ทุกคนอยากไปเที่ยวที่ไหนในอเมริกาบ้าง?

เป็นคำถามที่มีคำตอบหลากหลายมาก เพราะสหรัฐอเมริกานั้นกว้างใหญ่มาก ประกอบไปด้วยรัฐ 50 รัฐ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington, D.C) ซึ่งเป็นเขตปกครองกลาง รวมไปถึงดินแดนและเกาะเล็กต่าง ๆ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ลักษณะภูมิประเทศเท่านั้นที่แตกต่างกัน แต่สหรัฐอเมริกายังเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของทั้งคน ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์อีกด้วย สำหรับคนที่มีแพลนจะไปเที่ยวอเมริกา แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปรัฐไหนดี KKday ขอแนะนำ 3 รัฐยอดนิยมของอเมริกา อย่าง New York, California และ Florida เลย เพราะทั้ง 3 รัฐเป็นหนึ่งในรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เป็นศูนย์กลางความเจริญในหลาย ๆ ด้าน และมีที่เที่ยวสำคัญ ๆ ที่เป็นแลนด์มาร์กให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้จดจำ

คอนเทนต์นี้ KKday จะมาเทียบให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลยว่าการท่องเที่ยวในแต่ละรัฐแตกต่างกันอย่างไร มีจุดเด่นด้านใด และเหมาะกับใครบ้าง

 

ภาพรวมเบื้องต้น

  • นิวยอร์ก (New York)

รัฐนิวยอร์กตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐนิวยอร์กและสหรัฐอเมริกา คือ เมืองนิวยอร์ก มหานครที่ได้รับฉายาว่า “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” เป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลกและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม และความบันเทิงของโลก แม้ตัวเมืองจะให้ภาพลักษณ์ความทันสมัยเพราะเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แต่นครนิวยอร์กกลับไม่เคยทิ้งกลิ่นอายของศิลปะและวัฒนธรรม  อย่างการเป็นบ้านเกิดของงานศิลปะแนว Abstract Expressionism เป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมดนตรีอย่างฮิปฮอป ละครบรอดเวย์ เป็นต้น

  • แคลิฟอร์เนีย (California)

รัฐแคลิฟอร์เนียตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก จากการสำรวจช่วงต้นปี 2021 แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐฯ ในขณะที่ฟลอริดาตามมาเป็นอันดับ 3 และนิวยอร์กเป็นลำดับที่ 4 เป็นหนึ่งในรัฐที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากที่สุด ประกอบไปด้วยคนเชื้อสายฮิสแปนิก/ละติน (Hispanic/Latin) เอเชีย แอฟริกัน และเม็กซิกัน นอกเหนือจากคนอเมริกันผิวขาว

ในด้านเศรษฐกิจ แคลิฟอร์เนียเป็นหนึ่งในศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ และในระดับโลกเลยก็ว่าได้ อย่างซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) หรือศูนย์กลางพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของโลกก็อยู่ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัท IT ชั้นนำของโลกมากมาย อาทิ Apple, Microsoft, Google ฯลฯ นอกจากนี้ เมืองลอสแอนเจลิส (Los Angeles) ในแคลิฟอร์เนียยังเป็นที่ตั้งของฮอลลีวูด (Hollywood) ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมบันเทิงยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้วย!

  • ฟลอริดา (Florida)

รัฐฟลอริดาตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา บนคาบสมุทรระหว่างอ่าวเม็กซิโกกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีชายฝั่งทะเลที่ยาวที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่ติดต่อกันกว่า 2,000 กิโลเมตร มีภูมิอากาศอบอุ่น-ร้อนชื้น ทำให้ผู้คนจากรัฐอื่น ๆ และทั่วโลกนิยมแวะเวียนมาพักผ่อน อาบแดด เล่นกิจกรรมทางน้ำกันที่ชายหาดและทะเลในฟลอริดา นอกจากนี้ฟลอริดายังเป็นที่ตั้งของสวนสนุกเจ๋ง ๆ และเป็นอีกรัฐที่ประชากรมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมสูงมาก โดยประชากรเชื้อสายฮิสแปนิก/ละติน (Hispanic/Latino) และเชื้อสายแอฟริกันมีสัดส่วนรองลงมาจากชาวอเมริกันผิวขาวตามลำดับ

 

