กาญจนบุรีเเป็นจังหวัดที่เหมาะมากที่จะหลบจากงานและความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ไปพักผ่อนระยะสั้นๆ ช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อชาร์จแบตร่างกายด้วยธรรมชาติสวยๆ ริมแม่น้ำและภูเขาเขียวชอุ่ม

วันนี้เราเลยมีแผนเที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน มาแจก โดยเฉพาะสายคาเฟ่ เน้นถ่ายรูป พาไปเล่นน้ำตกปลดปล่อยความเครียด แช่บ่อน้ำร้อนคลายความเมื่อยล้า และเก็บแลนด์มาร์กแบบสบายๆ ให้ผ่อนคลายทั้งกายและใจกัน ตามมาเลย!

วันที่ 1

เริ่มออกเดินทางจากกกทม.เวลาประมาณ 8:00 น. ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็จะเดินทางมาถึงกาญจนบุรี

11:00 น. – ต้นจามจุรียักษ์

ต้นจามจุรียักษ์ กาญจนบุรี

เริ่มต้นทริปนี้ด้วยการไปเดินสูดอากาศบริสุทธิ์จาก ต้นจามจุรียักษ์ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งแห่งในกาญจนบุรี โดยต้นไม้ยักษ์นี้เติบโตมานานกว่าร้อยปีแล้ว มีความสูงกว่า 20 เมตร และต้องใช้คนกว่า 10 คนถึงจะโอบรอบลำต้นได้ ความสวยงามอยู่ที่กิ่งก้านสาขาของพุ่มไม้ที่สร้างร่มเงาให้พื้นที่กว่า 1 ไร่เศษ บริเวณรอบลำต้นมีสะพานไม้ที่เพิ่มความสวยงามให้ทัศนียภาพ ใช้เวลาถ่ายรูป และนั่งเล่นพักขาจากการนั่งรถมานานซักพัก แล้วไปเดินเล่นและหาของินต่อ

12:00 น. – เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 กาญจนบุรี

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จะพาทุกคนย้อนกลับไปในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 5 โดยจะไม่ใช่แค่การเดินชมบ้านเมืองเก่าเท่านั้น แต่จะได้ทดลองใช้ชีวิตแบบผู้คนในสมัยนั้นเลย ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย ของใช้ อาหารและขนมสูตรต้นตำรับ เช่น  ขนมบุหลันดั้นเมฆ ขนมชั้น ขนมทองเอก เป็นต้น รวมถึงชาวบ้านกว่าร้อยคนที่อยู่ในเมืองก็จะใช้ภาษาโบราณในการสื่อสารกับเราอีกด้วย สามารถใส่ชุดไทยเดินถ่ายรูปเก๋ๆ พร้อมหาของกินสูตรโบราณทานรองท้อง ก่อนไปทานอาหารกลางวัน

14:00 น. – ทานอาหารกลางวัน ที่วิลเลจฟาร์มทูคาเฟ่ 

วิลเลจฟาร์มทูคาเฟ่ กาญจนบุรีPhoto by The Village Farm To Cafe’

เดินเที่ยวกันมาครึ่งวันแล้ว ไปนั่งทานอาหารกลางวันแสนอร่อยในบรรยากาศร้านสุดชิลที่ The Village Farm To Cafe ร้านอาหารและคาเฟ่ที่ตกแต่งในสไตล์ฟาร์มเรือนกระจกรายล้อมไปด้วยวภูเขาและสระน้ำ ทานอาหารกลางวันทั้งเมนูไทยและเทศ ตบท้ายด้วยของหวานอร่ยๆ แล้วค่อยออกไปนั่งเล่นชมวิวสวยๆ ของทางร้าน

5 คาเฟ่ริมน้ำ ถ่ายรูปสุดปัง ในจังหวัดกาญจนบุรี

15:30 น. – สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน

เติมพลังแล้ว ตกเย็นไปเก็บแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี อย่าง สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดในเส้นทางของรถไฟสายมรณะ เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า การก่อสร้างสะพานนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากของเชลยสงครามมากมายที่ต้องจบชีวิตลง แต่ในปัจจุบันได้มีการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ และการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีที่คนจากทั่วโลกต้องมาซักครั้งเมื่อเดินทางมาประเทศไทย

16:30 น. – ดูพระอาทิตย์ตกดิน ที่บารมี ทีแอนด์เทสต์ (BARME Tea & Taste)

บารมี ทีแอนด์เทสต์ (BARME Tea & Taste) กาญจนบุรีPhoto by BARME Tea&Taste บารมี ทีแอนด์เทสต์

ปิดท้ายวันนี้ด้วยการไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ที่ร้าน BARME Tea & Taste คาเฟ่เปิดใหม่ริมแม่น้ำแคว เป็นร้านที่กำลังมาแรงมากๆ ในขณะนี้ เพราะเป็นจุดที่สามารถชมวิวโค้งแม่น้ำแควได้แบบพาโนรามา และมีรถไฟวิ่งผ่านตลอดวัน ภายในร้านตกแต่งด้วยดอกไม้มากมาย แต่แนะนำให้นั่งโซนด้านนอกร้าน เพราะเราจะมานั่งชมพระอาทิตย์ตกดินคู่กับวิวทิวเขาที่เรียงรายกันได้อย่างชัดเจน รับรองว่าวิวหลักล้าน

