ใกล้สิ้นปีแล้ว เทศกาลแห่งความสุขและวันหยุดที่ใครหลายคนรอคอยมาตลอดทั้งปีก็ใกล้เข้ามาถึง เชื่อว่ามีหลายคนน่าจะกำลังวางแผนทริปเที่ยวอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะไปฉลองคริสต์มาสที่ไหนดี หรืออาจยังไม่รู้ว่าประเทศที่กำลังจะไปเที่ยว มีเทศกาลเฉลิมฉลองหรือกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจบ้าง วันนี้ KKday เลยรวบรวมเอา 5 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีงานฉลองคริสต์มาสที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกมาฝากกัน

1. ถนน Orchard สิงคโปร์

ขอเริ่มที่แรกด้วยประเทศที่ไม่ไกลไปจากบ้านเรานัก นั่นก็คือประเทศสิงคโปร์ สำหรับใครที่อยากเดินทางสบาย ๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง  และได้เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในบรรยากาศอันสุดแสนจะตื่นตาตื่นใจ แนะนำให้ไปที่ย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ อย่าง ถนน Orchard ถนนที่ใคร ๆ ต่างก็แวะเวียนมาชอปปิ้งที่นี่ แต่เมื่อลมหนาวเดือนธันวาคมมาเยือน บรรยากาศของถนนสายนี้ก็จะถูกเนรมิตให้มีสีสันและเสียงเพลงเข้ากับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง โดยใช้ชื่องานว่า  Christmas on A Great Street ในธีม “The Greatest Gift หรือ ของขวัญอันยิ่งใหญ่”

แนะนำว่าก่อนจะมาที่นี่ให้เตรียมกล้อง และแบตเตอรีให้พร้อม เพราะการตกแต่งประดับประดาไฟจะระยิบระยิบไปหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็น่าถ่ายรูปกลับไปทั้งนั้น แถมยังมีระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร เลยทีเดียว และจะอยู่ถึงวันที่ 1 มกราคม 2020 นอกจากจะเดินดูไฟที่ถนน Orchard แล้ว คุณยังจะได้สนุกกับงานเทศกาลคริสต์มาสในพื้นที่ใกล้เคียงอื่น ๆ อีก อย่างเช่น บริเวณตลอดทางเดินเท้าตั้งแต่ ION Orchard (ไอออน ออร์ชาร์ด) ไปจนถึง Wisma Atria (วิสมา เอเทรีย) โดยอีเว้นท์ต่าง ๆ จะเริ่มจัดงานตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 23 ธันวาคมนี้ พร้อมการแสดงแสงสีเสียง ที่จะจัดอยู่ตลอดทางเดินเท้าตั้งแต่ ION Orchard ไปจนถึง Wisma Atria

แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการวางแพลน แนะนำว่าเลือกเป็นแพ็กเกจทัวร์ชมการประดับแสงไฟเทศกาลคริสต์มาสบนถนนออร์ชาร์ด จาก KKday ไปเลย ก็จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับทริปของคุณได้มากยิ่งขึ้น เพราะสามารถชมวิวของสองข้างทางได้ง่าย ๆ ด้วยรถบัสสองชั้นเปิดประทุน

วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย North South (สีแดง) ไปลงที่ สถานี Orchard หรือ Somerset

2. Garden by the Bay สิงคโปร์

Photo Credit: ChristmasWonderlandSG

ยังอยู่กันที่สิงคโปร์ ที่สวนพฤกษศาสตร์ การ์เด้น บาย เดอะ เบย์ (Garden by the Bay) นั้น ทุก ๆ ปีจะมีการจัดโซนพิเศษขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสมาสต์ โดยใช้ชื่อว่า Christmas Wonderland จัดตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. – วันที่ 26 ธ.ค. ของทุกปี (หรือวันใกล้เคียง) ภายในงานนี้จะเนรมิตสวนกลางแจ้งในโซน Supertree Grove ให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรย์แห่งสีสันและแสงไฟคริสต์มาส ไฮไลท์หลักก็คือการประดับตกแต่งไฟ Luminarie ที่เป็นงานประติมากรรมขนาดใหญ่สูงเท่าตึก 7 ชั้นตกแต่งแสงไฟอย่างงดงาม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของงานนี้ได้ที่บทความนี้เลย!

Christmas Wonderland 2019 ที่ Gardens by the Bay

วิธีการเดินทาง:

  • นั่งรถไฟสาย Circle Line หรือ Downtown Line ไปลงที่สถานี Bayfront MRT Station (CE1/DT16)
  • ออกทางออก B จากนั้นเดินตามทางเชื่อมใต้ดินออกมาข้ามสะพาน Dragonfly Bridge หรือสะพาน Meadow Bridge เพื่อเข้าสู่ Gardens by the Bay

3. นิวไทเป ไต้หวัน

ขอบคุณภาพจาก การท่องเที่ยวไต้หวัน

ไต้หวันเป็นอีกจุดหมายยอดฮิต ที่ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากบ้านเราเช่นกัน แล้วทำไมถึงไม่ลองไปเยี่ยมเยือนไต้หวันในเทศกาลคริสต์มาสที่จะถึงนี้ดูล่ะ!

