อย่างที่ทุกคนรู้กัน สถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้ได้ระบาดมาถึงระลอกที่ 3 แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว หรือยังไม่ฉีดก็ล้วนกลัวเป็นอย่างมาก วิตกกังวลไปตาม ๆ กัน สิ่งที่เราทำกันได้ด้วยตนเองก็คือหมั่นล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอก เว้นระยะห่าง และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญคือการทานวิตามินเสริม วิตามินสำคัญมากเพราะวิตามินจะไปช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเราพร้อมต่อสู้กับเชื่อไวรัส วันนี้ KKday เลยจะมาแนะนำวิตามินที่จะช่วยให้ร่างกายเราพร้อมออกไปสู้รบ มาดูกันเลยว่ามีตัวไหนน่าสนใจ ควรกินตัวไหนบ้าง มาดูกันเลย

 

1. Vitamin C

มาเริ่มกันที่ Vitamin C เป็นวิตามินที่เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จัก และรู้ประโยชน์ของมันอย่างแน่นอน เพราะวิตามินซีช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันโรคหวัด ที่สำคัญคือช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าและผิวพรรณ เราควรทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันที่จะช่วยในเรื่องภูมิต้านทานร่างกายและการบำรุงผิวพรรณ ขนาดยอดนิยมทั่วไปคือ 500 และ 1,000 มิลลิกรัม และเพื่อพี่จะได้ประโยชน์สูงสุดควรเลือกแบบ Buffered, Sustained Release หรือ Slow Release เพราะตัววิตามินซีจะค่อย ๆ ปล่อยจากเม็ดยาช้า ๆ ทำให้วิตามินซีออกฤทธิ์ได้นานขึ้น



โดยสำหรับใครที่ไม่อยากทานเป็นเม็ด สามารถทานเป็นผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงได้เช่นกัน เช่น ส้ม มะขามป้อม สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง ลิ้นจี่ พริกหวาน บรอกโคลี ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ใบมะรุม เป็นต้น ผักผลไม้เหล่านี้ทานง่าย และหาซื้อง่ายด้วยนะ

 

 

2. Vitamin D

ต่อมาคือ Vitamin Dใครหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าอยู่ในประเทศไทยอากาศร้อน ได้รับวิตามินดีจากแสงอาทิตย์อยู่ตลอด ไม่จำเป็นต้องทานวิตามินดีเพิ่มหรอก แต่สมัยนี้นี้คนเรากลัวแสงแดดมากกว่าเมื่อก่อน เลยใช้ผลิตภัณฑ์พวกไวเทนนิ่ง ครีมกันแดด หรือรวมไปถึงการสวมใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดด จึงทำให้ขาดวิตามินดีโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพียงแต่คนไทยที่ขาดวิตามินดี แต่ในหลายประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแสงแดดเช่น ประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา กลับพบว่ามีคนจำนวนมากที่ขาดวิตามินดีเหมือนกัน โดยวิตามินดีมีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกายสุด ๆ เพราะจะช่วยในเรื่องการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด ความแข็งแรงของปอดและระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ


โดยวิตามินดีก็สามารถแทนอาหารที่มีวิตามินดีสูงได้เช่นกัน เช่น ซีเรียลข้าวโอ๊ต นมถั่วเหลือง ไข่แดง น้ำส้ม ตับวัว มันสเตอร์ชีส (Muenster Cheese) น้ำมันตับปลา เห็ด สามารถเลือกทานชนิดของอาหารที่ชอบได้เลยนะครับ

 

3. Vitamin B รวม

ถัดมาคือ Vitamin B รวม ได้ชื่อว่าวิตามินบีรวมเพราะวิตามินบีมีหลายชนิด แต่แต่ละชนิดก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกัน และวิตามินบีรวมเป็นหนึ่งในวิตามินตัวท็อปที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างราบรื่นเป็นปกติ ใช้บำรุงฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะระบบประสาทและสมอง เรามาดูกันกันเถอะว่าวิตามินบีแต่ละชนิดมีประโยชน์อะไรบ้าง ดีต่อร่างกายแค่ไหน


