KKday Thailand Blog
TAIWAN

ไทเป 101 จุดชมวิวหลักล้าน จ่ายหลักร้อย

จุดหมายปลายทางอย่างหนึ่งของนักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเยือนไต้หวัน นั่นคือ การได้ขึ้นตึกไทเป 101 (Taipei 101) ที่สูงเป็นอันดับต้นๆของโลกและเคยครองแชมป์ตึกที่สูงที่สุดในโลกมาแล้วด้วยในปี 2004 ทำให้นักท่องเที่ยวอยากจะขึ้นไปชมวิวสวยๆจาก Observation Deck ของตึก บนชั้นที่ 89 ซึ่งปัจจุบัน ราคาบัตรเข้าชมอยู่ที่ 600 NT หรือราวๆ 680 บาทนั่นเอง

แน่นอนว่าราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียว เราเห็นคนไทยหลายคนเลือกที่จะขอผ่านหรือถ้าขึ้นก็ขอเป็นชั้นที่ 35 ที่ให้บริการร้าน Starbucks นั่งจิบกาแฟแก้วละ 200 – 300 NT และชมวิวในเวลาจำกัดเพียง 1 – 2 ชั่วโมง เราคิดว่าวิวบนชั้นที่ 35 แม้จะสวยก็จริง แต่ระดับความสูงประมาณนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับตึกสูงๆของเมืองไทย ในเมื่อเราอุตส่าห์มาถึงไต้หวันแล้ว จะมาคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ก็กะไรอยู่ เลยลองสอบถามเพื่อนๆในกรุ๊ปท่องเที่ยวไต้หวันด้วยตนเอง มีคนมาบอกให้ใช้บริการบัตรหอชมวิวของ kkday เพราะราคาถูกกว่าบัตรที่ซื้อหน้าเคาเตอร์บนตึก Taipei 101 มาก โดยราคาอยู่ที่ 548 บาท / คน (ราคาจะเปลี่ยนแปลงตามอัตรแลกเปลี่ยน) ว่าแล้วก็จัดไป…

taipei 101 (1)

หน้าตาของเว็บที่รับจองบัตรขึ้นตึก Taipei 101 จะประมาณนี้ 

taipei 101 (2)

หลังจากทำการจองและชำระเงินเสร็จเรียบร้อย ก่อนเดินทางจะได้รับอีเมลจาก kkday ส่งรายละเอียดและรหัสการจองมาให้  (ไม่จำเป็นต้องปริ๊น เอาไปให้พนักงานที่เคาน์เตอร์แสกน QR CODEได้เลย)

วันที่ 10 พ.ย. 2560

ถึงวันเดินทางไปที่ตึก Taipei 101 เราตั้งใจจะไปในช่วงเย็น เพราะอยากเห็นแสงสียามค่ำคืนของเมืองไทเป และเลือกใช้วิธีการเดินทางที่ง่ายที่สุด นั่นคือ นั่ง MRT สายสีฟ้า ลงที่สถานี Taipei City Hall ออกมาจากสถานีมองเห็นตึกอยู่ตรงไหนก็เดินตรงไปเลย ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาทีก็ถึงแล้ว

taipei 3

ภาพตึก Taipei 101 ออกจากสถานีเห็นตึกนี้อยู่ตรงไหน เดินไปตรงนั้นได้เลย   

taipei 4

ทางเข้าตึก Taipei 101 

สำหรับใครจะเข้าไปทางห้างสรรพสินค้าก็ทำได้เช่นกัน ได้เดินเล่นชิลๆไปอีกแบบ แต่ระวังกระเป๋าจะฉีก เพราะสินค้าในห้างล้วนเป็นแบรนด์ดังระดับโลกทั้งนั้น แต่ถ้าใครมีเงินเหลือเฟือก็จัดไป ไม่ผิดหวังแน่นอน

taipei 5

ด้านหน้าทางเข้าเคาน์เตอร์เพื่อรับบัตร  ช่วงเย็นๆคนจะเยอะกว่าช่วงกลางวันมาก  

taipei 7

รอประมาณ 15 – 20 นาที ใช้เวลาไม่นาน เพราะพนักงานรันคิวเร็วมาก ยิ่งจองกับ kkday เอาไว้แล้ว แสกน QR CODE เสร็จ รับบัตรได้เลย  

taipei 6

ด้านข้างจะเป็นพื้นที่สำหรับถ่ายรูป จอภาพจะเปลี่ยนเป็นโลเคชั่นต่างๆของไต้หวัน แนะนำให้รีบมาถ่าย ก่อนทัวร์จีนจะจับจองพื้นที่จนหมด   

