หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก แถมเหมาะกับบรรยากาศฤดูร้อนแบบนี้ KKday ขอแนะนำ “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก” อย่าง “เกาะกูด” จังหวัดตราด อีกหนึ่งทะเลไทยน่าเที่ยวทางฝั่งตะวันออก ที่ยังคงเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และที่สำคัญ ที่เที่ยวในเกาะกูดไม่ได้มีแค่น้ำทะเลใส ชายหาดขาวนุ่มสบายเท้าเท่านั้น แต่ยังมีน้ำตกและสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติอื่น ๆ ให้เราตื่นตาตื่นใจกันอีกด้วย สำหรับทริปนี้ เราจะเที่ยวกันแบบชิล ๆ ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน จะน่าสนใจแค่ไหน ตามไปดูกันเลย!

 

View this post on Instagram

 

A post shared by NuOil&Nuyai (@nuoilnuyai)

ข้อมูลเบื้องต้นของเกาะกูด

เกาะกูดเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย และเป็นเกาะสุดท้ายทางทิศตะวันออกของน่านน้ำไทย ก่อนจะเลยไปเป็นเขตน่านน้ำของกัมพูชา เกาะกูดยังคงเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลและนักดำน้ำ เพราะที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแนวปะการังและฝูงปลานานาชนิด มีน้ำทะเลสวยใสราวกระจก มีน้ำตกและป่าชายเลนที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และแม้จะเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยว แต่เกาะกูดยังคงเงียบสงบ เหมาะกับการมาพักหย่อนใจกันแบบสบาย ๆ (ซึ่งอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับสายปาร์ตี้ครึกครื้นเท่าไหร่นัก)

กิจกรรมน่าทำที่เกาะกูด

  • เดินเที่ยวชมชายหาดสวย ๆ
  • เที่ยวบริเวณเกาะใกล้เคียง ดำน้ำดูปะการังและฝูงปลาหลากชนิด
  • พายเรือคายักชมเกาะ
  • ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ชมป่าชายเลน
  • เที่ยวน้ำตก ชมต้นไม้ยักษ์

 

วันที่ 1 กรุงเทพ – ท่าเรือแหลมศอก (จังหวัดตราด) – ท่าเรืออ่าวสลัด (เกาะกูด) – อ่าวคลองเจ้า – น้ำตกคลองเจ้า

การเดินทางไปเกาะกูด

วันแรก ออกเดินทางจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่ท่าเรือแหลมศอกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถทัวร์ ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง หากขับรถมาเอง สามารถหาที่รับฝากรถจอดข้ามคืนได้แถวท่าเรือ จากนั้นข้ามเรือเฟอร์รีหรือสปีดโบ๊ตเข้าสู่เกาะกูด ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 1-2 ชั่วโมง

เมื่อถึงเกาะกูด ก็เอาสัมภาระไปเก็บไว้ที่ที่พักก่อน แล้วเดินทางไปน้ำตกคลองเจ้ากัน บนเกาะส่วนใหญ่จะใช้การโดยสารรถสองแถว หรือเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวรอบเกาะ

อ่าวคลองเจ้าและหาดคลองเจ้า

บริเวณอ่าวคลองเจ้าเป็นที่ตั้งของหาดคลองเจ้า หรือ หาด 3 น้ำ (น้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย) เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะกูด นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น อาบแดด ลงเล่นน้ำ หรือพายเรือคายักกันที่นี่ และบริเวณหาดยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยมากที่สุดจุดหนึ่งของเกาะกูดด้วย

นอกจากนี้ ลึกเข้าไปยังเป็นที่ตั้งของน้ำตกคลองเจ้า น้ำตกที่สวยที่สุดบนเกาะกูด และมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ตลอดสองฝั่งคลองเจ้าด้วย

