มีใครลองใช้ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเองแล้วบ้าง?

 

หากช่วงนี้ใครจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวกมากสำหรับการตรวจหาเชื้อเบื้องต้น แถมยังรู้ผลได้ทันทีอีกด้วยไม่ต้องเดินทางออกไปเสี่ยงต่อคิวที่ไหนหรือรอผลนานจนกังวลใจ แต่ถ้าใครกำลังลังเลอยู่ว่าซื้อมาแล้วจะทำได้ไหม มีวิธีทำยังไงบ้าง ขอบอกให้สบายใจไว้ตรงนี้เลยว่าไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน เอาล่ะ งั้นเรามาทำความรู้จักชุดตรวจด้วยตัวเอง Rapid Antigen Test กันดีกว่า

 

Rapid Test คืออะไร? 

ถ้าพูดง่าย ๆ Rapid Test ก็คือชุดทดสอบอย่างง่ายและรวดเร็ว โดยการตรวจหาเชื้อโควิด-19 วิธีนี้ มีการตรวจหา 2 อย่างคือ 1. การตรวจหาเชื้อไวรัส (Antigen) และ 2. การตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) โดยจะขึ้นอยู่กับขึ้นอยู่กับชุดตรวจ ผลตรวจของ Rapid Test นี้จะทราบผลได้เลยทันทีภายใน 10 – 30 นาที แต่จะเป็นผลตรวจเพียงเบื้องต้นเท่านั้น หากอยากได้ผลตรวจที่มีความแม่นยำและได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการจะต้องไปตรวจด้วยวิธีการตรวจแบบ RT-PCR ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แนะนำว่าสำหรับใครที่ต้องการตรวจด้วยวิธีนี้ ควรตรวจหาเชื้อหลังจากที่เดินทางไปพื้นที่เสี่ยงหรือเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแล้วประมาณ 5 – 14 วัน เนื่องจากร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต้านเชื้อโรค

 

แล้วชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 Rapid Antigen Test แบบตรวจเองที่บ้านคืออะไร?

 

Rapid Antigen Test คือการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยใช้วิธีการ Swab เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งบริเวณจมูกลึกไปถึงคอหรือลำคอ ซึ่งอย่างที่เราบอกไปแล้วว่าวิธีที่จะได้รับผลตรวจที่แม่นยำและไม่คลาดเคลื่อนมากที่สุดก็คือจะต้องตรวจหลังจากคาดว่าได้รับเชื้อมาแล้วประมาณ 5 – 14 วัน เพราะหากรีบตรวจเกินไปอาจทำให้เชื้อไวรัสที่มีอยู่แต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อยเกินไปนั้น ทำให้ผลตรวจออกมาคลาดเคลื่อนไปจนกลายเป็นไม่พบเชื้อไปได้ โดยตอนนี้ประเทศไทยอนุญาตให้ประชาชนซื้อชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Rapid Antigen Test มาตรวจหาเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นที่บ้านแล้ว โดยราคาชุดตรวจ Rapid Antigen Test จะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 300 บาท และจะมีเพียง 5 ยี่ห้อผู้นำเข้าหรือผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาตให้ขายในประเทศไทย ณ ขณะนี้เท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2564) โดยสามารถดู รายชื่อยี่ห้อของผู้นำเข้าหรือผู้จำหน่ายพร้อมวิธีการใช้จากบทความของไทยรัฐออนไลน์ ได้ที่นี่: https://bit.ly/3zseEVV

 

ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Rapid Antigen Test มีวิธีใช้งานยังไง? ข้อควรระวังมีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test

 