ขออธิบายก่อนว่า เราสามารถนำเอกสารออนไลน์ที่ได้รับจาก kkday มายื่นให้พนักงานแสกนผ่าน QR CODE ผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลย จากนั้นเขาจะอธิบายว่าเราจะได้ขึ้นตึกเมื่อไร ซึ่งข้อดีของการจองผ่าน kkday คือ เราไม่ต้องรอคิวเป็นรอบๆเหมือนคนอื่น สามารถขึ้นตึกได้เลยพร้อมแนะนำการใช้ gift voucher ซึ่งทุกตัวสามารถนำไปใช้จ่ายเป็นส่วนลดได้ในชั้นที่ 89 เท่านั้น (แอบบอกว่า สินค้าที่ชั้น 89 ค่อนข้างแพงเอาเรื่องเลยทีเดียว)

taipei 7.5

บัตรขึ้นชั้น 89 และ gift voucher หน้าตาจะประมาณนี้

จากนั้นก็ต่อแถวขึ้นลิฟต์ ซึ่งรอไม่นานประมาณ 15 – 20 นาทีก็ได้ขึ้นแล้ว เพราะพนักงานจะรันแถวค่อนข้างเร็ว ระหว่างที่รอขึ้นลิฟต์เราจะผ่านช่องสำหรับถ่ายรูปนักท่องเที่ยวทุกคน ในช่องนี้ทุกคนสามารถโพสต์ท่าอะไรก็ได้หรือถ้าคิดไม่ออกก็จะมีพนักงานมาจัดท่าโพสให้ บอกก่อนว่าเลือกท่าที่ดูดีและพยายามโพสท่าให้เร็วที่สุด เพราะตากล้องเขากดชัตเตอร์เร็วมาก เราเห็นหลายคนยังไม่ทันยิ้มเลย…แชะ…เชิญคิวต่อไป

taipei 10

แถวเข้าสู่ช่องถ่ายภาพ 

ส่วนใครอยากรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของตัวเองจะเป็นยังไง เขาจะมีภาพที่ถ่ายไว้ขายให้กับเราบนชั้นที่ 89 ในราคา 600 NT (ราคาแรงมาก) หากใครจะซื้อ สามารถนำบัตรด้านล่างนี้ให้พนักงานแสกนบาร์โค๊ดได้เลย เขาจะถามว่าอยากได้ภาพพื้นหลังเป็น Taipei 101  ในช่วงกลางวัน ช่วงเย็นหรือช่วงกลางคืน เราก็จัดการเลือกโทนที่ต้องการและจ่ายเงิน แต่สำหรับใครที่ไม่เอา เพราะราคาก็แพงเอาเรื่องอยู่ แถมไม่มีส่วนลดให้ด้วย ก็ไม่ต้องกลัวว่าหน้าตาเราจะโชว์หราใน Taipei 101 เพราะเมื่อข้ามวันนั้นไปแล้ว ระบบก็จะจัดการลบออกให้โดยอัตโนมัติ

taipei 9

บัตรซื้อรูปภาพ พนักงานจะแสกนบาร์โค้ดเพื่อหารูปภาพที่เราถ่ายเอาไว้  ห้ามทำหายนะ 

เอาล่ะ…กลับมาเข้าเรื่องกัน ต่อจากการถ่ายรูปแล้ว ต่อไปก็ขึ้นลิฟต์ที่ได้ชื่อเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งใช้เวลาเพียง 37 วินาทีเท่านั้น ในลิฟท์จะมีดวงดาวราศีต่างๆให้ชมกันแบบเพลินๆ เผลอแปบเดียวถึงชั้นที่ 89 เป็นที่เรียบร้อย

