KKday Thailand Blog
JAPANREVIEW

เที่ยวอีกมุมหนึ่งของดินแดนเทพนิยายที่ Tokyo Disney Sea

โตเกียวดิสนีย์ซีมีอะไรให้เล่นบ้าง ไปดูกัน!

เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนประเทศที่น่าเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชียอย่างประเทศญี่ปุ่น เพื่อนๆ คงไม่อยากจะพลาดสวนสนุกที่ใหญ่ระดับโลกอย่าง Tokyo Disneyland แน่ๆ เลยใช่ไหมคะ เพราะนอกจากปราสาทดิสนีย์สวยๆ ไว้ให้ถ่ายรูปเล่นแล้ว เค้ายังมีเครื่องเล่นสนุกๆ ที่นำเอา Theme จากหนังและการ์ตูนเรื่องโปรดของเพื่อนๆ มาให้เล่นกันอย่างจุใจอีกด้วย

แต่ทว่าที่ญี่ปุ่นเค้าไม่ได้มีแค่ Disneyland นะคะ แต่เค้ายังมี Disney Sea ซึ่งมีแห่งเดียวในโลก! ดังนั้นการเดินทางมาที่ญี่ปุ่นครั้งแรกของเรา (และแน่นอนว่ามีเวลาน้อยด้วยเมื่อเทียบกับสถานที่ที่อยากจะไป แหะๆ) เราจึงเลือก Sea อย่างไม่ยากเย็นนัก

 ก่อนไปต้องวางแผนอะไรบ้าง?

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะไปที่ไหน สิ่งแรกที่เราทำเลยก็คือการเลือกวันที่จะเข้าสวนสนุก Disney Sea ค่ะ แน่นอนว่าเราควรจะหลีกเลี่ยงวันหยุดอย่างวันเสาร์-อาทิตย์เพราะว่าคนเยอะมาก และเราก็ไม่ลืมเข้าไปเช็คพยากรณ์คนเข้าสวนสนุกจากเว็บไซด์นี้ด้วย http://www15.plala.or.jp/gcap/disney/

ซึ่งนอกจากจะพยากรณ์คนเข้าแล้ว ยังพยากรณ์อากาศอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรเลือกวันที่ฝนไม่ตก ท้องฟ้าแจ่มใส และคนไม่เกิน 30,000 คน โดยดูจากตัวเลขที่เป็นช่องล่างวันที่ซึ่งเป็นหน่วยหลักพันนั่นเองค่ะ ซึ่งโชคดีเมื่อเราเลือก Disney Sea คนจะน้อยกว่า Disneyland ประมาณ 1 เท่า!

แต่กระนั่นก็อย่าได้เบาใจไปค่ะ เราได้ทำการหาข้อมูลเพื่อวางแผนการเดินเก็บเครื่องเล่นใน Tokyo Disney Sea โดยใช้ระบบ Fast Pass ช่วยด้วยก่อนจะค้นพบว่าเครื่องเล่นที่ฮิตมากและต้องเดินไปกด Fast Pass เป็นที่แรกก็คือ ‘Toy Story Mania!’ นั่นเอง

Fastpass คืออะไร?

ก่อนจะไปเร็วๆ ในส่วนอื่น เราขอแนะนำก่อนว่า Fastpass คืออะไร เค้าก็คือตั๋วมหัศจรรย์ที่จะช่วยจองเครื่องเล่นที่เราอยากจะเล่นไว้ให้กับเรา เพียงแค่เราไปกดที่ตู้กดใกล้ๆ เครื่องเล่นที่ต้องการ พอถึงเวลาตามที่ระบุบนตั๋วก็สามารถเดินเข้าไปเล่นได้เลย ไม่ต้องรอคิวเป็นชั่วโมงนั้นเอง!

บนบัตรจะประกอบไปด้วย

  1. วันที่ใช้ Fastpass ได้ (ไฮไลท์สีแดง)
  2. เวลาที่สามารถกลับมาเล่นเครื่องเล่น (ไฮไลท์สีเหลือง)
  3. เวลาที่สามารถกด Fastpass รอบต่อไปได้ (ไฮไลท์สีเขียว)

สำหรับเพื่อนๆ ที่สงสัยว่ามีการแสดงเหมือน Disneyland ไหม?