  • วิตามิน B1 มีหน้าที่เผาผลาญน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปให้เกิดเป็นพลังงาน ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงประสาท กล้ามเนื้อ ช่วยให้หัวใจทำงานเป็นปกติ โดยสามรถทานอาหาร เช่น ผัก โฮลวีต ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง รำข้าว เปลือกข้าว เมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี บริเวอร์ยีสต์ นม ไข่แดง ปลา เนื้อออร์แกนิก เนื้อหมูไม่ติดมัน
  • วิตามินบี B2 มีประโยชน์ในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ป้องกันการเกิดแผลในช่องปาก รวมถึงโรคปากนกกระจอก ช่วยป้องกันการเกิดไมเกรน ทำให้ผิวหนัง เล็บ เส้นผมมีสุขภาพดี และลดการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร โดยสามรถทานอาหาร เช่น ไข่ นม ถั่ว โยเกิร์ต ชีส ผักใบเขียว ปลา ตับ ไต
  • วิตามินบี B3 ช่วยเผาผลาญอาหาร ทำให้เกิดพลัง และสร้างไขมันในร่างกาย ช่วยทำลายสารพิษจากควันบุหรี่ มลพิษ รักษาภาวะเครียด และช่วยการไหลเวียนของเลือด โดยสามรถทานอาหาร เช่น ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน เนื้อขาวจากพวกสัตว์ปีก ตับ โฮลวีต จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง อะโวคาโด อินทผลัม ลูกพรุน มะเดื่อฝรั่ง บริเวอร์ยีสต์
  • วิตามิน B5 มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง ช่วยเรื่องการนอนหลับ และควบคุมสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย บรรเทาอาการข้ออักเสบ ลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ โดยสามรถทานอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ ไก่ ตับ ไต หัวใจ ธัญพืชไม่ขัดสี รำข้าว จมูกข้าวสาลี ถั่ว ผักสีเขียว กากน้ำตาลไม่บริสุทธิ์ บริเวอร์ยีสต์
  • วิตามิน B6 จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง โดยสามรถทานอาหาร เช่น บริเวอร์ยีสต์ รำข้าว จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง วอลนัต กะหล่ำปลี กากน้ำตาล แคนตาลูป ไข่ ตับ ปลา
  • วิตามิน B12 มีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด การทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการอ่อนเพลียจากโรคโลหิตจาง โดยสามรถทานอาหาร เช่น เนื้อสัตว์เป็นหลัก ตับ ไต นม ไข่แดง ชีส ปลา เนื้อหมู เนื้อวัว อาหารหมักดอง

 

4. Selenium

ถ้าพูดถึง Selenium ส่วนมากจะไม่ค่อยรู้จักมากนัก แต่ความจริงแล้วเป็นวิตามินที่ดีมาก ๆ อย่างนึงเลยทีเดียว เพราะเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันและชะลอความชรา โดยซีลีเนียมและวิตามินอีจะทำงานเสริมกัน ซึ่งต่างก็ช่วยให้อีกฝ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยซีลีเนียมมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการสร้างกลูตาไธโอนเพอรอกซิเดส ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลักของร่างกายที่พบได้ในทุกเซลล์ โดยขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน สำหรับผู้หญิงเท่ากับ 50 ไมโครกรัม สำหรับผู้ชาย 70 ไมโครกรัม


แหล่งที่พบแร่ธาตุซีลีเนียม ได้แก่ อาหารทะเล ตับ ไต ปลาทูน่า จมูกข้าวสาลี รำข้าว หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ บรอกโคลี ข้าวกล้อง ใครชอบทานอะไรก็เลือกได้เลยนะครับ

 

5. Zinc

มาดูกันกับวิตามินตัวสุดท้าย ก็คือ……Zinc นั่นเอง Zinc เป็นตัวช่วยควบคุมให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคอยช่วยซ่อมบำรุงระบบเอนไซม์และเซลล์ต่าง ๆ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยในการรักษาสิว บรรเทาอาการอักเสบของสิว เป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างโปรตีนและคอลลาเจน ช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศในผู้ชาย และยังช่วยป้องกันและรักษาการเป็นหมันด้วย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันและรักษาอาการผมหลุดร่วงได้ ขนาดที่แนะนำให้รับประทานสำหรับผู้ใหญ่ต่อวันคือ 12 – 15 mg


แหล่งที่พบซิงค์ได้ในธรรมชาติ ได้แก่ อาหารทะเล หอยนางรม เนื้อสัตว์ เนื้อวัวไม่ติดมันแบบย่าง เนื้อลูกแกะ ตับลูกวัว ไข่ นมผงปราศจากไขมัน มัสตาร์ดแบบแห้ง จมูกข้าวสาลี แป้งงา เนยงา ถั่วลิสง เมล็ดฝักทอง เมล็ดแตงโม เม็ดกวยจี๊ ผงโกโก้ ช็อกโกแลต บริเวอร์ยีสต์

 

เป็นไงบ้างครับ เข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่ามิตามินมีความจำเป็นต่อร่างกายขนาดไหน แถมยังช่วยเราสร้างภูมิคุ้มกันเอาไว้ไปต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้อีกด้วย แต่อย่างไรถ้าอยากลองทานควรที่จะปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชด้วยนะครับ