KKday Thailand Blog
JAPANTravelTRAVEL GUIDE

คู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วย JR KANSAI AREA PASS

How to use JR Kansai Area Pass

JR KANSAI AREA PASS คือ ตั๋วรถไฟเจอาร์แถบคันไซ ที่สามารถใช้เดินทางโดยรถไฟ JR แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ในแถบพื้นที่คันไซและเมืองรอบๆ เช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ ฮิเมจิ และเมืองอื่นๆ ใกล้เคียง (ดูพื้นที่การใช้งานอย่างละเอียดที่นี่) และยังสามารถใช้เดินทางเข้า-ออก สนามบินคันไซด้วยรถไฟ Kansai – Airport Express “Haruka” ได้อีกด้วย

การใช้งาน:

  1. ใช้ขึ้นรถไฟ JR ขบวนธรรมดาได้ไม่จำกัด ในโซน Kansai ครอบคลุมเมือง โอซาก้า, เกียวโต, นารา, โกเบ, ฮิเมจิ และสนามบินคันไซ
  2. ใช้ขึ้นรถไฟ JR ขบวน Haruka Limited Express เข้า-ออก สนามบินคันไซ (Kansai Airport) แบบ non-reserved ได้โดยไม่จำกัด
  3. ไม่สามารถใช้ได้กับรถไฟ SHINKANSEN
  4. พาสนี้ต้องใช้ต่อเนื่องตามจำนวนวันของชนิดที่ใช้
  5. พาสนี้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น

ประเภทและราคาตั๋ว:

JR KANSAI AREA PASS มีให้เลือก 4 แบบด้วยกัน คือแบบ 1 วัน, 2 วัน, 3 วัน, และ 4 วัน

สถานที่จำหน่าย:

  • นอกประเทศญี่ปุ่น: สามารถซื้อได้จากตัวแทนจำหน่ายในไทย ซึ่งมีอยู่หลากหลายเจ้า หรือ ซื้อกับ KKday ที่นี่ โดยสามารถนำ Exchange Order มาแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วจริงได้ที่สถานีรถไฟ Kyoto, Shin-Osaka, Osaka, Sannomiya, Kansai-airport, Nara, Wakayama, และ Travel Service Center OSAKA
  • ในประเทศญี่ปุ่น: สามารถซื้อได้เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว ที่สถานีต่างๆ ดังนี้ Tsuruga, Kyoto, Shin-Osaka, Osaka, Kobe, Shin-Kobe, Sannomiya, Himeji, Nijo, Uji, Saga-Arashiyama, Kyobashi, Tsuruhashi, Tennoji, Shin-imamiya, Bentencho, Nishikujo, Kansai-airport, Nara, JR-Namba, Wakayama, KANSAI TOURIST INFORMATION CENTER KANSAI INTERNATIONAL AIRPORT (TERMINAL1, TERMINAL2), และ Travel Service Center OSAKA โดยต้องแสดงพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินขากลับด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ สำหรับ
JR KANSAI AREA PASS

1. UNIVERSAL STUDIO JAPAN

สถานที่แรกที่จะแนะนำก็คือ UNIVERSAL STUDIO JAPAN หรือ USJ นั่นเอง เชื่อว่านักท่องเที่ยวหลายๆ คนที่ไปเที่ยวแถบๆ คันไซ ต้องไม่พลาดที่จะไปสวนสนุกแห่งนี้แน่นอน โดยเฉพาะสาวกแฮร์รี่พอตเตอร์ด้วยแล้ว ยิ่งต้องเป็นสถานที่ลำดับต้นๆ ในรายการแน่นอนล่ะ ที่ Universal Studio Japan นั้นแบ่งออกเป็น 9 โซนด้วยกัน ได้แก่ Hollywood, New York, San Francisco, Jurassic Park, Amity Village, Water World, Universal Wonderland, Minion Park และ The Wizarding World of Harry Potter  ดูข้อมูลของแต่ล่ะโซนเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรืออยากได้ตั๋วเข้าสวนสนุกราคาพิเศษกับ KKday ก็คลิกที่นี่เลย เวลาเปิด – ปิด ปกติแล้ววันธรรมดาจะเปิด 9.30 – 19.00 น. ส่วนเสาร์อาทิตย์นั้นจะเปิด 9.00 – 21.00 น.

