KKday Thailand Blog
EUROPEWORLDWIDE

9 ไฮไลท์ ทำไมต้องไป “แคปพาโดเชีย ตุรกี”

        จะมีสักกี่ครั้งเชียวที่เราเกือบลืมหายใจเพียงแค่เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแต่ถ้าเป็นที่แคปพาโดเชีย รับรองว่าเกิดขึ้นทุกวันแน่นอน สำหรับประเทศตุรกีประเทศนั้นเป็นประเทศที่รวมวัฒนธรรมเอเชียและยุโรป ความสวยงามที่แท้จริงของแคปพาโดเชีย เกิดจากกัดกร่อนของหินภูเขาไฟตามกาลเวลานับล้านปี เกิดเป็นลักษณะแปลกตา ดั่งดินแดนมหัศจรรย์มากมาย

แคปพาโดเชียนั้นเกิดจากการประทุครั้งใหญ่เมื่อ 30 ล้านปีก่อน (ภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน) เกิดเป็นเถ้าถ่านหนาเป็นร้อยๆเมตร จนเมื่อเวลาผ่านไปจึงเกิดเป็นดินแดนแห่งใหม่ขึ้นมา จนในปี .. 1985 องกรณ์ยูเนสโกจึงได้ขึ้นทะเบียนแคปพาโดเชีย ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนะธรรมแห่งแรกของประเทศตุรอีกด้วย

ภูเขาต่างๆไม่ได้เป็นเพียงแค่วิวทิวทัศน์ทางภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่คนในสมัยก่อนนั้นใช้ภูเขา ถ้ำและ รอยต่อของหินเหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยบ้าน โบสถ์ ที่ประกอบศาสนพิธี หรือแม้กระทั่งเป็นที่หลบภัยของผู้บุกรุก โดยแคปพาโดเชียนั้นมีจุดเด่นอยู่ที่อุโมงค์ภายใต้ภูเขาต่างๆนั้นเชื่อมต่อกันคล้ายๆท่อประปา ภายใต้เมืองใหญ่นั้นเอง

cappadocia-tour-1.jpg

        คำว่า “เทพนิยายหรือเกินจินตนาการนั้นถือเป็นคำที่ใช้อธิบายแคปพาโดเชียได้เลย  นอกจากบ้านพักอาศัยที่เป็นสไตล์มนุษย์ถ้ำแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับแคปพาโดเชีย ไม่ว่าจะเป็นอาหารสไตล์ อานาโตเลีย (Anatorian cuisine; หมายถึงอาทิตย์อุทัยหรือตะวันออกนิยมเรียกในภาษาละตินว่า เอเชียน้อย ซึ่งเป็นดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ) พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ ผู้คนชาวเมืองที่น่ารักเป็นกันเอง และก็การปีนผาตามสถานที่ที่งดงามมากมายบอกได้เลยว่าที่นี้ไม่เหมือนที่ไหนบนโลกใบนี้อีกแล้ว…บางคนอาจจะแบบ เห้ย! เว่อไปป่ะ  งั้นเรามาทำความรู้จักไฮไลท์ของที่นี้กันดีกว่า ดูสิ๊จะเจ๋งจริงมั้ย

หลับพักผ่อนสไตล์มนุษย์ถ้ำ 

ใช้ชีวิตไสตล์มนุษย์ถ้ำในเมืองเล็กๆที่เงียบสงบ อย่างเมือง เกอเรเม่ (Goreme) กับอูชิซาร์ (Uchisar ) ถ้าพูดถึงมนุษย์ถ้ำ หลายคนอาจคิดถึงความล้าสมัยไม่สะดวกสบายของคนในสมัยก่อน แต่ผิดถนัด เมื่อมาพบกับโรงแรมมนุษย์ของที่นี้ เพราะเต็มไปด้วยความหรูหรา สะดวกสบาย การบริการที่ดีเลิศ มาพร้อมกับสไตล์การตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งมีอยู่มากมายสร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดเฉพาะ เรียกได้ว่าทำให้ลืมความรู้สึก มุมมองที่มีต่อมนูษย์ถ้ำแบบแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิง เมื่อตื่นขึ้นมาเจอวิวทิวทัศน์ตามแนวเขาอีก เรียกได้ว่า ตีราคาไม่ได้เลยทีเดียว