taipei 11.5

ถ้าเข้าใจไม่ผิด อันนี้น่าจะเป็นทางช้างเผือก   

taipei 12.5

ในลิฟต์จะมืดมากๆ มองเห็นแต่ดวงดาว

taipei 13.5

 เรียกว่าหมู่ดาวอะไรไม่รู้ แต่ดูแปลกดี 

พอลิฟต์เปิดออกมาเท่านั้นแหละ ปรากฏว่าคนอยู่บนนั้นเยอะมาก ส่วนใหญ่ต้องการเก็บภาพบรรยากาศยามเย็นไปจนถึงยามค่ำคืน เพราะหากมองจากด้านบนเวลาที่แสงไฟประดับประดาอยู่ด้านล่าง มันจะเป็นอะไรที่สวยมาก แต่บนชั้น 89 นี้ไม่สามารถหมุนแบบ 360 องศาได้เหมือนตึกใบหยกของบ้านเรา ดังนั้น เราต้องเดินวนไปรอบๆเอง พื้นที่ก็ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เท่าไร เอาเป็นว่าเดินได้ 2 – 3 รอบก็ไม่เหนื่อย

taipei 16

taipei 17

ไม่แน่ใจว่า นั่นคือ อนุสรณ์สถานซุนยัดเซ็นหรือเปล่า ? 

taipei 14

แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มหมด สีของท้องฟ้าเริ่มไล่ระดับลงเรื่อยๆ 

taipei 15

บริเวณโดยรอบ กลายเป็นสีน้้ำเงินทั้งหมด ไม่ได้แต่งภาพ แต่งสีแต่อย่างใด…

taipei 18

กลับเข้ามาด้านในกันบ้างดีกว่า อันนี้เป็นร้านขายของที่ระลึก มีให้เลือกหลายราคา แต่ที่เราชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นขวดน้ำทรง Taipei 101 กับพวงกุญแจประจำวันเกิด ราคาไม่แรงมาก ทุกคนเข้าถึงได้ 

taipei 19  

ได้ยินว่า เจ้าตัวนี้เขาเป็นพระเอกของที่นี้ 

taipei 20 

มุมถ่ายรูปที่ทุกคนชอบไปยืนถ่ายข้างๆ  

taipei 21

ร้านขายพายสัปปะรด ใครอยากกิน สามารถเอา gift voucher ไปแลกเป็นบัตรส่วนลดได้   

สิ่งที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือ การได้เห็น DAMPER (พระเอกของงานนี้) ที่คอยดูแลตึกสูงละฟ้าแห่งนี้ เนื่องจากไต้หวันมีพายุและเกิดแผ่นดินไหวบ่อยๆ การสร้างอาคารนั้น จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเหล่านี้ด้วย โดยเจ้า DAMPER สามารถสร้างความยืดหยุ่นให้ตึกได้ หากตึกมีการเอนไปด้านใดด้านหนึ่ง DAMPER ก็จะถ่วงน้ำหนักไปอีกด้าน เพื่อสร้างความสมดุล (เราแปลตามความเข้าใจที่อ่าน ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้)

taipei 22

โฉมหน้า DAMPER ใหญ่โตมาก  

taipei 23

ด้านหลังของ DAMPER จะเป็นห้องมินิเธียเตอร์ ฉายขั้นตอนการสร้างตึก Taipei 101 ตั้งแต่การวางแปลนจนเปิดอย่างเป็นทางการ ชาวต่างชาติโดยเฉพาะฝรั่งให้ความสนใจกับห้องนี้มาก นั่งกันเต็มจนไม่มีที่ว่างเลย 

