หากมีโอกาสได้มาเยือนเวียดนาม สายลุยผู้รักความท้าทายต้องไม่พลาดเมืองชายฝั่งในเวียดนามกลางอย่างเมืองดานัง หนึ่งในสุดยอดที่เที่ยวของเวียดนามที่เหมาะสำหรับสายธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้งที่สุด ตั้งแต่การเล่นเซิร์ฟ การดำน้ำตื้นสน็อกเกิ้ล ไปจนถึงการปีนเขาและสำรวจถ้ำ รับรองว่ามีกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายจนทำให้คุณไม่อยากกลับบ้านเลยทีเดียว เชื่อเถอะว่าดานังจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน ถึงคุณจะแวะเที่ยวแค่ไม่กี่วันก็ตาม

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพตามและช่วยให้การวางแผนเที่ยวทริปที่กำลังจะมาถึงง่ายขึ้น เราเลยรวบรวมแพลนเที่ยวดานัง 3 วัน 2 คืนมาฝาก แบบเอาใจสายลุยสุดๆ ไปเลย

วันที่ 1: เที่ยวภูเขาและชายหาด

เริ่มต้นทริปดานังด้วยการไปเก็บที่เที่ยวไฮไลท์ของเมืองก่อน ขอแนะนำว่าวันแรกควรไปถึงดานังตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อจะได้มีเวลาผจญภัยและเที่ยวชมสถานที่ได้อย่างเต็มที่

ช่วงเช้า: ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountain) ภูเขาเซินจ่า (Son Tra Mountain) และหาดหมีเคว (My Khe
Beach)

เติมพลังด้วยกาแฟเวียดนามสักแก้ว เสร็จแล้วอย่ารอช้ารีบออกเดินทางสู่ที่เที่ยวยอดฮิตของเมืองดานังกัน ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountain) เป็นกลุ่มของยอดเขาหินอ่อนและหินปูน 5 ลูกที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบเมือง ภูเขาแต่ละลูกถูกตั้งชื่อตามธาตุทั้ง 5 ธาตุ ได้แก่ Kim (โลหะ) Thuy (น้ำ) Hua (ไฟ) Moc (ไม้) และ Tho (ดิน)

เมื่อลัดเลาะเข้าไปตามภูเขาจะพบกับเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ ถ้ำและอุโมงค์ที่ทอดยาวกลมกลืนไปกับฉากหลังของป่าเขียวชอุ่มที่เที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งที่ห้ามพลาดคือภูเขาเซินจ่า (Son Tra Mountain) ที่มีไฮไลท์สำคัญคือองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่และกิจกรรมชมสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างค่างห้าสี

และไม่ใช่แค่ภูเขาเท่านั้น เมื่อพูดถึงชายหาดสวย ๆ ที่ดานังก็มีไม่น้อยเหมือนกัน หาดหมีเคว (My Khe Beach) และหาดน็อนเนือก (Non Nuoc Beach) เรียกได้ว่าเป็นหาดโปรดของทั้งชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ โดยผู้คนนิยมมาเล่นเซิร์ฟกันที่นี่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูโต้คลื่น ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม

แม้ว่านักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนจะชอบการท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากกว่า แต่ในเมื่อคุณมีเวลาจำกัด เราเลยอยากแนะนำให้คุณใช้บริการทัวร์ที่มีไกด์คอยช่วยแนะนำจะดีกว่า เพราะใครจะรู้จักเส้นทางและจุดท่องเที่ยวได้ดีไปกว่าไกด์นำเที่ยวกันล่ะ

ท่องไปทั่วเมืองดานังด้วยสกูตเตอร์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ทั้งสนุก รวดเร็วและเร้าใจ เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเก็บที่เที่ยวให้ได้หลาย ๆ ที่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

 

ช่วงบ่ายถึงค่ำ: นั่งเรือกระด้งและแวะชมเมืองเก่าฮอยอัน

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ช่วงบ่ายเราเลยเดินทางต่อไปที่หมู่บ้านกั๊มทาน (Cam Thanh Coconut Village) เพื่อลงเรือกระด้ง หรือเรือตะกร้าไม้ไผ่สานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศผ่อนคลายขณะล่องไปตามลำน้ำที่ขนาบไปด้วยสวนมะพร้าวริมสองข้างทาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ

หลังเที่ยวชมไฮไลท์ของเมืองดานังมาแล้วทั้งวันจากหมู่บ้านกั๊มทาน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงเมืองเก่าฮอยอัน เมืองท่าโบราณสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมืองเก่าฮอยอันคือภาพสะท้อนวิถีชีวิตแบบพหุวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดออกมาผ่านสถาปัตยกรรมสไตล์เฟรนช์โคโลเนียลแบบตะวันตก ร้านตึกแถวสไตล์จีนและสะพานญี่ปุ่นจั่วเกิ่ว (Cau Chua Pagoda) ใช้เวลาที่นี่สักหนึ่งถึงสองชั่วโมงเดินเล่นชมเสน่ห์ของเมืองโบราณแห่งนี้ พร้อมหาเมนูเด็ดของฮอยอันทานก่อนมุ่งหน้ากลับสู่ดานัง