b45eba932f04f61f38ee0f948da70e0e.jpg

เพราะพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้ 

เนื่องจากในศตวรรษที่ 9 นั้น เมืองนี้มีความสำคัญทางศาสนาเป็นอย่างมากในสมัย จักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine Empire) สถานที่ที่เป็นถ้ำในภูเขาไฟ ต่างๆถูกใช้เป็นที่หลบภัยจากศัตรูทางศาสนา ใช้เป็นโบสถ์เพื่อประกอบศาสนพิธี ซึ่งมีถึง 30 โบสถ์ทั่วเมืองเกอเรเม่ จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ศาสนาในตุรกีเลยก็ว่าได้ เมื่อเวลาผ่านไป รัฐบาลจึงเข้ามาบูรณะเพราะเล่งเห็นความสำคัญและเอกลักษณืที่ไม่เหมืออนใคร ทำให้ ในปัจจุบันนั้น มีพิพิธภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งเกอเรเม่ ถึงแม้ว่าจะเก่าแก่แต่ทุกอย่างยังอยู่ในสถาพที่ดี จนในปี ..2006 ยูเนสโก้ลงมติให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นมรดกโลกอีกหนึ่งแห่งของประเทศตุรกี เพีงแค่คิดถึงเรื่องราวและอายุของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ขนลุกแล้ว

16487537167_df759577b4_k.jpg

 

เพื่อที่จะด่ำดึ่งสู้เมืองใต้ดิน 

คำว่าเมืองใต้ดินดูจะเป็นอะไรที่เหมือนเทพนิยาย หรืออยู่ตามภาพยนต์ซะมากกว่า แต่ไม่ใช่เลย เมื่อพูดถึงแคปพาโดเชีย เพราะว่าที่นี้มีเมืองใต้ดินอยู่มากมาย แต่ที่เป็นไฮไลท์สำหรับนักท่องเที่ยวนั้นก็คือ เมืองใต้ดินไคมัคลี (Kaymakli) และเดอรินกูยู (Derinykuyu) ซึ่งทั้งสองเมืองนั้นเชื่อมต่อกันผ่านอุโมงค์ ซึ่งน่าที่งมากเพราะมันอยู่ลึกลงไปถึง 8 ชั้น จากพื้นดินด้านบน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้วแต่ ก็ยังมีสถานที่พักอาศัยคงไว้ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องเก็บของ โบสถ์ เพราะในสมัยก่อนนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับทหารที่เต็มไปด้วยอาวุธจะเข้ามาทำร้ายชาวเมืองผ่านช่องทางที่เหมือนเขาวงกตอย่างเมืองใต้ดินแห่งนี้

Kaymakli_1.jpg

Kaymakli-Yeralti-Sehri-02-e1458352087577.jpg

 

ปีนเขา ชมวิวทิวทัศน์ 

คงยากถ้าจะมาที่เมืองแห่งหุบเขา แต่ไม่ได้ชื่นชมวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม ที่ไม่เหมือนใครบนโลก ซึ่งชื่อของหุบเขานั้นก็มีมากมายนับไม่ถ้วน เช่น หุบเขากุหลาบ(Rose Valley), หุบเขาสีแดง ที่ตั้งชื่อตามสีของหิน (Red Valley), หุบเขาอิห์ลารา(Ihlara Valley), หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) , หุบเขาน้ำผึ้ง (Honey Valley), หุเขาแห่งความรัก (Love Valley), หุบเขาเซมิ (Zemi Valley) เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวลของสถานปัตยกรรมทางธรรมชาตินี้ล้วนแล้วแต่คุ้มค่าแห่งการไปปีนเขาและเยี่ยมชม ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ถ้าเกิดจะไปได้ครบ แต่การได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ที่แปลกตา ที่เกิดจากการกัดกร่อนของกาลเวลาเป็นล้านๆปี เพียงแค่แห่งเดียวก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้วจริงมั้ย

000.jpg

 