หลังจากเดินชมจนสมใจ อีกไฮไลท์หนึ่งที่ขาดไม่ได้ ในการเยือน Taipei 101 นั่นคือ การขึ้นไปชมวิวที่ชั้น 91 ซึ่งเป็นแบบ Out door เราสามารถเดินขึ้นบันไดไปได้เลย ช่วงกลางวันคนจะไม่เยอะ เพราะแดดร้อนมาก แต่ช่วงกลางคืน นักท่องเที่ยวจะเยอะมาก เพื่อมาเก็บวิวในยามค่ำคืนสวยๆโดยที่ไม่ต้องถ่ายภาพผ่านกระจกเงาเหมือนชั้นที่ 89 แต่ขอบอกก่อนว่า ชั้นที่ 91 จะเปิดแค่บางวันเท่านั้น หากใครที่อยากจะขึ้นไปต้องสอบถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วก่อน ไม่งั้นอาจมาเสียเที่ยวได้

taipei 24

taipei 25

taipei 26

เป็นวิวที่สวยมากๆ ถ้าใครมาเยือนก็อยากให้ลองขึ้นมาที่ชั้น 91 ดู แต่อาจจะต้องเขย่งเท้าถ่ายรูปกันสักหน่อย เพราะเหล็กกั้นสูงมากๆ (สูงกว่าตึกใบหยกของบ้านเราอีก) ส่วนเรายืดแขนถ่ายรูปสูงสุดได้แค่นี้ แฮะๆ 

 เสร็จแล้ว ก็เดินลงชั้น 88 ซึ่งเป็นชั้นที่เราจะลงลิฟต์ไปด้านล่าง เมื่อลงมาแล้วระหว่างทางที่จะเดินไปลงลิฟต์ จะผ่านจุดจัดแสดงและร้านจำหน่ายของที่ระลึกและเครื่องประดับให้ชมกันแบบเพลินๆ

taipei 27

หนึ่งในของที่จัดแสดง นั่นคือ ปะการังแดงไต้หวัน เห็นเขาบอกว่าสวยงาม หายากและมีมูลค่าสูงมาก 

แต่…พอเดินไปเจอแถวลงลิฟต์เท่านั้นแหละ หายเพลินเลย เรายืนรอประมาณ 45 นาทีแถวแทบไม่กระดิก จนมีพนักงานเดินเข้ามาประกาศว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางกลับมีจำนวนมากจนไม่สามารถรันแถวได้ตามปกติ และคาดการณ์ว่ากว่าจะรันแถวจนหมดจะกินเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งในตอนนี้ก็เป็นเวลา 20.30 น.แล้ว (Taipei 101 ปิดเวลา 22.00 น. ระบายคนออกไม่ทันแน่นอน) ดังนั้น จึงอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถลงลิฟต์ในช่องทางอื่นได้ พอพูดจบก็มีพนักงาน 3 – 4  คนเดินเข้ามาตัดแถว แล้วพานักท่องเที่ยวเดินตามไป ในที่สุดก็ได้ลงลิฟต์สักทีหลังจากยืนรอมาเกือบ 1 ชั่วโมง

taipei 29

แถวยาวจนหาต้นทางกับปลายแถวไม่เจอ 

taipei 31

เราได้ออกทางนี้  ทางที่เคยผ่านเมื่อยามเย็น…

จบทริปขึ้น Taipei 101 เป็นที่เรียบร้อย ก่อนกลับเลยเก็บภาพ Taipei 101 ในยามค่ำคืนมาฝาก วันนี้ตึกเป็นสีฟ้า เพราะเรามาในวันศุกร์ แต่ถ้ามาในวันอื่นๆ ตึกก็จะเปลี่ยนเป็นสีประจำวันนั้นๆ ถือเป็นทริปอีก 1 วันที่สนุกและเป็นความทรงจำที่ดีเลยทีเดียว ใครที่อยากขึ้นตึก Taipei 101 เราแนะนำว่าไม่ต้องเสียดายเงินแค่ 554 บาทหรอก เพราะสัดส่วนมันน้อยมากเมื่อเทียบกับค่ากิน ค่าช้อปปิ้ง ค่าที่พัก ค่าเดินทางที่เราต้องจ่ายไป ไหนๆก็มาถึงไต้หวันแล้ว ไฮไลท์เด็ดๆของประเทศนี้ก็ไม่ควรพลาด เพราะเราไม่รู้ว่าจะได้มาเยือนอีกเมื่อไร ดังนั้น ถ้ามีโอกาสเที่ยวก็เอาให้เต็มที่ไปเลยเนาะ

taipei 32

  

Tags : Taipei101
KKday
Your Holiday Expert

Leave a Reply