การแสดงแสงสีในเทศกาลคริสต์มาสสุดอลังการประจำปีของเมืองนิวไทเป หรือ Christmasland จะเริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2020 ในบริเวณนิวไทเปซิตี้พลาซ่า มีทั้งการแสดงแสงสีเสียง งานแสดงสินค้าในตลาด การแสดงบนเวที และคอนเสิร์ต

ขอบคุณภาพจาก การท่องเที่ยวไต้หวัน

โดยความพิเศษของงานในปีนี้จะมีการแสดงฉายภาพแสงเลเซอร์บนพื้นที่กว่า 8,800 ตารางเมตร ครอบคลุมสถานี Banqiao และศาลากลางจังหวัดนิวไทเป โดยการแสดงแสงสีจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น. ไปจนถึง 22.00 น. ของทุกคืน สำหรับใครที่อยากเดินชิล ๆ ชมการแสดงแสงสีเสียง และความบันเทิงแบบครบทุกรูปแบบ หรืออยากได้โลเคชั่นถ่ายตอนกลางคืนกับไฟสวย ๆ แนะนำว่าไม่ควรพลาดที่นี่อย่างเด็ดขาด

  • วิธีการเดินทาง: รถไฟใต้ดิน สถานี Banqiao station

4. USJ Crystal Promise Night Show ญี่ปุ่น

ถ้าปีนี้ คุณอยากฉลองคริสต์มาสในค่ำคืนที่แสนพิเศษล่ะก็ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอเจแปน (Universal Studios Japan) น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตระดับโลกสำหรับเทศกาลคริสต์มาสที่ผู้คนหลั่งไหลพากันมาเฉลิมฉลอง และใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน โดยในปีนี้ไฮไลต์ของงาน Universal Crystal Christmas มาพร้อมกับการแสดงสุดพิเศษ Crystal Promise Night Show ที่เพิ่มเติมความอลังการด้วยการประดับประดาไฟอันแสนระยิบระยับแบบ 360 องศา

แถมยังมีถนน Crystal Shining Illumination ต้นคริสต์มาส Universal Christmas Tree ขนาดยักษ์ที่สูงกว่า 30 เมตร และการแสดงชุดใหม่ล่าสุด Crystal’s Promise Night Show ในโซน New York area – Gramercy Park การแสดงโชว์แสง สี สุดตระการตาที่มีเฉพาะในเทศกาลนี้เท่านั้น  โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2019 ไปจนถึงวันที่ 13 มกราคม 2020 

แนะนำว่าหากอยากไปเฉลิมฉลองกับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อน ๆ ในเทศกาลสำคัญแบบนี้ ควรเตรียมความพร้อมโดยการจองล่วงหน้าไปก่อน เพื่อความสะดวกสบาย และไม่ต้องเสียช่วงเวลาแห่งความสุขไปกับการรอคิว

5. เรคยาวิก ไอซ์แลนด์

สำหรับใครที่หลงรักเทศกาลคริสต์มาส การเยี่ยมชมไฟที่ประดับประดาอยู่สองข้างทางของถนนคงเป็นอะไรที่น่าจะเห็นเป็นประจำอยู่แล้วทุก ๆ ปี แล้วทำไมปีนี้ ถึงไม่ลองเปลี่ยนบรรยากาศให้พิเศษยิ่งขึ้น ด้วยการตามไปดูแสงเหนือท่ามกลางแสงไฟคริสต์มาสและหิมะที่สวยงามดูบ้างล่ะ? โดยเมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องกิจกรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและการตามล่าแสงเหนือ เพราะมีบรรยากาศที่งดงาม แถมยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีชีวิตชีวามากที่สุดเมืองหนึ่งของโลกในช่วงเทศกาลสำคัญแบบนี้ 

หากใครไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแพลนทริปชมแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์ยังไง แนะนำว่าให้จองไปกับทัวร์ เพราะจะได้ทั้งความสะดวกสบายจากไกด์นำทางผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยแนะนำจุดต่าง ๆ ในการชมวิว และทำให้วันพักผ่อนของคุณคุ้มค่ากับการเดินทางมาชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เรียกได้ว่าหาชมได้ยากที่สุด และสวยงามตระการตามากที่สุด ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะหาชมได้เลยทีเดียว! 

6. นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

Visualhunt | angelocesare

ขอปิดท้ายด้วยเมืองที่มีการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสได้ยิ่งใหญ่อลังการและมีสีสันที่สุดเมืองหนึ่งของโลก อย่าง มหานครนิวยอร์ก เพราะที่นี่คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศสุดครึกครื้น การประดับประดาตามตึกและร้านรวงต่าง ๆ ตั้งแต่ สะพานบรูคลิน ไทม์แสควร์ ไปจนถึงทั่วทั้งเมือง ใครจะชมบรรยากาศหรือไปชอปปิ้งไปก็ไม่ว่ากัน แต่เทศกาลคริสต์มาสในนิวยอร์กนี้จะมีไฮไลต์สำคัญ ๆ อยู่ที่ Rockefeller Center ที่ทุกปีจะมีของประดับและไฟต่าง ๆ ต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ว่าเทศกาลสำคัญที่สุดของปีเริ่มต้นขึ้นแล้ว แถมยังมีลานสเก็ตน้ำแข็งอยู่รอบ ๆ สำหรับใครที่อยากลองทำกิจกรรมสนุก ๆ ก็ไม่ควรพลาด

Flickr | Andrew Dallos

หรือใครอยากไปเยี่ยมเยือนตามสถานที่ต่าง ๆ ในนิวยอร์กอีก ก็จะมีที่ Saks on Fifth Avenue, Bryant Park Winter Market, Long Room, Wollman rink at Central Park และ Dyker Height, Brooklyn ที่จะให้คุณได้ชมแสงสีของมหานครที่ไม่เคยหลับใหลกันตลอดคืน ชอปปิ้ง กินอาหารอร่อย ๆ ประจำเทศกาล ดื่มด่ำบรรยากาศ แถมยังได้ถ่ายรูปเก็บกลับไปเป็นความประทับใจที่ไม่รู้ลืมอีกด้วย