KKday Thailand Blog
JAPAN

5 สิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปเที่ยวฟูกุชิมะ (Fukushima)

ถ้าพูดถึงจังหวัดฟูกุชิมะ (Fukushima) ในประเทศญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อปี พ.ศ.2554 เป็นอย่างแรก แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ได้รับการฟื้นฟูเป็นอย่างดี รวมถึงการส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่า มีความหลากหลายและน่าสนใจตลอดทั้งปี โดยเฉพาะความเป็นธรรมชาติที่สวยงามและอาหารกับผลไม้ขึ้นชื่อที่ใครต่อใครอยากหาโอกาสไปลิ้มลองสักครั้ง

Fotolia_98171317.jpg

ฟูกุชิมะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮกุ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากความโดดเด่นในด้านธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องการเพาะปลูกผลไม้ จนได้รับสมญานามว่าเป็นอาณาจักรผลไม้แสนอร่อย เช่น แอปเปิ้ล ลูกพีช ในส่วนของการเดินทางไปเที่ยวในฟูกุชิมะ ก็ไม่ยุ่งยากเลย เพราะมีบัตรเจอาร์พาส สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่อว่า JR East Pass -Tohoku Area ภูมิภาคโทโฮกุ  ซึ่งสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งในฟูกุชิมะ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงอย่างสะดวกสบายที่สุดเลยค่ะ

และสถานที่ท่องเที่ยวกับกิจกรรมน่าสนใจในฟูกุชิมะที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด  ก็มีดังต่อไปนี้

Fotolia_129281202_Subscription_Monthly_M.jpg

1. ไปเที่ยวหมู่บ้านโบราณโออุจิจูกุ (Ouchijuku) หมู่บ้านที่จะพาเพื่อนๆย้อนเวลากลับไปในสมัยเอโดะ ซึ่งที่นี่เคยเป็นสถานที่พักแรมของซามูไร พ่อค้า นักเดินทาง เป็นเส้นทางยาวประมาณ 500 เมตร ตลอดสองข้างทางก็จะได้พบกับบ้านแบบโบราณที่เป็นบ้านชาวนาญี่ปุ่นในสมัยก่อน คือมีการมุงหลังคาด้วยหญ้าหนาๆ และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีจนถึงปัจจุบันนี้ โดยได้มีการดัดแปลงบางส่วนให้เป็นร้านค้า ร้านขายสินค้าพื้นเมือง  ร้านอาหาร รวมถึงบ้านพักแบบโฮมสเตย์ อาหารขึ้นชื่อของหมู่บ้านก็คือบะหมี่โซบะ และปลาเทร้าต์ย่าง อีกทั้งยังจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบคนสมัยก่อนที่ยังหลงเหลือให้พบเห็น โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน จะมีงานเทศกาลที่จัดขึ้นทุกวันที่ 2 เดือนกรกฎาคม เรียกว่าเทศกาลฮันเกะ ในวันงานจะมีขบวนพาเหรดการแต่งตัวแบบโบราณ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากเลยทีเดียว

มีค่าเข้าชมหมู่บ้าน 250 เยน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 09.30 น. – 16.30 น.

การเดินทาง : ถ้าถือบัตร JR Pass ให้นั่งรถไฟ Shinkansen Yamabiko จาก Sendai ไปลงสถานี Koriyama  แล้วต่อรถไฟสาย JR Banetsu Saisen ไปลงสถานี Aizu wakamatsu  จากนั้นนั่งรถไฟสาย Aizu ไปลงสถานี Yunokami Onsen  แล้วต่อแท็กซี่ไปอีกประมาณ 15 นาทีค่ะ

 

2. ไปเก็บแอปเปิ้ลสดๆ จากต้นกันเถอะ! อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า ผลไม้ที่ฟูกุชิมะอร่อยมาก โดยเฉพาะแอปเปิ้ล โดยช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเก็บแอปเปิ้ลมากที่สุดก็คือ ปลายเดือนตุลาคมของทุกปี จนถึงต้นเดือนธันวาคม ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละสวนค่ะ  และสวนในฟูกุชิมะที่มีบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมบรรยากาศของสวนและเก็บแอปเปิ้ลก็เช่น Azuma Orchard, Marusei Orchard, Marue Tourist Orchard เมื่อไปถึงสวนแต่ละแห่ง ก็แจ้งความต้องการได้เลย แล้วทางสวนก็จะแนะนำวิธีเก็บ กับวิธีใช้อุปกรณ์คือ มีดกับถัง แล้วจะพาเข้าไปเก็บแอปเปิ้ล ที่ทั้งหวาน กรอบ อร่อยสดๆจากต้น

ค่าเข้าชมสวนและเก็บผลไม้ : 540 เยน / 30 นาที ถ้าต้องการเก็บกลับบ้านมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 500 เยน / 1 กก.

