KKday Thailand Blog
JAPANTRAVEL GUIDE

คู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วย JR EAST– TOHOKU AREA PASS

วิธีใช้ตั๋ว JR East - Tohoku Area Pass

JR EAST – TOHOKU AREA PASS คือ ตั๋วรถไฟเจอาร์ที่ใช้เดินทางได้ในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมในหลายจังหวัดตั้งแต่โตเกียว, สนามบินฮาเนดะ, สนามบินนาริตะ, นิกโก้, ฟุกุชิมะ, อิวาเตะ, อะคิตะ, เซ็นได, และอะโอะโมริ นอกจากใช้โดยสารรถไฟ JR ธรรมดาทั่วไปแล้ว พาสนี้ยังสามารถใช้ได้กับรถไฟชินคันเซน, รถไฟด่วน limited Express, รถบัสท้องถิ่น และยังครอบคลุมไปถึงรถไฟที่ไม่ใช่ของบริษัท JR ในบางสายได้ด้วยเช่น ในพื้นที่ Izu และ Nikko

ภูมิภาคโทโฮคุเองนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ และมีชื่อเสียงไม่แพ้ภูมิภาคอื่นๆ อย่างคันไซ หรือคันโต เลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ที่ไปฤดูไหนก็สวยงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง (ดูพื้นที่การใช้งานอย่างละเอียดที่นี่)

การใช้งาน:

  1. ใช้ขึ้นรถไฟ JR ขบวนธรรมดาในภูมิภาคโทโฮคุ รวมไปถึงนิกโก้, โตเกียว และโยโกฮาม่า ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในพื้นที่ที่กำหนด
  2. ใช้ขึ้นรถไฟ Limited Express, Express train (Reserved seat ได้) ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในพื้นที่ที่กำหนด
  3. ใช้ขึ้นรถไฟด่วน Shinkansen (Reserved seat ได้) ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในพื้นที่ที่กำหนด
  4. ใช้ขึ้นรถบัส BRT (Bus Rapid Transit) ได้ในพื้นที่ของ JR east Line ตามแผนที่
  5. พาสนี้ไม่สามารถใช้งานได้กับ Tokaido Shenkansen
  6. สถานี GALA Yuzawa เปิดให้บริการเฉพาะฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น
  7. พาสนี้สามารถเลือกใช้วันใดก็ได้ 5 วัน ภายใน 14 วัน ตั้งแต่ออกตั๋วจริง (นับรวมวันที่ออกตั๋วด้วย)
  8. พาสนี้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น

เส้นทางรถไฟที่สามารถใช้บริการได้:

– Tohoku Shinkansen
– Akita Shenkansen
– Yamagata Shinkansen
– Joetsu Shinkansen
– Hokuriku Shinkansen
-JR East Lines (including BRT)
– Izu Kyuko Line
– Aoimori Railway
– Iwate Galaxy Railway (IGR)
– Tokyo Monorail
– Sendai Airport Transit
Limited Express trains  ที่วิ่งระหว่างเส้นทาง JR East lines และ Tobu Railway lines ได้ในเส้นทางต่อไปนี้ Nikko, SPACIA Nikko, Kinugawa, และ SPACIA Kinugawa.
Local และ rapid trains ของ Tobu Railway lines ในเส้นทางระหว่าง Shimo-imaichi และ Tobu-nikko/Kinugawa-onsen และ Limited express trains (เท่านั้น) ในเส้นทางระหว่าง Kurihashi และ Shimo-imaichi   (สำหรับ Tobu Railway lines สามารถใช้ขึ้นและลงสถานีของ JR เท่านั้น)

ประเภทและราคาตั๋ว:

JR East – Tohoku Area Pass มีเพียงประเภทเดียวคือ แบบ 5 วัน สามารถเลือกใช้วันไหนก็ได้ภายใน 14 วัน ตั้งแต่ออกตั๋วจริง (นับรวมวันที่ออกตั๋วด้วย)

สถานที่จำหน่าย:

