ร้อนๆ แบบนี้ หากได้มีโอกาสหนีไปเที่ยวที่เย็นๆ ต่างประเทศที่ยุโรปอาจจะดีไม่น้อย Kkday รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดทั่วยุโรป ให้ได้ไปเช็คอินกันได้แบบจัดเต็ม จะมีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลย

อังกฤษ

อังกฤษเป็นอีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่น่าเที่ยว เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวมหัศจรรย์ติดอันดับของโลกมากมาย มีสถาปัตยกรรมและธรรมชาติที่สวยงาม

หอคอยแห่งกรุงลอนดอน (Tower of London)

สถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ในกรุงลอนดอน เป็นพระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดและขึ้นชื่อเรื่องผีดุที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเช่นเดียวกัน หอคอยแห่งกรุงลอนดอนสร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์และมีสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์

สโตนเฮนจ์ (Stonehenge)

เมื่อมาเยือนถึงอังกฤษแล้ว ห้ามพลาด 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) กลุ่มหินขนาดใหญ่กว่า 112 ก้อน ตั้งต่อกันคล้ายซุ้มประตูล้อมรอบกัน มีการสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ 3,000 – 1,500 ปีก่อนคริสตกาล โดยสถานที่ท่องเที่ยวนี้ตั้งอยู่ที่ Shrewton มณฑล Wiltshire ตั้งอยู่ทางทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหราชอาณาจักร

หอนาฬิกา Big Ben

หอนาฬิกาขนาดยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษเลยก็ว่าได้ หอนาฬิกาดังกล่าวเป็นสิ่งก่อสร้างประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ มีความสูงกว่า 96.3 เมตร เป็นนาฬิกาบอกเวลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก บอกเวลาได้ถึง 4 ทิศทาง โดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียผสมกับโกธิค ปัจจุบันหอนาฬิกา Big Ben  เป็นสถานที่ทำการของรัฐสภาอังกฤษ

เยอรมนี

เยอรมนีเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการ ธรรมชาติที่แสนอุดมสมบูรณ์

ปราสาทนอยชวานชไตน์ มิวนิค (Neuschwanstein Castle)

ปราสาทนอยชวานชไตน์เป็นปราสาทริมหน้าผาที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ รัฐบาวาเรีย ไม่ห่างจากเมืองมิวนิค ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าลูทวิชที่ 2 แห่งบาวาเรียหรือในช่วงปีค.ศ. 1845–1886 จุดเด่นของที่นี่ก็คือการได้รับขนานนามว่าเป็นประสาทที่งดงามที่สุดของโลกและเป็นต้นแบบของปราสาทในเทพนิยายต่างๆ อย่างเช่นนิยายเจ้าหญิงนิทรา ไปจนถึงปราสาทของดิสนีย์แลนด์ในประเทศต่างๆ

อาสนวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral)

วิหารนิกายโรมันคาทอลิกที่มีความสวยงามสไตล์โกธิกในเมืองโคโลญ วิหารนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่ขึ้นชื่อว่าใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก โดยใช้เวลาสร้างถึง 600 ปีหรือตั้งแต่ปี ค.ศ.1248 – 1880 โดยจะมีลักษณะเป็นหอคอยแฝด สูง 157.38 เมตร ความกว้าง 86 เมตร และความยาว 144 เมตร ติดอันดับ 4 ของวิหารที่สูงที่สุดในสถาปัตยกรรมโกธิกและได้รับการขึ้นทะเบียนว่าเป็นมรดกของโลก

พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace)

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในเมืองมิวนิค เป็นพระราชวังสุดอลังการในสไตล์บารอค โดยนอกจากจะเป็นสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ สวยงามอย่างมากเมื่อชมจากภายนอกแล้ว ข้างในยังเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภาพวาด งานศิลป์และเฟอร์นิเจอร์มากมาย ส่วนด้านหน้าของพระราชวังก็มีสระน้ำขนาดใหญ่ มีฝูงหงส์และเป็ดให้นั่งชมความน่ารักกันได้

ฝรั่งเศส

เมื่อมายุโรปแล้ว ขอบอกว่าห้ามพลาดมาเที่ยวที่ฝรั่งเศส เมืองที่โด่งดังทั้งในเรื่องของสถาปัตยกรรม อาหาร รวมถึงมีเมืองหลวงอย่างปารีส ซึ่งเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

หอไอเฟล (Eiffel Tower)

หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศสและเป็นผู้ออกแบบหอคอยแห่งนี้ โดยวัตถุประสงค์ของการสร้างก็คือการใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ที่ฝรั่งเศสได้เป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889)

พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles)

พระราชวังหลวงตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์และปัจจุบันตั้งอยู่ในปารีส พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 1979 และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตัวพระราชวังสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในมีห้องหลายห้องพร้อมภาพวาดและศิลปกรรมสุดวิจิตรตระการตา สวนภายนอกก็มีอุทยานแวร์ซายส์ซึ่งมีเนื้อที่กว้าง 14,820 เอเคอร์ บ่อน้ำขนาดเล็กและทะเลสาบจำลองขนาดใหญ่

มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (The Cathedral Notre Dame de Paris)

เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของเมือง โดยมหาวิหารแห่งนี้มีลักษณะเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีสและมีสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ความยิ่งใหญ่อลังการของมหาวิหารแห่งนี้อลังการทั้งภายในและภายนอก ควรค่ากับการมาเยือนอย่างยิ่ง

อิตาลี

อิตาลี ประเทศในยุโรปที่ใครๆ อาจจะคิดถึงเมื่อมาเที่ยวยุโรป เพราะนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์นาวนาน เมืองริมน้ำที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารเลิศรสที่ทุกคนทั่วโลกโปรดปรานอย่างพิซซ่า

โคลอสเซียม (Colosseum)

สนามกีฬากลางแจ้งใจกลางกรุงโรม โดยสนามกีฬาแห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถูกสร้างมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือราวๆ ปี ค.ศ. 80 มีลักษณะเป็นอัศจรรย์รูปวงกลม สามารถบรรจุคนได้มากถึง 50,000 คน และการออกแบบที่นั่งที่ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นการแสดงที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหน พร้อมกับการออกแบบช่องระบายน้ำอย่างดีเยี่ยม แสดงถึงความฉลาดหลักแหลมของผู้คนในยุคโรมันได้เป็นอย่างดี

น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)

สถาปัตยกรรมน้ำพุที่สวยงามอย่างมากในกรุงโรม ตัวน้ำพุมีความสูง 85 ฟุต และกว้าง 65 ฟุต บอกเล่าถึงเทพปกรณัมกรีกที่งดงาม แต่ละจุดจะมีเรื่องราวและความหมายแสดงถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์และความดีงามของกรุงโรม นักท่องเที่ยวที่มาเยือนน้ำพุแห่งนี้จึงนิยมเอาเหรียญมาโยนลงไปในสระน้ำเพื่อขอพร 

สเปน

สเปนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ด้วยความที่มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร นอกจากนั้นยังมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

พระราชวังหลวงแห่งกรุงมาดริด (Royal Palace of Madrid)

พระราชวังที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรก ถูกสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1738 ตัวพระราชวังทั้งหมดสร้างขึ้นมาจากหินและมีห้องมากมายกว่าสามพันห้อง แต่นักท่องเที่ยวจะสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้เพียง 50 ห้องเท่านั้น

ประตูเมือง Puerta de Alcalá

ประตูเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้เคยเป็นประตูเมืองฝั่งตะวันออกของมาดริด สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1770 สมัยกษัตริย์คาร์ลอสที่ 3 โดยประตูจะมีจุดเด่นที่เต็มไปด้วยประติมากรรมเทวดามีปีกสุดอลังการและภาพสลักแบบนูนทั้งหมดจนแทบจะไม่มีที่ว่าง เรียกได้ว่าสวยงามอลังการ

สวิตเซอร์แลนด์

ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ กับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกและอากาศที่ดีมากจนนักท่องเที่ยวติดอกติดใจ

ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch)  

เป็นส่วนหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐแบร์น จุดเด่นของยอดเขานี้ก็คือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป สูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ประมาณ 3,466 เมตรและส่วนยอดสูงสุดของจุงเฟรามีความสูงถึง 4,158 เมตร นอกจากนั้นยังยังได้รับการยกย่องเป็นพื้นที่มรดกโลก      ทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรปจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2001

น้ำตกไรน์ (Rhine Falls)

อีกที่หนึ่งที่เป็นที่สุดของยุโรปอย่างน้ำตกไรน์ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองชัฟเฮาเซินและเมืองซูริค น้ำตกมีความสูง 23 เมตรและกว้าง 150 เมตร และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงามที่เกาะกลางน้ำตกได้โดยเรือโดยสาร

เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์หรือฮอลแลนด์ มีสัญลักษณ์ที่ใครๆ ก็คุ้นเคยอย่างกังหันลมและดอกทิวลิป แม้จะไม่ได้เป็นประเทศที่มีสถาปัตยกรรมอลังการแต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่ารักมากมายที่ไม่มีใครเหมือนและธรรมชาติที่งดงามไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ในยุโรป

พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ (Van Gogh Museum)

พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานของจิตรกรชื่อดังอย่างวินเซนต์ แวนโก๊ะห์ซึ่งเป็นจิตกรชื่อดังระดับโลก เกิดที่เมืองซึนเดิร์ต (Zundert) ในเนเธอร์แลนด์นั่นเอง โดยนอกจากผลงานของเขาแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ชมประวัติชีวิตจำลองของจิตกรของโลกท่านดังกล่าวอีกด้วย

สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof)

ดอกทิวลิปเป็นดอกไม้ประจำประเทศเนเธอร์แลนด์เลยก็ว่าได้ ที่สวนสวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) จะเป็นสวนที่มีดอกทิวลิปสีสันสดใสมากมายกว่า 7 ล้านต้นและดอกไม้อื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าถ่ายรูปและชมธรรมชาติอย่างจุใจแน่นอนหากได้มาเยือน

นักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามยุโรปนั่นสามารถใช้รถไฟเป็นหลัก สามารถข้ามประเทศได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องผ่านการตรวจวีซ่าแต่อย่างใด ดังนั้นการเตรียมบัตรโดยสารรถไฟถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ Kkday มีบัตร Eurail Global Pass สามารถเดินทางได้ 33 ประเทศทั่วยุโรปไปเลย สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ ที่นี่