กินอาหารแบบที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน 

อาหารตุรกี สไตล์ อานาโตเลียน (Anatorian Cuisine) นั้นขึ้นชื่อและเอร็ดอร่อยน่ารับประทานอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารประจำชาติอย่าง ซุปโยเกิร์ต พร้อมเครื่องเคียง(Yogurt Corbasi-Hydari), ข้าวและเนื้อยัดไส้ในมะเขือ หรือ พวกผักชนิดต่างๆ (Dolma), พาสต้าสไตล์ตุรกี หรือ แป้งห่อเนื้อปั้นเป็นก้อนๆ (Manti), ขนมและข้าวอบหม้อดิน  (Clay pot preparation and Borek), ไปจนถึงของหวานที่ทำจากครีมุรกี น้ำผึ้ง และชีสนมแพะ (Kahvalti) ซึ่งที่ยกานี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของเมนูไสตล์อานาโตเลียน ซึ่งที่นี้นเค้าจะขึ้นชื่ออาหารจำพวกแป้งอบด้วยเตาเสิร์ฟพร้อมเนื้อปรุงรส หรือซุปที่ทำจากครีม นมชั้นดี ของหวานที่แปลกตา เรียกได้ว่าแค่พูดอย่างเดียวก็หิวน้ำลายไหลกันแล้ว

breakfast1.jpg

 

สำรวจเมืองผี  

ถ้าเกิดไม่จุใจกับประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ แนะนำที่นี้เลย เมืองผี คาวูซิน อาจจะชื่อน่ากลัวสักหน่อย แต่เป็นเพียงแค่เมืองที่ไม่มีคนอาศัยแล้วเท่านั้นเอง เพียงแค่ 4 กิโลเมตรจากเมืองเกอเรเม่ จะพบเห็นเมืองทิ้งร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่ที่นี้เป็นสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในศาสนจักรคริสเตียนในอดีต สามารถปีนป่ายไปตามก้อนหินที่เคยใช้เป็นบ้านเรือนและโบสถ์ ถูกใจแน่นอนสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ เก็บภาพความประทับใจที่แปลกตา สไตล์ตะวันออกกลางแบบนี้

Rom,_Santa_Maria_Immacolata_a_Via_Veneto,_Krypta_der_Kapuziner_2

6389852533_813a50acab_b.jpg

 

ถ่ายรูปประตูตามเมืองที่ไม่เหมือนใคร 

คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก แต่ที่นี้เต็มไปด้วยประตูตามบ้านเมืองที่มีสีสันสะดุดตาสวยงาม และมีเอกลักาณืแตกต่างกันไป ไปแคปพาโดเชียอย่าลืมถ่ายรูปประตูกันด้วยหละ

34.jpg

 

ลิ้มรสชาติไวน์ชั้นเลิศ 

แคปพาโดเชียนั้นยังโด่งดังในเรื่องการบ่มไวน์ชั้นเลิศ เพราะฉะนั้นถ้ามาแล้วอย่าลืมแวะจิบไวน์ภายใต้บรรยากาศไฟสลัวๆตามร้านในเมือง เกอเรเม่ กันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังทั้งรสชาติของไวน์ การตกแต่งที่คงสไตล์ตะวันออกกลาง และการดูแลของพนักงานและเจ้าของร้าน

d4646c37-7029-450c-9144-c9f687049e22_cappadocia sarap_04.jpg

 

โลดแล่นไปในบอลลูน 

นี้ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยถ้ามาแคปพาโดเชียการได้ชื่นชมทัศนิยภาพ ของธรรมชาติจากเบื้องบน ในบอลลูน แต่ถ้าเกิดมาในช่วงฤดูหนาวอาจจะต้องดูสภาพอากาศกันสักหน่อย แต่รับรองว่าสิ่งที่จะได้เห็นนั้นคุ้มค่าที่สุดแล้ว โดยจะมีให้เลือกในสองราคาระหว่าง 1 ชั่วโมงกับ 1 ชั่วโมงครึ่ง เรียกได้ว่าเต็มอิ่มไปกับ การชื่นชมวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติ หนึ่งในมรดกทางธรรมชาติ กับแคปพาโดเชีย

Fotolia_69071777.jpg

เป็นไงคะ แตปพาโดเชีย เฟี้ยวฟ้าวใช่มั้ยล่ะ เห็นแบบนี้แลวก็จดลงลิสต์ไว้ได้เลย ห้ามพลาดเด็ดขาด ถ้าไม่รู้จะแพลนทริปยังไงดี ไปดูได้เลยที่นี่นะคะ

KKday
Your Holiday Expert

ใส่ความเห็น