การเดินทาง:

  • เดินทางโดยรถไฟสาย JR Loop Line จากโอซาก้า และลงที่สถานี Nishikujō Station และต่อรถไฟสาย Sakurajima และลงที่สถานี Universal City Station เดินไปยัง USJ เพียง 3 นาทีเท่านั้น

2. NARA PARK

ต่อจากนั้นเราจะชวนมาตะลอนเมืองเก่า ดูเหล่าน้องกวางที่สวนนารา นอกจากกวางแล้วก็ยังมีสถานที่อื่นๆ ที่โด่งดัง เช่น วัดโทไดจิ, วัดยาคุชิจิ, ศาลเจ้าทานซาน, ภูเขาวาคาคุซายามะ, และ ศาลเจ้าคะซุงะ ให้เข้าไปสักการะขอพร หรือจะเช่าชุดกิโมโนเดินเล่น ให้อาหารน้องกวางในสวนนาราเรื่อยๆ ก็ย่อมได้ แนะนำว่าให้ลองไปช่วงใบไม้เปลี่ยน เพราะจะเห็นใบเมเปิ้ลแถวนั้นแข่งกันอวดสีเหลือง สีแดงละลานตาแน่นอน ใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติและประวัติศาสตร์เมืองมรดกโลกไปพร้อมๆ กัน เมืองนารานี่ล่ะ จะไม่ทำให้ผิดหวัง

หรือถ้าไม่อยากเดินหลงในหมู่น้องกวางก็สามารถซื้อทัวร์แบบไป-กลับ วันเดียวแต่เที่ยวได้ทั้ง วัดกินคะคุจิ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ และสวนกวางนารา ออกเดินทางจากโอซาก้า คลิกที่นี่โลด

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟจากสถานี JR Shin-Osaka ไปลงสถานี JR Tennoji จากสถานี JR Tennoji นั่งรถไฟไปลงสถานี JR Nara แล้วต่อรถบัสหน้าสถานี 10-15 นาที (แล้วแต่สถานที่)
  • นั่งรถไฟจากสถานี Kyoto นั่งรถไฟลงสถานี JR Nara ได้เลย แล้วต่อรถบัสหน้าสถานี 10-15 นาที (แล้วแต่สถานที่)

3. FUSHIMI INARI SHRINE

ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ เป็นศาลเจ้าของเทพอินาริหรือที่คนไทยชอบเรียกกันว่า “ศาลเจ้าจิ้งจอก” เพราะภายในศาลเจ้านี้จะมีรูปปั้นจิ้งจอกตั้งอยู่ทั่ว เชื่อกันว่าเป็นสัตว์คู่กายของเทพอินาริ ผู้คอยดูแลพืชสวน นาไร่ให้อุดมสมบูรณ์ ที่นี่คืออีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครมาเกียวโตต้องแวะมาถ่ายรูปกับเสาโทริอิสีแดงที่ตั้งเรียงรายเป็นอุโมงค์ยาวกันแน่นอน ปกติแล้วที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปกันเยอะมาก ถ้าถ่ายรูปในอุโมงค์เสาแดงมาไม่ติดคนนั่นคือโชคดีสุดๆ และที่เราชอบที่นี่เพราะศาลเจ้านี้อยู่ติดกับสถานีรถไฟ Fushimi Inari เลยจ้า เดินสะดวกมาก แค่ออกจากสถานีก็มาเจอเสาโทริอิสีแดงใหญ่ๆ ด้านหน้าศาลเจ้าแล้ว

หรือถ้าเป็นสายบุญชอบวัด ชอบศาลเจ้า มีเวลาน้อยแต่อยากไปหลายๆ ที่ในวันเดียว ก็สามารถซื้อทัวร์แบบไป-กลับ วันเดียวเที่ยวได้ทั้งศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ วัดคิโยะมิซุเดระ และวัดคินคะคุจิ ออกเดินทางจากโอซาก้า คลิกที่นี่โลดจ้าาา

การเดินทาง:

  • นั่งรถไฟจากสถานี Kyoto ไปลงสถานี Tofukuji จากสถานี Tofukuji ไปลงสถานี Fushimiinari

4. DOTONBURI

ย่านโดทงโบริ & ชินไซบาชิ เป็นย่านศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองโอซาก้า เป็นสถานที่ที่รวบรวมไว้ทั้งอาหารการกินที่ขึ้นชื่อ และร้านค้าช้อปปิ้งมากมาย ที่นี่คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศของความเป็นโอซาก้าและเสน่ห์ที่ใครๆ ก็อยากมา มาถึงที่นี่แล้วอย่าลืมลองกินอาหารขึ้นชื่ออย่างทาโกะยากิ, สุกี้ยากกี้เนื้อปู หรือร้านราเมงข้อสอบชื่อดังนะ ทานอาหารอิ่มแล้วก็มาแวะถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะซะหน่อย เดี๋ยวเพื่อนๆ จะหาว่ามาไม่ถึงเด้ออออ ร้านค้าให้ช้อปปิ้งก็เยอะจนเลือกไม่ถูกเลย อยากจะโกยๆ ทุกสิ่งอย่าง ถ้าพักใกล้ๆ แวะมาทุกคืนเลยก็ได้คุณขา