  1. ล้างมือด้วยสบู่และแอลกอฮอล์เจล
  2. อ่านคู่มือการใช้งานและดูวันหมดอายุของชุดตรวจ
  3. สวมถุงมือก่อนทำการทดสอบ
  4. เก็บตัวอย่างเชื้อด้วยการ Swab โดยทำตามคำแนะนำที่มากับชุดตรวจอย่างเคร่งครัด
  5. นำก้านสำลีที่เก็บตัวอย่างเชื้อด้วยการ Swab แล้วจุ่มลงในสารละลายตรวจเชื้อโดยทำตามคำแนะนำที่มากับชุดตรวจอย่างเคร่งครัด

(หมายเหตุ: ควรอ่านคู่มือการใช้งานของชุดตรวจให้เรียบร้อยก่อนลงมือเก็บตัวอย่างเชื้อและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เนื่องจากชุดตรวจแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีการเก็บตัวอย่างเชื้อและการทดสอบกับสารละลายที่แตกต่างกันออกไป)

  1. หยดสารละลายลงในแถบตรวจ ตามจำนวนที่ชุดตรวจกำหนดไว้ หลังจากนั้นให้รออ่านผลหลังจาก 15 – 30 นาที
  2. สามารถอ่านค่าของผลตรวจได้ดังนี้
  • ขึ้น 1 ขีดที่ตัวอักษร C คือผลตรวจเป็นลบ (Negetive) ไม่พบเชื้อ แนะนำให้ตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้งภายใน 5 – 7 วัน และต้องกักตัวเช่นเดียวกับผู้ติดเชื้อ
  • ขึ้น 1 ขัดที่ตัวอักษร C และอีก 1 ขีดที่ตัวอักษร T รวมกันเป็น 2 ขีด คือผลตรวจเป็นบวก (Positive) พบเชื้อ แนะนำให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันผล
  • ไม่มีขีดปรากฏหรือปรากฏที่ตัวอักษร T เท่านั้นคือแถบตรวจอาจชำรุด

 

หากอ่านวิธีการใช้แล้วยังไม่แน่ใจก็สามารถชมคลิปตัวอย่างสาธิตการใช้ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Rapid Antigen Test เพิ่มเติมได้จาก

 

  • คลิป เช็กอาการโควิด รีวิววิธีใช้ชุดตรวจหาเชื้อ Rapid Antigen Test Kit ด้วยตัวเอง | workpointTODAY ที่: https://youtu.be/gP1TMG0-xrM
  • คลิป วิธีการใช้ Rapid Antigen Test Kit (ชุดตรวจเชื้อโควิด-19 แบบเร่งด่วน) | Thairath Online ที่: https://youtu.be/LfR0b1FDJec

 

หรือถ้าใครยังไม่มั่นใจที่จะใช้ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Rapid Antigen Test ด้วยตัวเอง ก็สามารถใช้บริการ แพ็กเกจตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากทาง KKday ได้เลย แถมยังมีบริการใน 3 พื้นที่ทั้ง กรุงเทพฯ เกาะสมุย และภูเก็ต พร้อมออกใบรับรอง Fit to Fly ได้อีกด้วยนะ สามารถดูรายละเอียดและจองแพ็กเกจต่าง ๆ ได้ที่

 

 

ข้อควรระวังในการใช้ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Rapid Antigen Test มีอะไรบ้าง?

 

  • ควรล้างมือให้สะอาดและใส่ถุงมือก่อนการทดสอบทุกครั้ง
  • เก็บรักษาชุดตรวจในอุณหภูมิที่กำหนด
  • ดูวันหมดอายุก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • ไม่ควรฉีกบรรจุภัณฑ์ทิ้งไว้ก่อนการใช้งาน
  • ห้ามใช้อุปกรณ์หรือแถบตรวจในชุดตรวจหาเชื้อซ้ำ
  • ควรทิ้งอุปกรณ์หรือแถบตรวจที่ใช้แล้วให้มิดชิดและควรแยกเป็นขยะติดเชื้อหรือทำสัญลักษณ์แจ้งว่าเป็นขยะติดเชื้อ

 

ที่มา: https://bit.ly/3iF9sqP และ https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2147642