KKday Thailand Blog
JAPAN

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในญี่ปุ่น ไปแล้วฟินเวอร์

“ญี่ปุ่น” เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีธรรมชาติงดงาม โดยสถานที่ที่เราทุกคนรู้จักกันดี นั่นคือ ภูเขาไฟฟูจิ แต่รู้หรือเปล่าว่า ประเทศนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกนับร้อยที่รอให้ทุกคนมาสัมผัส ยิ่งช่วงนี้ใกล้ฤดูหนาวด้วยแล้ว บอกเลยว่าบรรยากาศโรแมนติกและฟินสุดๆ วันนี้ KKday จึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นมาฝากกัน จะมีอะไรกันบ้างนั้น ต้องอ่านบทความนี้ให้จบ

Jigokudani Monkey Park

OLYMPUS DIGITAL CAMERA 

เริ่มกันที่สถานที่แรก เหมาะกับคนรักธรรมชาติและรักสัตว์ เพราะที่นี่เป็นออนเซ็นของลิง เราสามารถมาส่องและถ่ายรูปลิงสาวๆได้อย่างถูกกฎหมาย แต่มีข้อควรระวังคือ เห็นลิงหนุ่มๆสาวๆน่ารักแบบนี้ อย่าเอามือไปแตะต้องเชียวนะ เพราะอาจถูกกัดได้ เอาเป็นว่าส่องอย่างเดียว มืออย่าต้อง เราเตือนคุณแล้วนะ

คำแนะนำ : แม้สถานที่แห่งนี้จะเปิดตลอดทั้งปี แต่เจ้าลิงเหล่านี้จะลงมาอาบน้ำพุร้อนในฤดูหนาว ช่วง ธ.ค. – ม.ค.เท่านั้น โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาชมคือ เดือนม.ค. – ก.พ.

การเดินทาง : https://goo.gl/maps/5j4HVcLNBiL2

เว็บไซต์แจ้งข้อมูลข่าวสาร : http://en.jigokudani-yaenkoen.co.jp/

Sado Island

สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติในญี่ปุ่น 1

ใครที่อยากท่องเที่ยวแนวธรรมชาติในญี่ปุ่นไปพร้อมๆกับสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในชุมชน ต้องไม่พลาดที่จะมาที่นี่ เพราะสำหรับ Sado island นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆของประเทศแล้ว ผู้คนในพื้นที่ยังเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอีกด้วย สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจและขอบอกว่าต้องมาลองก็คือ การนั่งเรืออ่างไม้ข้ามฟาก ล่องไปตามทะเลสาบ (ไม่ต้องกลัวล่ม เพราะเรือที่นี้แข็งแรงมาก สามารถบรรจุได้ 1 – 2 คน) ปลายปีนี้ใครมีโอกาสได้ไปนั่งเรือ อย่าลืมถ่ายรูปสวยๆมาฝากกันด้วยนะ

คำแนะนำ : เวลาทำการของ Sado Island จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล สำหรับใครที่จะเดินทางมา แนะนำให้เช็คเรื่องวัน เวลา เปิด – ปิดได้ทางเว็บไซต์ที่เราได้แจ้งเอาไว้ให้แล้ว

แผนที่ : https://goo.gl/maps/2Pp9PSeSrp52

เว็บไซต์แจ้งข้อมูลข่าวสาร : https://www.visitsado.com/en/

 

Totori Sand Dunes

สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติในญี่ปุ่น 2

ใครอยากไปเที่ยวทะเลทราย ตามรอยนิยายแนวอาหรับ เราแนะนำให้มาที่นี้เลย ไม่ต้องเหาะไปถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ให้เสียเงินหลายหมื่น นอกจากจะได้ขี่อูฐแล้ว ยังได้ภาพมินิมอลแบบสุดๆ เพราะ Totori Sand Dunes เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น แถมยังอยู่ใกล้กับที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประติมากรรมจากทรายขนาดใหญ่ที่สร้างโดยศิลปินที่เดินทางมาจากทั่วโลกอีกด้วย

คำแนะนำ : แม้จะเป็นสถานที่ที่เปิดให้บริการทุกวัน แต่วันและเวลา เปิด – ปิด จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลคือ เดือนมี.ค. – พ.ย. จะเปิดเวลา 9.30 – 16.30 น.  ส่วนในเดือนธ.ค. – ก.พ. จะเปิดเวลา 10.00 – 16.00 น. โดยเราจะต้องเสียค่าใช้จ่าย 1,300 เยนต่อคนและ 2,500 เยนต่อ 2 คน