การเดินทาง : ทั้งสามแห่งนี้ สามารถใช้บัตรเจอาร์พาส นั่งรถไฟชินคันเซนมาลงที่ สถานี Fukushima แล้วต่อรถไฟสาย Iizaka ไปลงที่สถานี loji-Mae  จากนั้นก็ต่อแท็กซี่ไปที่สวนผลไม้ และขากลับก็ให้ทางสวนเรียกแท็กซี่มาส่งที่สถานี loji-Mae ได้เช่นกันค่ะ

 

Fotolia_99802723_Subscription_Monthly_M.jpg

3. ไปเที่ยวเทศกาลชมดอกซากุระ ที่สวนสาธารณะฮานะมิยามะ (Hanamiyama) หนึ่งในสถานที่ชมเทศกาลซากุระบานที่สวยที่สุดในโทโฮกุ  ลักษณะเด่นของที่นี่คือ เป็นสวนบนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยพื้นที่เกษตรในชนบทที่ตั้งอยู่นอกเมืองฟูกุชิมะ ช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งบนเทือกเขาอาซูมะ (Azuma Mountains) นักท่องเที่ยวจะได้พบกับดอกซากุระหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ซากุระสีขาว สีชมพู และดอกไม้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นดอกบ๊วย ดอกแมกโนเลีย ทำให้ที่นี่กลายเป็นหุบเขาดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามตระการตาราวกับภาพวาดเลยทีเดียว ช่วงที่แนะนำคือต้นเดือนเมษายนของทุกปีค่ะ

การเดินทาง : จากสถานี Fukushima  มี Shuttle bus หมายเลข 6 ไปส่งถึงสวนฮานะมิยามะ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยรถบัสจะออกทุกๆ 15-30 นาทีค่ะ

 

550.jpg

4. ไปเล่นสกีที่ อะดาตาระ สกีรีสอร์ท อีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมในฤดูหนาวที่เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายๆคน กับการได้สัมผัสกับอากาศหนาวและหิมะ แถมยังได้สนุกสนานกับการเล่นสกีด้วย ความน่าสนใจของสกีรีสอร์ทแห่งนี้คือที่ตั้ง ซึ่งอยู่บนเนินเขาอะดาตาระ ที่มีบรรยากาศและทัศนียภาพสวยงาม เป็นทั้งที่พักและมีบริการสอนเล่นสกีแบบครบวงจรสำหรับคนที่ไม่เป็นเลย รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆให้เช่าอย่างครบครัน  นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์ที่สำคัญอีกอย่างคือ บริการกระเช้าไฟฟ้าชมวิวแบบพาโนรามา สำหรับใครที่ชอบการชมวิวมุมสูง โดยใน 1 กระเช้า สามารถนั่งได้ 6 คน

ถ้าไม่ต้องการพักค้างแรม จะมีค่าบริการเล่นสกีรีสอร์ท คือ ผู้ใหญ่ มีค่าเข้า 3,200 เยน เด็ก 2,800 เยน ส่วน ค่าเช่าอุปกรณ์ สโนว์บอร์ด และเสื้อผ้าอีก 3,100 เยน

อะดาตาระ สกีรีสอร์ท   เปิดให้บริการเฉพาะฤดูหนาว คือ ช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน เท่านั้น

การเดินทาง : ผู้ถือบัตรเจอาร์พาส สามารถนั่งรถไฟ โทโฮกุ ชินคันเซน ไปลงสถานีรถไฟ เจอาร์ โคริยะมะ แล้วต่อด้วยรถบริการ Shuttle Bus ของอะดาตาระ รีสอร์ท ใช้เวลาประมาณ 80 นาทีค่ะ

 

5. นั่งรถไฟคาเฟ่  Fruitea Fukushima คาเฟ่เคลื่อนที่ที่จะพาไปเที่ยวชมวิวสวยๆ พร้อมทั้งทานขนมหวานกับเครื่องดื่มอร่อยๆ ไปพร้อม  FruiTea Fukushima เรียกได้ว่าเป็น  Joyful Trains เลยทีเดียว ขบวนรถไฟดีไซน์เก๋ที่นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถสนุกสนานและอิ่มไปกับของหวาน น้ำผลไม้ ชา กาแฟ พิเศษอีกอย่างคือ ของหวานและน้ำผลไม้ส่วนใหญ่ทำจากผลไม้ของเมืองฟูกุชิมะด้วยนะคะ รถไฟขบวนนี้จะเริ่มต้นวิ่งจากเมือง Aizu-wakamatsu  และ Koriyama โดยขบวนแรก จะตกแต่งเป็นคาเฟ่ขนมหวานและเครื่องดื่ม บนโต๊ะนั่งที่ถูกออกแบบเพื่อให้ได้ชื่นชมกับทัศนียภาพตลอดทั้งเส้นทางเลยค่ะ  คนรักขนมหวานพลาดไม่ได้จริงๆ แต่รถไฟขบวนนี้ใช้ JR Pass หรือ JR East Pass – Tohoku Area ไม่ได้นะคะ ต้องซื้อแยกต่างหากและสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ JR EAST service center ค่ะ เพราะเซ็ตขนมหวานต้องจัดเตรียมล่วงหน้าเท่ากับจำนวนผู้โดยสารที่จองพอดีนั่นเองค่ะ

ทั้งหมดนี้ ก็คือ กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวในฟูกุชิมะที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยบัตร JR East Pass -Tohoku Area ภูมิภาคโทโฮกุ ซึ่งเป็นบัตรโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องบอกว่าคุ้มค่ามากจริงๆค่ะ

KKday
Your Holiday Expert

Leave a Reply