– นอกประเทศญี่ปุ่น: สามารถซื้อได้จากตัวแทนจำหน่ายในไทย ซึ่งมีอยู่หลากหลายเจ้า หรือดูตั๋วโปรโมชั่นราคาพิเศษกับ KKday ที่นี่ โดยสามารถนำ Exchange Order มาแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วจริงได้ที่สถานีรถไฟ Aomori, Hachinohe, Akita, Morioka, Sendai, Yamagata, Fukushima, Mito, Shinagawa, Yokohama, Sendai Airport, Tokyo, Ueno, Shinjuku, Shibuya, Ikebukuro, Hamamatsucho,  Narita Airport (JR East Travel Service Center Terminal 1,2,3), และ Haneda Airport Terminal (Tokyo Monorail)

– ในประเทศญี่ปุ่น: สามารถซื้อได้เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว ที่สถานีต่างๆ ดังนี้ Aomori, Hachinohe, Akita, Morioka, Sendai, Yamagata, Fukushima, Mito, Shinagawa, Yokohama, Sendai Airport, Tokyo, Ueno, Shinjuku, Shibuya, Ikebukuro, Hamamatsucho,  Narita Airport (JR East Travel Service Center Terminal 1,2,3), และ Haneda Airport Terminal (Tokyo Monorail) โดยต้องแสดงพาสปอร์ตด้วย


สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
สำหรับ JR EAST– TOHOKU AREA PASS

1. Aoba Castle (Sendai)

ปราสาทอาโอบะ หรือที่รู้จักกันในนามปราสาทเซ็นได และ Gojo-ro ตั้งอยู่ที่เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ จะเรียกว่าปราสาทก็คงไม่ถูกมากนักเพราะจริงๆ แล้วปราสามนั้นถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เหลือเพียง Otemon Gate, ศาลเจ้าโกโคขุ, กำแพงหิน และอนุเสาวรีย์ท่านดาเมะซะนุเนะ เจ้าผู้ครองเมืองเซ็นไดคนแรกและเป็นผู้ที่เลือกให้สร้างปราสาทอาโอะบะบนเนินเขาสูง และที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวเมืองเซ็นไดที่สวยงามอีกด้วย

นอกจากบริเวณที่ตั้งปราสาทอาโอบะนี้แล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ปราสาทอาโอบะ, ศาลเจ้าโกโคขุ, พิพิธภัณฑ์เมืองเซ็นได และสวนสัตว์ยากิยาม่าเซนได ที่อยู่ไม่ไกลกัน สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้เมื่อมาถึงเมืองเซ็นไดแห่งนี้

การเดินทาง:

– นั่งรถไฟลงสถานี Sendai แล้วต่อรถบัส Loople Sendai bus ลงสถานีหมายเลข 6 หรือ Site of Sendai Castle ตั๋วแบบเหมาทั้งวันราคา 620 เยน หรือต่อเที่ยวราคา 260 เยน


2. Tanbo Art

Tanbo Art หรือศิลปะบนทุ่งนาของญี่ปุ่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่โด่งดังมากในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่นหรือราวๆ เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมของทุกปี ศิลปะบนทุ่งนาในญี่ปุ่นนั้นมีอยู่หลายที่ แต่ที่แนะนำในวันนี้คือที่เมืองฮิโรซากิ จังหวัดอะโอะโมรินั่นเอง ศิลปะบนทุ่งนานั้นจะมีการวางแผนก่อนการปลูกข้าวในทุกๆ ปีว่าจะออกแบบมาเป็นแบบไหน ส่วนมากจะเป็นตัวการ์ตูนหรือนิทานต่างๆ ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ในแต่ละปีก็จะได้เห็นภาพที่แตกต่างกันออกไป ในเมืองฮิโรซากินั้นมีศิลปะบนทุ่งนาอยู่สองที่ คือที่ Inakadate และ ที่สถานีรถไฟ TAMBOATO นับว่าคุ้มมาก มาครั้งเดียวได้เที่ยวตั้งสองทุ่งแน่ะ

การเดินทาง:

  • นั่งรถไฟลงสถานี Shin-Aomori หรือ Aomori จากนั้นต่อรถไฟท้องถิ่นลงสถานี Hirosaki
  • จากสถานี Hirosaki ไปทุ่งนาที่ Inakadate นั่งรถบัสหน้าสถานีชานชาลาที่ 5 ไปลงป้าย Hatakenaka แล้วเดินต่ออีก 3 นาที
  • จากสถานี Hirosaki ไปทุ่งนาที่ TAMBOATO นั่งรถไฟสาย Konan (JR pass ไม่สามารถใช้ได้) ลงสถานี TAMBOATO
  • ระหว่างทุ่งนาแรกกับทุ่งนาที่สอง มีรถตู้ให้บริการฟรี จะไปทุ่งไหนก่อนก็ได้