น้ำตกคลองเจ้า

น้ำตกคลองเจ้าเป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นน้ำตกขนาดกลาง 3 ชั้น มีสายน้ำไหลผ่านผาหินความสูงประมาณ 10 เมตร ตกลงสู่ลำธารกว้างใหญ่ชั้นล่าง เหมาะกับการลงเล่นน้ำ ส่วนด้านหน้ามีก้อนหินใหญ่จารึกพระปรมาภิไธยย่อ “วปร” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เป็นไฮไลต์สำคัญของน้ำตกแห่งนี้

เที่ยวน้ำตกคลองเจ้าเสร็จแล้ว ก็น่าจะได้เวลาเย็น ๆ พอดี เราก็หยุดแวะชมพระอาทิตย์ตกดินที่หาดคลองเจ้ากันก่อนกลับที่พัก ได้บรรยากาศชิลสุด ๆ ไปเลย

 

วันที่ 2 เขาเรือรบ – ต้นไม้ยักษ์ – หมู่เกาะรัง – เกาะแรด – อ่าวคลองยายกี๋

เขาเรือรบ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Arnon Pongkhet (@tum_arnon13)

เริ่มต้นวันที่ 2 ด้วยการออกไปศึกษาเส้นทางธรรมชาติบริเวณเขาเรือรบ ซึ่งเป็นหินภูเขาขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายเรือรบหลวงจอดเรียงกัน 3 ลำ ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของศาลหลวงปู่ศุข และอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) พระบิดาแห่งราชนาวีไทย เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะของคนในพื้นที่และผู้มาเยือนทั่วไป

ต้นไม้ยักษ์

ไปชมความใหญ่อลังการของต้นไม้ยักษ์ที่เกาะกูดกันต่อ เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าเล็กน้อยจะพบกับต้นไทรใหญ่ ขนาดหลายคนโอบ และอีกต้นหนึ่งที่ใหญ่ไม่แพ้กัน คือ ต้นมะค่ายักษ์ ที่มีอายุกว่า 500 ปี มีความสูงถึง 50 เมตร ขนาดหลายคนโอบเช่นกัน อยู่ห่างจากต้นไทรใหญ่ไปเพียง 2 กิโลเมตร มองหาง่ายท่ามกลางแมกไม้ในป่าอุดมสมบูรณ์

หมู่เกาะรัง

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Baipai🎋 BP (@bp.pai)

หมู่เกาะรังอยู่ในทะเลตราด ระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด เป็นจุดดำน้ำตื้นดูปะการังยอดนิยมที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในหมู่เกาะช้าง เป็นหมู่เกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้บนบกและโลกใต้ทะเล น้ำทะเลใสแจ๋วจนสามารถเห็นโขดหินและแนวปะการังหลากสีสันใต้ทะเลได้เลย

เกาะแรด

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Rachen Wiya (@macro_mx5)

เกาะแรดอยู่ห่างจากเกาะกูดเพียง 400 เมตร สามารถว่ายน้ำข้ามหากันได้ เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมอีกหนึ่งจุดที่ไม่ได้มีแค่แนวปะการังกับฝูงสัตว์น้ำสวยงาม แต่ยังมีความพิเศษคือมีประติมากรรมรูปปั้นช้าง ม้า วัว ควาย และสัตว์ชนิดต่าง ๆ ขนาดเท่าของจริงอยู่ใต้น้ำ ถือเป็นมิติใหม่แห่งการดำน้ำให้สนุกกว่าที่เคย

อ่าวคลองยายกี๋

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Nanniegram 🍀 (@nannieoorawan)

ปิดท้ายวันที่ 2 กันที่อ่าวคลองยายกี๋ ซึ่งมีชายหาดที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของเกาะกูด

 

วันที่ 3 ท่าเรืออ่าวสลัด (เกาะกูด) – ท่าเรือแหลมศอก (จังหวัดตราด) – กรุงเทพ

วันสุดท้ายเตรียมกลับกรุงเทพ เราขึ้นเรือเฟอร์รีหรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรืออ่าวสลัดเพื่อขึ้นฝั่งที่ท่าเรือแหลมศอก จังหวัดตราด หลังจากนั้นขับรถหรือนั่งรถโดยสารกลับกรุงเทพได้เลย