แนะนำ 8 รีสอร์ทริมแม่น้ำแควบรรยากาศดี ที่กำลังมาแรงในจังหวัดกาญจนบุรี

วันที่ 2

8:30 น. – กินติ่มซำ ที่ห้องอาหารสบายจิต

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 🌈 ʜᴀᴘᴘʏ ʜᴏᴏᴍᴀɴ (@hayoon2ne) on

 

เติมพลังก่อนเริ่มต้นวันนี้ด้วยการทานติ่มซำในร้านชื่อดังของกาญฯ ร้านห้องอาหารสบายจิต เปิดมายาวนานกว่า 45 ปี เสิร์ฟอาหารไทย – จีน แต่ที่ห้ามพลาดก็คือเมนูติ่มซำร้อนๆ มากมายหลากหลายชนิดนั่นเอง มีให้เลือกตั้งแต่ขนมจีบ ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซี่โครงหมูตุ๋น ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเมนู หมี่ฮ่องกง ที่ทุกคนบอกป็นเสียงเดียวกันว่า ห้ามพลาด!

10:00 น. – น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

เติมพลังเรียบร้อย ก็พร้อมแล้วที่จะไปตะลุยเล่นน้ำ ปลดปล่อยความเครียดที่ น้ำตกเอราวัณ น้ำตก 7 ชั้นชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ละชั้นมีแอ่งให้ลงเล่นได้ และมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป แต่ในทุกๆ ชั้นทุกคนจะได้พบกับธรรมชาติป่าไม้อันร่มรื่น และน้ำที่ใสมองเห็นตัวปลาได้อย่างชัดเจนอย่างแน่นอน นอกจากนี้ความพิเศษของน้ำตกเอราวัณ ก็คือน้ำสีฟ้าอมเขียว ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ยิ่งมีความสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก

*หมายเหตุ: เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทางอุทยานฯ มีการจำกัดการเข้าชมและลงเล่นน้ำ กรุณาตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการก่อนเดินทาง

13:00 น. – วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี

เล่นน้ำจนสบายใจแล้ว ก็ไปทำให้จิตใจสบายกันบ้าง ด้วยการไปสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่หลวงพ่อชินน์ประทานพรที่ วัดถ้ำเสือ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในกาญจนบุรี มีชื่อในเรื่องความสวยงามสะดุดตาของเจดีย์หลังองค์พระใหญ่ และอาคารเจดีย์แปดเหลี่ยมสูง 9 ชั้น ที่แต่ละชั้นมีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ กัน และประดิษฐานพระพุทธรูปและพระบรมสารีริกธาติเอาไว้ ชั้นบนสุดสามารถมองเห็นวิวท้องทุ่งนาได้ไกลสุดลูกหูลูกตา

14:00 น. – มีนาคาเฟ่

มีนาคาเฟ่ กาญจนบุรีPhoto by มีนา cafe’ , Kanchanaburi

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนั่งชิลใน มีนาคาเฟ่ ร้านชื่อดังบรรยากาศสุดชิล ริมทุ่งนาหลังวัดถ้ำเสือ สามารถมองเห็นวิวสถาปัตยกรรมสุดอลังการของวัดเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ คู่กับทุ่งนาสีเขียวขจีหรือเหลืองทองอร่าม (แล้วแต่ช่วงฤดูกาลที่เราเลือกไป) ตัวร้านเป็นปูนเปลือยสูงหนึ่งชั้น มีดาดฟ้าให้ขึ้นไปชมวิวได้ ไฮไลท์อยู่ที่สะพานไม้ทอดยาวเข้าไปกลางนา ให้เราได้เดินเล่นรับลม ถ่ายรูปชิลๆ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

แนะนำ 10 แลนด์มาร์กห้ามพลาดในจังหวัดกาญจนบุรี

สรุป

วันที่ 1 วันที่ 2
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ห้องอาหารสบายจิต
ต้นจามจุรียักษ์ น้ำตกเอราวัณ
เมืองมัลลิกา วัดถ้ำเสือ
The Village Farm To Cafe มีนาคาเฟ่
สะพานข้ามแม่น้ำแคว เดินทางกลับกรุงเทพฯ
BARME Tea & Taste

จบไปแล้วกับแผนเที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน ถือเป็นทริปที่ครบรส เพราะได้ทั้งเล่นน้ำสนุกๆ ถ่ายรูปแลนด์มาร์กสวยๆ และคาเฟ่ฮอปปิ้งด้วย

ใครที่สนใจอยากไปตามรอย สามารถจองรถพาเที่ยวแบบส่วนตัวได้กับ KKday โดยสามารถเลือกสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ตามต้องการ แพ็กเกจรวมค่าบริการคนขับรถ ประกันผู้เดินทาง และน้ำมันแล้ว สะดวกมากสำหรับคนไม่มีรถหรือขี้เกียจขับรถเอง แต่อยากไปเที่ยวได้สบายๆ ตามใจตัวเองอย่างเต็มที่

>> คลิกไปจอง รถพาเที่ยวกาญจนบุรีแบบส่วนตัว <<