3. Nikko World Heritage Site

นิกโก้ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนทิวเขาในจังหวัดโทะชิงิ อยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไม่มากนัก ที่นี่ป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและญี่ปุ่นเอง เป็นที่ตั้งของน้ำตกและเส้นทางชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี่ต้องยกให้เค้าเลย ภูเขาทั้งลูกพร้อมใจกันอวดสีสันของใบไม้ใบหญ้าให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมกัน นอกจากวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้วที่นิกโก้เมืองมรดกโลกแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกหลายที่เช่น วัดรินโนจิ, ศาลเจ้าโทโชกุ, น้ำตกเคงอน, ศาลเจ้าไทยุอินเบียว, สะพานชินเคียว และทะเลสาบชูเซนจิ เรียกได้ว่ามาเมืองมรดกโลกอย่างนิกโก้เพียงแค่ที่เดียว แต่ได้อิ่มเอมทั้งประวัติศาสตร์ ทั้งได้ผ่อนคลายกับธรรมชาติอันสวยงามและอิ่มเอมกับเส้นทางรอบๆ ทิวเขาที่แสนจะโรแมนติกเลยทีเดียว

ถ้าอยากไปเมืองมรดกอย่างนิกโก้แต่ไม่อยากต่อรถไฟ ต่อรถบัสหลายที สามารถซื้อเดย์ทัวร์ไปเที่ยวได้นะคะ ดูข้อมูลที่นี่

การเดินทาง:

  • นั่งรถไฟ Direct limited express train จากสถานี JR Shinjuku ไปลงสถานี Tobu Nikko ได้เลย (JR East – Tohoku Area Pass สามารถใช้ได้กับรถไฟสายนี้)
  • นั่งรถไฟชินคันเซนสาย JR Tohoku ขึ้นได้จากสถานี Ueno และ Tokyo ไปลงสถานี Utsunomiya แล้วเปลี่ยนไปรถไฟสาย JR Nikko ลงสถานีนิกโก้เลย

4. Gala Yuzawa Snow Resort

source : gala.co.jp

Gala Yuzawa snow resort คือรีสอร์ทที่โด่งดังมากในเรื่องของการเล่นสกีและถ้าคิดถึงหิมะขาวๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขาทั้งลูก ก็คงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงที่นี่ เพราะกาล่ายูซาว่ารีสอร์ทนี้ห่างจากเมืองหลวงอย่างโตเกียวแค่ 75 นาทีเท่านั้น โดยการนั่งรถไฟชินคันเซน ถือว่าเป็นรีสอร์ทที่เข้าถึงได้ง่าย ที่รีสอร์ทแห่งนี้จะเปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นตามชื่อหิมะรีสอร์ท กิจกรรมของที่นี่ก็มีหลากหลายตั้งแต่กิจกรรมหลักอย่างเล่นสกี, สโนว์บอร์ด, KANJIKI การเดินโดยสวมรองเท้าหิมะญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ทำจากฟาง, การเล่นลาดเลื่อนหิมะ หรือคลาสเรียนสอนเล่นสกีที่มีล่ามภาษาไทยคอยแปลให้  

รีสอร์ทเปิดให้บริการราวๆ ช่วงเดือนธันวาคม – พฤษภาคมของทุกปี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

การเดินทาง:

  • จากสถานีโตเกียวนั่งรถไฟ Joetsu Shinkansen  ( รถไฟชินคันเซนขบวน Tanigawa และ Max Tanigawa) ไปยังสถานี GALA Yuzawa ได้เลย  

5. Sensoji Temple

วัดเซนโซจิ หรือที่หลายๆ คนคุ้นหูกันในชื่อ “วัดโคมแดง” หรือ “วัดอาซากุสะ” นั้น เป็นวัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากของเมืองโตเกียว โดยก่อนจะเข้าถึงวัดจะมีถนนนากามิเสะทอดยาวไปสู่ตัววัด ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านรวงขายอาหาร ขายของฝากต่างๆ ถ้าพูดถึงวัดเซนโซจิใครไปโตเกียวแล้วมาไม่ถึงนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะคนไทยที่ไม่ว่าจะไปกับริษัททัวร์หรือแบ็กแพ็คเกอร์ก็ต้องใส่วัดนี้เข้าไปในแผนการเดินทางอย่างแน่นอน  จุดเด่นของวัดนี้ก็คือโคมแดงใหญ่นั่นเอง ในแต่ละวันจะมีนักท่องที่ยวหลังไหลเข้ามาถ่ายรูปกับเจ้าโคมแดงนี้ และมากราบไหว้ ขอพรหรือแม้แต่บูชาเครื่องรางเพื่อความโชคดีกันอยู่ไม่ขาดสายกันทีเดียว