การเดินทาง:

  • นั่งรถไฟลงสถานี JR Namba เดินทางเชื่อมใต้ดินตามป้าย Namb walk ออกทางออก B12,14

5. ARASHIYAMA

อาราชิยาม่า เป็นอีกเขตที่สามารถเดินทางจากเกียวโตหรือโอซาก้าแบบไป-กลับวันเดียวได้ การเดินทางก็สะดวกสบาย ที่อาราชิยาม่ามีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและวัดที่ขึ้นชื่อคอยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม ฤดูที่ผู้คนมักหลั่งไหลไปเที่ยวมากเป็นพิเศษก็คงจะเป็นช่วงซากุระบานและใบไม้แดงนั่นล่ะ ไฮไลต์หลักๆ ที่นักท่องเที่ยวไปที่นี่ก็คือสวนป่าไผ่ (Bamboo Groves), วัดเทนริวจิ, วัดไดคะคุจิ, สะพานโทเง็ตสึเคียว และทางรถไฟสายโรแมนติกซากาโน่

เมื่อพูดถึงทางรถไฟสายโรแมนติกซากาโน่ เนื่องจากรถไฟนี้ไม่ได้ร่วมอยู่ใน JR pass ใดๆ ฉะนั้นต้องซื้อตั๋วแยกหรือสามารถซื้อทัวร์เที่ยวในเมืองอาราชิยาม่าที่นี่ นอกจากจะได้นั่งรถไฟชมวิวสวยๆ แล้ว ยังได้ล่องเรือในแม่น้ำโฮซุกะวะและได้นั่งรถลากแบบดั้งเดิมชมเมืองกันอีก

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟมาลงสถานี Saga Arashiyama ออกมาปุ๊ปสามารถเดินชมเมืองเรื่อยๆ หรือ เดินจากสถานี 10 นาทีถึงสวนป่าไผ่

6. KIYOMIZU TEMPLE

วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยเรารู้จักกันในชื่อ “วัดน้ำใส” เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นและได้เป็นหนึ่งในมรดกโลก (UNESCO world heritage sites) ด้วย เหตุที่คนไทยเรียกชื่อว่าวัดน้ำใสนั้น เนื่องมาจากชื่อวัดภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลว่า “น้ำบริสุทธิ์” นั่นเอง ช่วงนี้จะปิดซ่อมแซมในส่วนของอาคารหลัก จนถึงปี 2020 แต่ภายในวัดยังมีส่วนอื่นๆ ที่สวยงามไม่แพ้ตัวอาคารหลักเลย ช่วงที่สวยงามก็คงจะหนีไม่พ้นช่วงซากุระบานกับใบไม้เปลี่ยนสีเช่นเคย  เมื่อไปวัดคิโยมิซุแล้ว ก็คงอดไม่ได้ที่จะไปต่อกันที่วัดทอง (Kinkakuji) และวัดเงิน (Ginkakuji) ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก และวัดทั้งสองแห่งนั้นก็มีความสวยงามไม่แพ้คิโยะมิซุเลย

การเดินทาง:

  • สถานีรถไฟ Kyoto ออกมาด้านหน้าสถานี สามารถซื้อตั๋วรถบัส KYOTO ONE DAY BUS CARD แบบเหมาวัน 500 เยน ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซื้อได้ที่จุดจอดรถบัสหน้าสถานีรถไฟเกียวโต
  • หรืออีกหนึ่งตัวเลือก คือการซื้อทัวร์วัดแบบหนึ่งวัน ไป-กลับ ที่นี่

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในภูมิภาคคันไซที่อยากจะแนะนำ แต่จริงๆ แล้ว เจ้าตั๋ว JR Kansai Area ยังสามารถพาคุณไปได้ไกลและไปเที่ยวได้อีกหลากหลายสถานที่สำคัญๆ เลยนะ ลองศึกษาแผนที่การใช้งานของตั๋วและไปเปรียบเทียบกับแผนการเดินทางของคุณ แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่าที่จะใช้ตั๋วนี้ไหม

 

PJ the journey
เดินทางไป ท่องเที่ยวไป หาความหมายจากเส้นทาง++

ใส่ความเห็น