แผนที่ : https://goo.gl/maps/LbV2Ciwv5R72

เว็บไซต์แจ้งข้อมูลข่าวสาร : http://www.torican.jp/english

 

Yurigahama

สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติในญี่ปุ่น 3

ไปทะเลทรายกันมาแล้ว ก็มาต่อกันด้วย น้ำทะเลสีฟ้าใสกันดีกว่า ใครที่ชอบบรรยากาศแบบโรแมนติก เราแนะนำที่นี้เลย หาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีใส จนได้รับการขนานนามว่า Paradise แห่งเอเชีย นอกจากนี้ ยังได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยากในหาดทรายทั่วๆไป นั่นก็คือ ปรากฏการณ์ที่ทำให้ระดับน้ำทะเลต่ำกว่าปกติ ส่งผลให้พื้นทรายกลายเป็นริ้วรูปร่างต่างๆอย่างสวยงามอยู่ตรงกลางท้องทะเล จนคู่รักชาวญี่ปุ่นหลายคนยกให้เป็นสถานที่อันดับ 1 ในการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกันเลยทีเดียว

คำแนะนำ : ในบริเวณใกล้เคียงมีร้าน Little Thailand ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยหลังน้อยๆ แต่รสชาติอร่อยถูกปากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมาก ใครที่ไปบอกเลยว่าห้ามพลาด โดยเฉพาะน้ำผลไม้ปั่น กินหลังจากเล่นกิจกรรมทางน้ำเสร็จ รับรองว่าชื่นใจ

แผนที่  : https://goo.gl/maps/St9EjmMPB522

 

ทะเลสาบคาวากุจิ 

สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติในญี่ปุ่น 4

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิมากที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบที่อยู่บริเวณโดยรอบ หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า ‘ประตูสู่ฟูจิ’ นั่นเองและเป็นอีกหนึ่งจุดชมความงามในหลากหลายวิว อย่างไรก็ตาม ยิ่งสถานที่มีความงดงามมากเท่าไร ก็ต้องแลกด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก เพราะเราต้องนั่ง Retro bus เพื่อไปชมทะเลสาบแห่งนี้และเวลาก็จำกัดมากๆ มีหลายสายให้มึนงง แถมคนยังเยอะอีกด้วย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ชาวจีนและเกาหลีไต้ จนเราไม่มีเวลามานั่งดื่มด่ำบรรยากาศสุด Exclusive แน่นอน

ดังนั้น อีกช่องทางหนึ่งที่แนะนำคือ การใช้บริการรถนำเที่ยว ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกเยอะมาก เช่น โปรแกรม ท่องเที่ยวญี่ปุ่นของ kkday ซึ่งเป็นทัวร์ราคาประหยัดเพียงแค่ 3,000 กว่าบาท ไม่แออัดเหมือนกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ๆ ที่กว่าจะรอให้ผู้โดยสารขึ้นรถครบ ก็เสียเวลามากแล้ว ทำให้เรามีเวลาเที่ยวชมทะเลสาบคาวากุจิ ค่อนข้างมาก พ่วงด้วยการไปขอพรที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในหมู่บ้าน Oshino Hakkai  และชิมผลไม้สดๆที่ Misaka Farm แม้ว่า kkday จะแพงกว่า Retro bus เล็กน้อย แต่ถ้าแลกกับเวลา ความสะดวกในการเดินทางและทริปสุดฟินแบบไม่มีใครมาขัดแล้ว เราว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก

คำแนะนำ : ทะเลสาบคาวากุจิ สามารถเที่ยวได้เกือบทั้งปีและมีความหลากหลายทางฤดูกาล ได้แก่ หิมะจะเริ่มมีบนยอดภูเขาไฟฟูจิตั้งแต่เดือน ต.ค. – พ.ค. ใบไม้โดยรอบบริเวณจะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงต้นเดือน พ.ย. และซากุระจะบานในช่วงต้นเดือน เม.ย. อยากไปสัมผัสบรรยากาศแบบไหน ก็เลือกได้ตามใจชอบ

แผนที่ : Fujikawaguchiko-machi, Minami-tsuru-gun

 

สำหรับฤดูท่องเที่ยวที่มาถึงในช่วงนี้ ใครที่อยากไปสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติในญี่ปุ่น ก็สามารถจับจองกันได้หรือหากตั๋วช่วงนี้ราคาแรงไป ต้นปีหน้าก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่น่าเดินทางเช่นกัน เพราะอากาศไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป แถมถ้ามาช่วงเดือนเม.ย. ยังได้ชมดอกซากุระบานอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งที่ห้ามพลาดในการมาเยือนประเทศนี้เลยล่ะ

 

KKday
Your Holiday Expert

ใส่ความเห็น