ตอนนี้ไม่ว่าจะในไอจี เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือในโซเชียลมีเดียไหน ๆ ก็มีแต่คนไปเที่ยวทะเล เรียกว่าทุกพื้นที่มีแต่ทะเลจริง ๆ ! แล้วถ้าพูดถึงทะเลสวย ๆ วิวอลังการ แถมยังมีกิจกรรมเอาต์ดอร์สนุก ๆ หรือกีฬาทางน้ำสุดมัน จังหวัดที่มีทะเลสวย ๆ ที่ทำให้นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ก็คงเป็นภูเก็ตนี่แหละ และหนึ่งในพิกัดที่เราจะพาไปทำความรู้จักภูเก็ตให้ดียิ่งขึ้น ทำให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วยังมีเกาะสวย ๆ ซ่อนตัวอยู่ในภูเก็ตอีกมากมาย และนั่นก็คือเกาะราชานั่นเอง รับรองว่าสำหรับทริปหน้าที่กำลังจะถึงนี้ เกาะราชา น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งทริปที่หลายคนจดไว้ในลิสต์แน่นอน

แต่ก่อนที่เราจะพาไปลุย เรามาทำความรู้จักกันเกาะราชากันก่อนดีกว่า! เกาะราชาอยู่ทางใต้ของภูเก็ต มีเกาะราชาใหญ่และเกาะราชาน้อย โดยไฮไลต์ของที่นี่ก็คือธรรมชาติรอบ ๆ เกาะที่มีความสมบูรณ์มาก มองไปทางไหนก็จะเห็นสีเขียวขจีไปทั่วทั้งเกาะมองลงมาตัดสลับก็วิวของน้ำทะเลใส ๆ หาดทรายนุ่ม ๆ เนื้อขาวละเอียด มีแนวโขดหินมากมาย และปะการังใต้ท้องทะเลสีสันสดใสที่รอให้เราดำลงไปพิสูจน์ความสวยงามด้วยสองตาของเราเอง ทั้งในบริเวณจุดดำตื้นและจุดดำน้ำลึก สำหรับช่วงเวลาไฮซีซันที่แนะนำให้ไปเกาะราชาก็คือตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเมษายนของทุกปี และหากจะเดินทางหลังเดือนเมษายนก่อนเดินทางควรเช็กสภาพอากาศอีกครั้งด้วยนะ สำหรับใครที่มีวันหยุดยาวแต่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน เกาะราชาก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ไม่แพ้ที่ไหนในภูเก็ตเลยล่ะ

 

แล้วเกาะราชาจะมีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้างล่ะ?

  1. ดำน้ำ

มาเริ่มกันที่กิจกรรมที่ไม่ทำไม่ได้อย่างการดำน้ำ เรียกว่านี่คือไฮไลต์ของการไปทะเลเลยล่ะ และถ้าอยากสัมผัสความสวยงามของทะเลภาคใต้เมืองไทยแบบใกล้ชิด การดำน้ำสนอร์เกิลดูปะการังและปลาหลากหลายชนิดหลากสีสันนี่แหละจะทำให้คุณประทับใจได้แบบไม่รู้ลืมเลย สำหรับแพ็กเกจแนะนำจาก KKday อย่าง แพ็กเกจดำน้ำสนอร์เกิลที่เกาะราชา คุณจะได้เดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ตจากอ่าวฉลองประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อไปดำน้ำชมปะการัง หลังจากนั้นก็แวะทานมื้อกลางวัน และช่วงบ่ายก็ไปแวะผ่อนคลายริมชายหาด จะนั่งเล่น ถ่ายรูป อาบแดด ก็เลือกรีแล็กซ์ได้ตามใจชอบ

 

2. ล่องเรือใบ

ต่อกันด้วยกิจกรรมล่องเรือใบแบบชิล ๆ ไปตามสายลม พร้อมชมวิวท้องทะเลและธรรมชาติรอบ ๆ เกาะราชา กิจกรรรมนี้น่าจะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้แบบเต็มอิ่ม นั่งทอดอารมณ์ไปเรื่อย ๆ ได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ส่วนใครอยากจะถ่ายรูปบนเรือแบบปัง ๆ หรือจะถ่ายรูปวิวสุดอลังการ เชื่อเถอะว่าไม่ว่าจะมุมไหนก็สวยทั้งนั้น แต่สำหรับใครที่ไม่อยากนั่งชมวิวเฉย ๆ หรืออยากเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้กับทริปครั้งนี้ขึ้นมาอีกหน่อย เราอยากแนะนำ แพ็กเกจทัวร์เกาะเฮ เกาะราชา ล่องเรือใบในภูเก็ต 1 วัน พร้อมทำกิจกรรมทางน้ำที่เป็นไฮไลต์อย่าง ดำน้ำลึกสกูบาและตกปลา เพราะนอกจากจะได้เที่ยวเกาะราชาแล้ว ยังได้ไปทัวร์เกาะเฮอีก แถมยังมีกิจกรรมเจ๋ง ๆ ให้ได้ทำกันด้วย เอาเป็นว่าถ้าใครอยากทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ที่ได้ครบครันทุกอารมณ์ แพ็กเกจนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