การเดินทาง:

  • จากสถานี Tokyo นั่งมาลงสถานี JR Ueno  แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line ลงสถานี Asakusa ประมาณ 5 นาที

6. Tono-Hetsuri

โทโนะเฮทสึริ คือหน้าผาหินริมแม่น้ำโอคาวะ ที่ถูกกัดเซาะและผุกร่อนเป็นเวลานานจนมีลักษณะคล้ายรูปทรงของเจดีย์ ตั้งอยู่เมืองมินามิไอสึ ชิโมโกมาจิ จังหวัดฟุกุชิม่า ผาหินแห่งนี้ถูกกัดกร่อนมาเป็นเวลานานกว่าล้านปีจนทำให้เกิดธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดฟุกุชิม่า หน้าผาแห่งนี้สามารถเข้าชมได้ทุกฤดู ไม่ว่าฤดุไหนๆ ความสวยงามของที่นี่ก็จะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลานั้นๆ นับว่าเป็นความงามทางธรรมชาติที่แท้จริง ธรรมชาติรังสรรค์กัดเซามาเป็นล้านๆ ปีเชียวนะ ถ้ามาฟุกุชิม่าแล้วต้องแวะมาชมเด้ออออ  แอบกระซิบนิดนึงว่าฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จะสวยมากเป็นพิเศษ ><

แนะนำให้มาเที่ยวและค้างคืนเมือง AIZU ก่อนสักคืนเพื่อจะได้ไม่ต้องต่อรถไฟหลายต่อค่ะ เพราะตัวเมือง AIZU เองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ หลายที่ เช่น คฤหาสน์ซามูไร Bukeyashiki, หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ Ouchijuku, ปราสาท Tsuruga และ Yunokami-Onsen

การเดินทาง: 

  • จากสถานี FUKUSHIMA นั่งรถไปลงสถานี KORIYAMA แล้วเปลี่ยนสายไปลงสถานี AIZU-WAKAMATSU จากนั้นต่อรถไฟขบวน Relay 148  for AIZUTAJIMA ลงที่สถานี TONOHETSURI  เดินต่อเพียงแค่ 3 นาที
  • จากสถานี AIZU-WAKAMATSU นั่งรถไฟขบวน Relay 148  for AIZUTAJIMA ลงที่สถานี TONOHETSURI  เดินต่อเพียงแค่ 3 นาที

ภูมิภาคโทโฮคุนี่ยังมีสถานที่เที่ยวอีกเยอะเลยนะคะ ถ้าเอามายกตัวอย่างให้ดูนี่คงยาวเป็นหางว่าวแน่เลย โดยเฉพาะแถบๆ ฟุกุชิม่า เราว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าไปเที่ยวมากเลยนะ คือธรรมชาติเขายิ่งใหญ่ แล้วยิ่งถ้าเราได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศที่เที่ยวในแบบชนบทนะ เรายิ่งจะได้ซึมซับความเป็นญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ที่ไม่เหมือนจากเมืองใหญ่ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่คนชอบเนอะ ไม่ว่าจะชอบช้อปปิ้ง เที่ยวชิคๆ ตามเมืองใหญ่อย่างโตเกียว หรือจะหลบผู้คนเข้าป่า หาความสงบ พาสนี้ก็ครอบคลุมเด้อค่า ลองวางแผนการเดินทางกันให้ดี จะได้ซื้อพาสที่มันคุ้มและครอบคลุมที่สุดกับการเดินทางของเรา

บทความเกี่ยวกับพาสอื่นๆ :

โปรโมชั่นราคาพิเศษสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียวและภูมิภาคโทโฮคุ:

 

PJ the journey
เดินทางไป ท่องเที่ยวไป หาความหมายจากเส้นทาง++

ใส่ความเห็น