสีเขียว Namboku, สายสีส้ม Tozai และสายสีฟ้า Toho ครอบคลุมเมืองซัปโปโร วิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ ศาลเจ้าฮอกไกโด, พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร, โรงงานช็อกโกแลต ฯลฯ

  • ค่าบริการ 200 – 370 เยนต่อเที่ยว 
  • เปิดบริการ ทุกวัน เวลา 6.00 – 24.00 น.

Credit | JR Hokkaido

2. JR Line

ระบบรถไฟของญี่ปุ่นที่มีคลอบคลุมอยู่ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศ สะดวกสำหรับการเดินทางเที่ยวข้ามเมือง และสามารถนั่งจากสนามบินชินชิโตเซะ เพื่อเข้าไปในตัวเมืองซัปโปโรได้ มีทั้งบัตรรายครั้ง และบัตรเหมาที่เรียกว่า LR Pass ซึ่งสำหรับใครที่วางแผนเที่ยวหลาย ๆ เมืองรอบฮอกไกโด เหมาะอย่างยิ่งที่จะซื้อบัตร JR Pass Hokkaido ไว้ใช้ เพราะบัตรนี้บัตรเดียวทำให้เราสามารถเดินทางได้ทั่วฮอกไกโด และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มาก

Credit | city.sapporo.jp

3. รถราง (Streetcar) 

เหมาะแก่การนั่งเพื่อเที่ยวชมบ้านเมืองโดยรอบ ได้บรรยากาศแปลกใหม่นอกเหนือจากการนั่งรถไฟ โดยค่าโดยสารครั้งละ 200 – 360 เยน เปิดทำการทุกวัน เวลา 6.00 – 23.00 น.

4. รถบัสข้ามเมือง

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวระหว่างเมือง มีราคาประหยัดกว่าการเดินทางประเภทอื่น แต่ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน ผู้ที่มีเวลาเที่ยวไม่มากไม่เหมาะกับการเดินทางวิธีนี้ 

5. แท็กซี่

เป็นวิธีที่สะดวกมาก ๆ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเดินทางแบบอื่น

6. เช่ารถยนต์

เช่ารถขับรายวัน สำหรับวันที่ต้องเดินทางไกลก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะคุณสามารถควบคุมเวลา และยืดหยุ่นกับแผนเที่ยวได้ ซึ่งทาง KKday มีบริการรถเช่า ในราคาเริ่มต้นวันละ 1,200 บาท 

เว็บไซต์แนะนำในการตรวจสอบเส้นทางรถโดยสารสาธารณะในเขตซัปโปโร http://ekibus.city.sapporo.jp/

ฮอกไกโดมีอะไร

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าเกาะแห่งนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมไปชมดอกไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ไปสัมผัสอากาศเย็น และซึบซับความสงบของธรรมชาติ รวมไปถึงตามไปกินอาหารอร่อย ซึ่งวันนี้เรามีกิจกรรมที่ต้องไม่พลาดเมื่อไปฮอกไกโดมานำเสนอทุกท่านกัน

ตามกิน 

อาหารทะเลสด ๆ โดยเฉพาะเนื้อปูฮอกไกโดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสด และอร่อย ซึ่ง KKday คัดสรรร้านเด็ดมาไว้ที่นี่แล้วกับร้าน Kaniya Honten หรือที่ร้าน Katinoji

เมล่อนหวาน กรอบ ผลไม้ขึ้นชื่อของเกาะฮอกไกโด ที่สาวกเมลอนต้องไม่พลาดกับบุฟเฟ่อาหารกลางวัน และฮามิเมลอนที่ร้าน Herb Garden Furano ซึ่งพิเศษหากจองผ่าน KKday รับสิทธิ์ฟรีเวิร์คชอปทำหมอนลาเวนเดอร์ไปอีกด้วย (คลิกไปจองแพ็คเกจบุฟเฟต์เมล่อน)

จิบเบียร์ คงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการได้จิบเบียร์ท่ามกลางอากาศหนาว ๆ ของเมืองซัปโปโร ต้นกำเนิดเบียร์รสละมุน หรือหากอยากซึมซับวัฒนธรรมแบบชาวญี่ปุ่นต้องไปนั่ง ร้านอิซากายะ  ร้านขายอาหารและเบียร์ราคาย่อมเยาว์ที่มีอยู่ทุกมุมเมือง ส่วนร้านที่เราแนะนำคือ Aburi-Chaya เพราะที่นี่ยรรยากาศดี หรูหรา มีเมนูอาหารทะเลสดใหม่ให้ได้ลิ้มรสกัน

ตามเที่ยว

สกี หากใครไปเที่ยวฮอกไกโดในฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ ควรหาโอกาสไปลองเล่นสกีดูสักครั้ง ลานสกีที่นี่มีหลายแห่ง โดยแต่ละลานจะบอกแบ่งระดับความยากง่ายเอาไว้แล้ว คนที่ไม่เคยเล่นสามารถเริ่มจากโซนง่าย ๆ ได้ 

แช่ออนเซ็น ไปซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านการแช่ออนเซ็น 

เที่ยวชมธรรมชาติ ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอยู่มากมาย อาทิ บ่อน้ำสีน้ำเงิน หุบเขานรก คลองโอตารุ สำหรับใครที่ชื่นชอบการเที่ยวชมธรรมชาติจะไม่ผิดหวังแน่นอน ใครอยากตามไปเช็คอินแลนด์มาร์กต่าง ๆ อย่างละเอียดสามารถตามไปอ่านต่อได้ที่บทความนี้เลย