ที่เที่ยว/แลนด์มาร์กสำคัญ

  • นิวยอร์ก มีทั้งที่เที่ยวแนวเมืองใหญ่ สถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้าง ศิลปวัฒนธรรม และที่เที่ยวแนวธรรมชาติ เช่น ไทม์สแควร์ (Times Square), ถนนบรอดเวย์ (Broadway), ตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building), อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty), สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค (Central Park), สะพานบรูคลิน (The Brooklyn Bridge) ฯลฯ


  • แคลิฟอร์เนีย มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลายเลยมีที่เที่ยวหลายแนวให้เลือก ทั้ง City tour สถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้าง สวนสนุก ชายหาด และที่เที่ยวแนวธรรมชาติ เช่น ป้าย Hollywood, หอดูดาวกริฟฟิท (Griffith Observatory), ย่าน Beverly Hills และ Disneyland California ในเมืองลอสแอนเจลิส, สะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge) และเกาะอัลคาทราซ (Alcatraz Island) ในเมืองซานฟรานซิสโก, ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) ในเมืองซานโฮเซ (San Jose), อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park), ทะเลสาบทาโฮ (Tahoe Lake), ถนนเลียบชายฝั่งแปซิฟิก บิ๊กเซอร์ (Big Sur) ฯลฯ



  • ฟลอริดา จุดหมายเด่น ๆ ในฟลอริดาส่วนใหญ่จะเป็นที่เที่ยวแนวทะเล-ชายหาด แนวธรรมชาติ และสวนสนุก เช่น หาดไมอามี่ (Miami Beach), อุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ (Everglades National Park), สวนสนุก Walt Disney World, สวนสนุก Universal Studios Orlando, ฯลฯ


 

ค่าครองชีพ

หากเทียบค่าครองชีพเฉลี่ยทั้ง 3 รัฐ นิวยอร์กได้รับการจัดอันดับให้เป็นรัฐที่มีค่าครองชีพเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือแคลิฟอร์เนีย ซึ่งค่าครองชีพต่างกันเพียงเล็กน้อย ส่วนฟลอริดามีค่าครองชีพเฉลี่ยต่ำสุด ทั้งนี้ ค่าครองชีพก็อาจจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละเมือง อย่างเมืองซานฟานซิสโกก็จะสูงกว่าเมืองลอสแอนเจลิสอยู่สักหน่อย แม้จะอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียเหมือนกัน

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายอาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหาร/ร้านขายของทั่วไป) โดยเฉลี่ย ในรัฐนิวยอร์ก – แคลิฟอร์เนีย – ฟลอริดา ตามลำดับ

 

อาหารและเครื่องดื่ม นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา
ชุดอาหาร พร้อมน้ำ

(เมนูเบสิกในร้านอาหารทั่วไป)

$16.88 $15.21 $14.35
อาหาร Fast food ชุด Combo

(เช่น McDonalds ฯลฯ)

$8.61 $8.29 $7.75
โค้ก 1 ขวด

(ขนาด 0.33 ลิตร)

$2.05 $2.05 $1.90
น้ำเปล่า 1 ขวด

(ขนาด 0.33 ลิตร)

$1.70 $1.62 $1.51

 

เว็บไซต์สำหรับเปรียบเทียบค่าครองชีพเบื้องต้น: https://www.mylifeelsewhere.com/cost-of-living/compare-countries

ข้อมูลอ้างอิง: https://bungalow.com/articles/10-most-expensive-cities-in-the-u-s

 

การฉีดวัคซีน Covid-19

  • นิวยอร์ก ประชาชนสามารถเลือกฉีดวัคซีนได้จาก 3 ยี่ห้อ คือ Pfizer, Moderna, หรือ Johnson & Johnson ส่วนนักท่องเที่ยวก็สามารถฉีดได้เช่นกัน
  • แคลิฟอร์เนีย ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเลือกฉีดวัคซีนได้จาก 3 ยี่ห้อ คือ Pfizer, Moderna, หรือ Johnson & Johnson เช่นกัน
  • ฟลอริดา ประชาชนในพื้นที่สามารถเลือกฉีดวัคซีนได้จาก 3 ยี่ห้อเช่นกัน คือ Pfizer, Moderna, หรือ Johnson & Johnson แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการรับวัคซีนฟรีอาจต้องคอยหมั่นเช็คข่าวอยู่บ่อย ๆ เพราะตอนนี้ (5 ส.ค. 64) ยังไม่มีกฎระเบียบอนุญาตให้นักท่องเที่ยวฉีดได้ออกมาแน่ชัด KKday ขอแนะนำให้แวะไปฉีดที่รัฐอื่นก่อนดีกว่าเพื่อความชัวร์ จะได้ไม่เสียเที่ยวนะคะ