 

วันที่ 2: เที่ยวเกาะและส่องสัตว์ทะเล

โปรแกรมวันที่สองจะพาทุกคนไปดำน้ำและสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งขุมทรัพย์ใต้ท้องทะเล ห่างออกไปจากชายฝั่งเมืองดานังมีเกาะน่าเที่ยวอยู่หลายเกาะ สำหรับคนที่หลงใหลในพระอาทิตย์และแสงแดด ประสบการณ์ท้าแดดสนุก ๆ แบบนี้น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนดานังเลยล่ะ

เดย์ทัวร์: เกาะ Hon Chao

เกาะ Hon Chao อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังออกไปราว 12 กิโลเมตร ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเกาะที่เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้นสน็อกเกิ้ลมากที่สุด ใต้ผืนน้ำใสราวกระจกที่โอบล้อมเกาะ Hon Chao เป็นถิ่นอาศัยของปะการังราว 144 สายพันธุ์และปลา 162 สายพันธุ์ กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจบนเกาะ ได้แก่ การว่ายน้ำ พายเรือคายัค ตกปลา เล่นเซิร์ฟและตั้งแคมป์ นอกจากนี้หากมากับทัวร์ ก็มักจะมีมื้ออาหารทะเลแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟรวมอยู่ในแพ็กเกจด้วย! แต่อย่าลืมว่าทัวร์พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นทัวร์เต็มวัน ซึ่งเรือนำเที่ยวส่วนใหญ่จะกลับเข้าฝั่งพร้อมๆ กันในช่วงบ่าย

 

ช่วงเย็น: ทัวร์ดานังยามค่ำคืนและล่องเรือแม่น้ำหาน

พักเหนื่อยจิบกาแฟสักนิดให้พอหอมปากหอมคอเพื่อเตรียมพร้อมตะลุยเมืองดานังยามค่ำคืน ออกไปท่องราตรีพร้อมสัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวเวียดนามได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นด้วยการเช่าสกูตเตอร์ขับลัดเลาะไปทั่วเมือง ชมโบสถ์คริสต์สีชมพู (Da Nang Cathedral) และวัดกาวได๋ (Cao Dai Temple) ศาสนสถานสำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาเยี่ยมชม ส่วนสะพานแห่งความรัก (Love Lock Bridge) เป็นจุดเช็คอินสุดโรแมนติกอีกจุดสำหรับคู่รักที่มักจะมาเขียนชื่อคล้องกุญแจไว้บนสะพานด้วยกัน คล้ายกับที่สะพานปงเดซาร์ (Pont Des Arts) ที่ปารีส และสุดท้ายบอกลาค่ำคืนนี้ด้วยการล่องเรือไปตามแม่น้ำหาน ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอันสวยงามที่อาบไล้ไปด้วยแสงระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน

 

วันที่ 3: ชมโบราณสถาน

ก่อนอำลาเมืองดานัง อย่าลืมแวะชมกลุ่มปราสาทหมีเซิน (My Son Sanctuary) มรดกโลกชิ้นสำคัญที่ตกทอดมาจากสมัยอาณาจักรจามปา โบราณสถานหมีเซินประกอบไปด้วยกลุ่มซากปราสาทโบราณที่เดิมเคยเป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธ์ของชาวฮินดู ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 ถึง 14 เฉกเช่นเดียวกับนครวัด โบราณสถานสำคัญของกัมพูชา ความยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังจะทำให้คุณรู้สึกราวกับได้ย้อนสู่อดีตในทุกย่างก้าว

 

กิจกรรมผจญภัยอื่น ๆ ในดานัง

เอาจริง ๆ เราก็คงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ถ้าคุณจะอยู่เที่ยวที่ดานังต่ออีกสักวันหรือสองวันเพื่อเพลิดเพลินไปกับมนต์เสน่ห์ของเมืองชายฝั่งแห่งนี้ เพราะที่นี่ยังมีกิจกรรมมัน ๆ รอคุณอยู่อีกเพียบเลย ถ้าคุณรู้สึกว่าร่างกายขาดอะดรีนาลีน คุณต้องไปล่องแก่งที่ Hoa Phu Thanh แล้วล่ะ รับรองว่ามันหยดติ๋ง

ส่วนใครที่เป็นสายกินและชอบลองอะไรใหม่ ๆ ต้องไปทัวร์ชิมของอร่อยขึ้นชื่อของดานังกันสักหน่อย ตั้งแต่พิซซ่าเวียดนามไปจนถึงปอเปี๊ยะมัสตาร์ดที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ รสชาติแปลกลิ้นแต่ฟินถูกใจแน่นอน

กิจกรรมสนุก ๆ ในเวียดนามสำหรับขาลุยไม่ได้มีเพียงเท่านี้ คอยติดตามอัปเดตกิจกรรมผจญภัยในร่มและกลางแจ้งที่เมืองดานัง โฮจิมินห์ ฮานอย และเมืองอื่นๆในเวียดนามต่อได้ที่ KKday เลย