มีค่ะ มีขบวนพาเหรดแสงสีเสียงและการแสดงที่อลังการไม่แพ้ Disneyland เลยละค่ะ แม้อาจจะไม่ได้ฟิลโรแมนติกเหมือนปราสาท Disney แต่ก็มีอารมณ์ตื่นเต้นตอนเห็นภูเขาไฟ Prometheus ที่ใจกลางสวนสนุกระเบิดฟู่ฟ่าในช่วงเย็นของทุกวัน และโชว์กลางน้ำตอนเปิดสวนสนุกของที่นี้ก็งามมาก ต้องมาชมให้ได้นะคะ

ไอเทมหูสัตว์ต้องมีนะบอกเลย

เอาละค่ะ เมื่อเพื่อนๆ เตรียมตัวพร้อมสำหรับเที่ยว Tokyo Disney Sea แล้ว ก็ตามมาเที่ยวกันได้เลย!  

โซนของ Tokyo Disney Sea จะมีทั้งหมด 7 โซนหลักๆ ด้วยกันก็คือ

1. Port Discovery 

ตรงนี้จะเป็นเหมือนของเล่นโซนน้ำที่ไม่ได้น่ากลัว เหมาะกับให้เด็กเล่น ตรงนี้เราได้ลองเล่น Nemo & Friends SeaRider ซึ่งเค้าจะให้เราได้เข้าไปในหุ่นยนต์ปลาจำลองเพื่อไปศึกษาชีวิตของเจ้าปลาการ์ตูนน้อย Nemo และผองเพื่อน เด็กเล่นได้ผู้ใหญ่เล่นดี มีหวาดเสียวพอให้สนุกเล็กน้อย
อีกตัวหนึ่งที่เราไปเล่นก็คือ Aquatopia เค้าจะเป็นรถวิ่งกลางน้ำ หมุนไปหมุนมา เล่นเพลินมากค่ะ เด็กเล่นได้ด้วย

2. American Waterfront 

ตรงนี้เป็นโซนที่จำลองเมืองท่าในอเมริกายุคเก่ามาตั้งไว้ใจกลางญี่ปุ่น มีร้านอาหารมากมายให้เลือกทาน และมีเรือลำใหญ่ตั้งตระหง่านดูยิ่งใหญ่มากๆ ถ่ายรูปออกมาได้สวยงามมากและก็มีเครื่องเล่นมันส์ๆ อย่าง Tower of Terror ด้วย แต่โชคร้าย วันที่เราไปนางปิดปรับปรุงจ๊ะ กรี้ดดดดดดด เราเลยได้แค่มองอย่างเหงาๆ โดยเครื่องเล่นที่เราเล่นในโซนนี้ก็คือ Toy Story Mania! ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่ดังที่สุดใน Tokyo Disney Sea นั้นเอง โดยเค้าจะให้เรานั่งบนรถรางติดปืนไว้ตรงที่นั่ง เพื่อให้วัดระดับความแม่นของเราในการยิงเป้าแบบ 4 มิติ ตอนจบมีเทียบคะแนนเรากับเพื่อนด้วย ขอบอกว่าสนุกมาก ยิงกันจนแขนชา เด็กเล่นได้นะคะตัวนี้

3. Lost River Delta 

โซนนี้เค้าจะเป็นแนวซากเมืองชนเผ่าโบราณกลางป่า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังชื่อดังอย่าง Indiana Jones นั่นเอง ดังนั้นโซนตรงนี้เค้าจะเป็นแนวผู้ใหญ่หน่อย โซนนี้เราจัดเครื่องเล่นมาสองเครื่องคือ Indiana Jones® Adventure : Temple of the Crystal Skull เค้าจะเป็นรถไฟตะลุยซากเมืองโบราณและลบกับดักในเมือง สนุกมากๆ และก็ตื่นเต้นมาก และ Raging Spirits ซึ่งเป็นรถไฟเหาะ เปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ได้ผจญภัยไปบนการขุดหาเทพเจ้าโบราณ ตรงนี้เค้าจะมีช่วงที่ตีลังกากลับหัว 360 องศาด้วย เราเล่นไปสองรอบ เพราะแค้นที่ไม่ได้เล่น Tower of Terror โดยทั้ง 2 เครื่องเล่นจำกัดความสูง

4. Arabian Coast

ดินแดนแห่งอาหรับราตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Aladdin นั่นเอง มุมนี้เค้าสวยทุกมุมเลยค่ะ สามารถถ่ายรูปได้เหมือนไม่ได้อยู่ในญีปุ่นเลยล่ะ เครื่องเล่นจะไม่ค่อยหวาดเสียวเท่าไหร่ เราได้ลองเล่น Jasmine Flying Carpet โดยเค้าจะเป็นพรมวิเศษมีปุ่มให้กดเพื่อบินขึ้นไป (ถึงตรงนี้เราเริ่มแอบคิดว่าเหมือนเครื่องบินงานวัดเลยอะ) โดยรวมเพลินอยู่ค่ะ

