ถ้าพูดถึงวัดที่มีวิหารสีน้ำเงินตัดสลับกับสีทองแล้ว เราอาจไม่ค่อยคุ้นตากันมากนัก แต่จากจุดนี้นี่เองที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับวัดร่องเสือเต้น วัดชื่อดังของจังหวัดเชียงราย และดึงดูดผู้คนให้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมพุทธศิลป์ที่สวยงามกันอย่างไม่ขาดสาย วันนี้ KKday ขอพาขึ้นเหนือไปเที่ยวชมสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชมและชมความงาม ความสุนทรียภาพของสถาปัตยกรรมที่สร้างจากแรงศรัทธาของผู้คน อย่าง วัดร่องเสือเต้นกัน

ทำความรู้จักวัดร่องเสือเต้น 

วัดร่องเสือเต้นอยู่ที่ชุมชนร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยในที่นี่เคยเป็นวัดร้างมาก่อน แต่เนื่องจากชุมชนนี้ยังไม่มีวัดที่เป็นสถานที่ที่ให้คนในชุมชนมาทำกิจกรรมทางศาสนา ผู้คนในชุมชนจึงร่วมแรงร่วมใจกันบูรณะขึ้นมา และได้ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ผู้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่เคยร่วมสร้างวัดร่องขุ่นและได้รับอิทธิพลศิลปะแนวพุทธศิลป์และศิลปะแบบไทยประยุกต์จากอาจารย์เฉลิมชัย อย่าง นายพุทธา กาบแก้ว หรือที่รู้จักกันในนามของ สล่านก มาสร้างและเนรมิตวิหารร่องเสือเต้นสีน้ำเงินให้มีความสวยตระการตาแห่งนี้ โดยใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 11 ปีเลยทีเดียว เรียกว่าศิลปินให้ความสำคัญกับรายละเอียดต่าง ๆ รวมไปถึงมีความประณีตในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมาก

แล้วที่วัดร่องเสือเต้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง

แน่นอนว่าที่นี่เป็นการออกแบบวัดแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัย ดังนั้นเราควรเริ่มชมและสำรวจรายละเอียดต่าง ๆ ของวัดตั้งแต่ภายนอก อย่างโทนสีที่ใช้ นั่นคือโทนสีน้ำเงินตัดสลับกับสีทอง ใช้ลวดลายที่พริ้วไหว อ่อนช้อย งดงาม มาผสมผสาน โดยสีน้ำเงินของตัววิหารนั้นหมายถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าที่เปรียบเสมือนท้องฟ้าที่สดใสนั่นเอง ส่วนรายละเอียดของประติมากรรมบันไดพญานาคที่ตั้งอยู่หน้าวิหาร ก็มีแรงบันดาลใจและได้รับอิทธิพลจากศิลปะของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ที่มีลักษณะเฉพาะคือความเข้มแข็ง ดุดัน น่าเกรงขาม แต่ก็แฝงความอ่อนช้อยของลายเส้น และศิลปะแบบล้านนาเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ถัดมาก็เป็นส่วนภายในวิหารที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ สีขาวมุกองค์ใหญ่ โดยมีรายละเอียดคือในส่วนของบริเวณพระเศียรก็ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ และยังมีพระรอดลำพูน จำนวน 88,000 องค์ รวมถึงแก้ว แหวน เงิน ทองฝังอยู่ใต้พระพุทธรูปองค์นี้อีกด้วย แนะนำให้เข้ามาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

และอีกหนึ่งไฮไลต์ภายในวิหารแห่งนียังมีผลงานจิตรกรรมภาพวาดฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติทุกจุดของวิหาร โดยมีความอ่อนช้อยสวยงามของลายเส้นเป็นอย่างมาก ดูแล้วรู้สึกสงบและสบายตา หากใครมีเวลาแนะนำให้ค่อย ๆ เดินชมจิตรกรรมฝาผนังที่วัดร่องเสือเต้นแห่งนี้ให้ครบทั่วทั้งวิหาร

ส่วนด้านหลังของวิหารยังมีพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่และมีพระธาตุเกศแก้วจุฬามณีห้าพระองค์ สูง 20 เมตร ประดิษฐานอยู่ โดยยอดขององค์พระธาตุได้บรรจุพระบรมสาริกธาตุจากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสงฆปริณายกอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

เดินทางอย่างไร ให้สะดวกสบายที่สุด

ให้ใช้ถนนสายแม่จัน-แม่สาย ข้ามสะพานแม่น้ำกกมาจนถึงทางแยก เลี้ยวซ้ายและเข้าไปตามถนนสายแม่ยาว แล้วจึงเลี้ยวซ้ายอีกครั้งก็จะพบกับวัดร่องเสือเต้น หรืออีกหนึ่งวิธีที่เดินทางง่าย สะดวกสบาย และคุ้มค่า เพราะว่าสามารถเดินทางไปยังจุดหมายอื่น ๆ ได้ตามใจคุณหลังจากเยี่ยมชมวัดร่องเสือเต้นเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ แพ็กเกจเที่ยวเชียงรายแบบส่วนตัว กับแพ็กเกจ Chiang Rai Private Day Tour จาก KKday ที่จะทำให้ได้เที่ยววัดร่องเสือเต้นกับมัคคุเทศก์มืออาชีพ แถมไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางไปยังวัดร่องเสือเต้นหรือสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงราย ที่มาพร้อมกับราคาโปรโมชันสุดคุ้มค่า โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและจองได้ที่นี่