 

3. ตกปลา

ลองจินตนาการดูสิว่ามันจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน ถ้าเราตกปลาตัวใหญ่ ๆ ได้ด้วยฝีมือของเราเอง! สำหรับเกาะราชาใหญ่ถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะมากกับคนที่ชื่นชอบการตกปลาหรืออยากเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการตกปลา เพราะที่นี่มีปลาหลากหลายชนิด ทั้งปลาเก๋า ปลากะมง ปลาข้างใส แล้วยิ่งถ้าเลือกจองแพ็กเกจทัวร์เกาะราชาใหญ่ ตกปลา ดำน้ำสนอร์เกิล 1 วัน จากภูเก็ต กับ KKday ด้วยแล้วล่ะก็ ทริปนี้คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคตกปลาจากผู้เชี่ยวชาญ รับประทานมื้อกลางวันบนเรือสุดเอ็กคลูซีฟ และได้ใช้ช่วงเวลาชิล ๆ พักผ่อนไปการเล่นน้ำทะเลหรือถ่ายรูป หรือใครจะเลือกดำน้ำสนอร์เกิลชมปะการังก็ได้เหมือนกันนะ

 

4. ล่องเรือยอตช์

จะมีอะไรพิเศษ หรูหรา และโรแมนติกไปกว่าการชมวิวจากบนเรือยอตช์อีกล่ะ! ลองคิดดูว่าจะดีแค่ไหน ถ้าได้ล่องเรือชมเกาะด้วยเรือยอตช์คาตามารันสุดชิคแสนสะดวก ถ่ายรูปมุมไหนก็อวดโซเชียลได้สบาย ๆ มองไปก็ล้อมรอบไปด้วยวิวทะเลและปะการังน้ำตื้นสีสันสะดุดตา

และพิเศษสุด ๆ หากเดินทางไปกับ KKday ด้วยทริปล่องเรือยอตช์ ถ้าโชคดีเป็นของคุณ คุณก็จะได้เจอฝูงปลาโลมาที่เกาะไม้ท่อนด้วยนะ ต่อกันด้วยกิจกรรมที่เกาะราชาใหญ่และเกาะราชาน้อย ทั้งดำน้ำ พายเรือคายัก เล่นสไลเดอร์กลางทะเล หรือนอนอ่านหนังสือ อาบแดดบนชายหาดด้วยก็ได้ และพอตกเย็นก็ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพพร้อมดินเนอร์มื้อค่ำกันบนเรือ โดยกิจกรรมทั้งหมดนี้แพ็กเกจจาก KKDay วันเดย์ทัวร์ เที่ยวภูเก็ต ล่องเรือยอตช์คาตามารันเที่ยวเกาะไม้ท่อน เกาะราชาใหญ่-น้อย และแหลมพรหมเทพ ได้รวมเอาไฮไลต์เด็ด ๆ ไว้หมดแล้ว

 

5. เดินชมเกาะ ชมธรรมชาติ

สำหรับใครที่ไม่ถนัดกับกิจกรรมทางน้ำสักเท่าไร การเดินชมธรรมชาติตามเส้นทางท่องเที่ยวรอบอ่าวต่าง ๆ บนเกาะราชาใหญ่น่าจะถูกใจและตอบโจทย์มากที่สุด โดยการเดินทางก็สะดวกมาก เพราะเส้นทางเดินเท้าเที่ยวชมธรรมชาติได้รอบเกาะใช้เวลาประมาณครึ่งวันเท่านั้น โดยเริ่มจากอ่าวปะตก อ่าวสยาม อ่าวทือ โดยไฮไลต์ของอ่าวทือก็คือในตอนเช้ามีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นด้วยนะ ใครที่อยากชมพระอาทิตย์ขึ้นห้ามพลาดเลย และจากอ่าวทือก็ไปต่อที่อ่าวขอนแค และก็จะมาจบอ่าวปะตกเหมือนเดิม เอาเป็นว่าถ้าใครหลงใหลการเดินชมธรรมชาติหรือมีเวลาว่างอยากหากิจกรรมชิล ๆ ทำ ก็อยากให้ลองมาเดินชมธรรมชาติของเกาะดู รับรองถูกใจแน่นอน!