5. Mermaid Lagoon

เมืองที่จำลองโลกใต้ทะเลที่มีสีสันสดใสออกมาได้อย่างเลิศเลอมาก ถ่ายรูปสวย โดยเครื่องเล่นส่วนมากของโซนนี้จะอยู่ในร่มและเหมาะสำหรับเด็กเล็กๆ เราได้เล่น Jumpin’ Jellyfish ที่เป็นคุณแมงกระพรุนบินขึ้นและบินลง หวาดเสียวเล็กน้อย แต่เด็กก็เล่นได้นะแล้วก็ชมการแสดง Mermaid Lagoon Theater ด้วยแหละ โดยเป็นการแสดงของเหล่าตัวละครเรื่องที่เราชื่นชอบอย่าง Little Mermaid (คนที่เล่นเป็น Ariel สวยมากและโหนสลิงเก่งมาก เหมือนว่ายในน้ำจริงๆ เลยค่ะ)

6. Mysterious Island

โซนจำลองเมืองเกาะและถ้ำ โดยตรงนี้จะเห็นวิว Prometheus Volcano ที่เป็นภูเขาไฟอันเป็นสัญลักษณ์ของ Disney Sea
เอาละค่ะ นอกจากจะฝนตกแล้ว ยังเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งด้วยที่เครื่องเล่นมันส์ๆ ในโซนนี้อย่าง Journey to the center of the earth ปิดปรับปรุงเช่นกันในวันนี้ (อุตส่าห์วางแผนมาซะดี โถ) เราเลยไปเล่นเครื่องเล่น 20,000 Leagues Under the Sea เค้าจะเป็นเครื่องเล่นที่ให้เราได้ลงไปสำรวจท้องทะเลลึกที่เต็มไปด้วยสิ่งอันตราย

7. Mediterranean Harbor

โซนจำลองหมู่บ้านแบบ เมดิเตอร์เรเนี่ยนริมน้ำ ส่วนมากตรงนี้จะเป็นร้านอาหารและร้านค้าซะเป็นส่วนมากนะคะ ถ่ายรูปสวยเหมือนกัน

เอาละค่ะ หลังจากเราได้อธิบายเพื่อนๆ ไปว่าแต่ละโซนเป็นอย่างไรบ้างแล้ว เราขอสรุปคร่าวๆ ดีกว่า สำหรับ Disney Sea นั้นถือว่าเป็นสวนสนุกที่ควรมาเยือนเลยล่ะ ทั้งความแปลกใหม่และความคนไม่แน่นเท่า Disneyland ทำให้เวลาการรอคิวเล่นแต่ละเครื่องไม่นานเลย วิวถ่ายรูปก็สวยเหมือนประเทศแถบยุโรป แบบฟิลลิ่งมันต่างกันไปเลยอะ เจ๋งมากจริงๆ สมเป็นที่เที่ยวที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาเดทกับแฟน ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งจริงๆ นะคะ มาเที่ยวกันค่ะเพื่อนๆ !


วิธีการเดินทาง : วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับเราคือนั่ง Tokyo Metro มายังสถานี Maihama เพื่อขึ้นรถไฟ Disney Resort Gateway station ที่จะวิ่งเป็นวงกลมผ่านทั้ง Tokyo Disneyland Station, Tokyo Disney Sea Station, Bayside Station, และ Disney Resort Gateway station

ค่าเข้า เราจองบัตรออนไลน์จาก KKday (https://www.kkday.com/th/product/19252) ไปก่อนค่ะ แล้วเอา voucher ไปแลกรับบัตรตัวจริงที่สถานี Mailama ทางออก South อีกที (ต้องออกจากสถานีก่อน) คนที่มาดูแลเค้าจะถือป้ายรอด้านนอกเลย สังเกตุไม่ยากค่ะ

เว็บไซด์ : https://www.tokyodisneyresort.jp/en/tds/show/detail/960/

 

Azpairin
พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ที่รักการท่องเที่ยวและทานได้ทุกอย่าง มีความฝันง่ายๆ ว่าอยากจะท่องเที่ยวไปทั่วโลก

ใส่ความเห็น